งานสัปดาห์หนังสือแห่งปี CMU Book Fair เป็นครั้งที่ ๑๙ แล้วหรือนี่
นับย้อนหลังไป ครั้งที่ ๑ น่าจะเริ่มปี พ.ศ.๒๕๓๖ งั้นแสดงว่า
ผมเริ่มเดินงานนี้เมื่อครั้งที่ ๒ จนถึงปัจจุบัน เกือบ ๆ ๒๐ ปีเชียว แก่น่าดู
ในปีแรก ๆ ผมมีกำลังซื้อหนังสือได้ไ่ม่กี่เล่ม แต่ในช่วงปีหลัง ๆ นี้
วางแผนและตั้งงบไว้รองานนี้กันเลย พันหนึ่งบ้าง สองพันบ้าง
แล้วแต่กำลังของปีนั้น ๆ


วันนี้ (๒๖ พ.ย.๕๕) เป็นวันแรก

ไม่ได้เตรียมตั้งงบอะไรไว้เลย มาถึงก็ค่ำแล้ว จึงกะว่า เก็บข้อมูลก่อนแล้วกัน
แล้วค่อยทยอยซื้อหนังสือที่ต้องการ แต่ที่ไหนได้ เงินหายไป ๓๐๐ บาท
ได้หนังสือมา ๑๓ เล่ม



ล้วนแต่เป็นหนังสือของแผงหนังสือเก่า ๆ ทั้งนั้น

มี ๔ เล่ม ๑๐๐ บาท อยู่ ๒ ชุด และ เล่มละ ๒๐ บาท อีก ๕ เล่ม



ได้ยินคำถามแว่ว ๆ ว่า "เวลาที่ผมเลือกหนังสือในแผงเก่า ๆ ผมมีวิธีการเลือกอย่างไร?"

แอบตอบดัง ๆ ว่า "ผมก็เลือกดูหนังสือที่เคยอยากได้ในอดีตว่า มีหลง ๆ ในกองบ้างหรือไม่
ก็มักจะหยิบมาตัดสินใจเลย
กับอีกอย่างหนึ่ง
คือ ประเภทหนังสือ ชื่อผู้เีขียน ลักษณะของหนังสือ
ก็มีผลต่อการตัดสินใจเหมือนกัน"



หนังสือที่ให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจ

หนังสือธรรมะธรรมโม

หนังสือด้านการศึกษา การเรียนรู้

หนังสือคำสอนของในหลวง

กวีนิพนธ์

นวนิยายเก่า ๆ ที่อยู่กับเราในอดีต และแอบคิดถึง

ฯลฯ



อีกประการ เวลาเลือกหนังสือเก่า ๆ ในกองแบบนี้ หากมีความชำรุดหนักหนาสาหัส ก็จะพยายามดูว่า
มีเล่มอื่นอีกไหมที่ชำรุดน้อยกว่านี้ หากไม่ไหวจริง ๆ บางทีก็ตัดใจ แต่ไปลองดูร้านต่อ ๆ ไป
เผื่อจะมีเล่มนี้อีก

กลับบ้านก็เตรียมห่อปกพลาสติก รักษาเขาไว้ให้อยู่กับเรานาน ๆ



และถึงแม้ "แมว" จะ "ไม่สนใจ"  แต่เรา "สนใจ" เพียงพอแล้ว ;)...


เพราะ "หนังสือ" ทำให้ชีวิตมีความหมาย 

หากได้อ่านมันด้วยความเข้าใจ


บุญรักษา หนอนหนังสือทุกท่านครับ ;)...