จดหมายถึงลูก

จดหมายถึงลูก "ภัคร + เพรียง" ฉบับที่ ๒๑

            ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ แม่ + น้องอ้อม + แม่ของน้องอ้อม + เจ้าฟ้าคราม ได้เตรียมตัวพร้อมข้าวของกินที่หนู น้องเพรียงอยากกินไปพบกับน้องเพรียงที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวร เพราะน้องเพรียงได้แจ้งข่าวโดยทางจดหมายมาให้กับน้องอ้อมทราบว่า...คิดถึง เพราะน้องเพรียงไปเข้ารับราชการทหาร ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ รวมแล้ว ๒๕ วันเต็มที่แม่กับหนูไม่เคยติดต่อหรือพูดคุยกันเลย...หนูเขียนจดหมายมาให้กับพ่อเร บอกว่า...คิดถึงพ่อ - แม่ - น้องอ้อม - ฟ้าคราม มาก ๆ...

 

 

               เป็นครั้งแรกที่หนูซึ่งเป็นเด็กสมัยนี้จะเขียนจดหมายมาหาพ่อ กับแม่ เพราะทางค่ายทหารจะไม่ให้หนูนำโทรศัพท์เข้าไปด้วย เพราะกฎก็คือ กฎ หนูจำต้องปฏิบัติตามระเบียบของทหารอย่างเคร่งครัด...หนูติดต่อกับพ่อ - แม่ได้จากทางจดหมาย ซึ่งทำให้หนูเครียด อึดอัดมาก...แต่หนูบอกว่า "หนูต้องอดทน"...เวลาผ่านไป ๒๕ วัน หนูบอกว่า "ฝึกหนัก...จะมีท่าที่ยากมากที่สุด นั่นคือ ท่าที่กำหมัดแล้ววางบนปูน แล้วก็ยกลำตัวขึ้นใช้กำหมัดของตัวเองรับน้ำหนักตัวไว้ และก็มีอีกหลายวิธีที่หนูเล่าให้แม่ฟังว่า "ต้องอดทน"...แม่สังเกตเห็นแผลตามร่างกายหนูที่หนูอวดให้แม่ดูเช่นที่ มือ หัวเข่า...แม่เห็นแล้วก็อดที่จะสงสารหนูไม่ได้...สำหรับหนูได้แต่บอกแม่ว่า "ต้องอดทน" นั่นคือ คำเดียวเท่านั้นที่หนูพูดกับแม่

            แม่และพวกเรา (น้องอ้อม + แม่น้องอ้อม + ฟ้าคราม) ไปหาหนู (น้องเพรียง) ตั้งแต่ เวลา ๘.๐๐ น. และอยู่กับหนูถึงเวลา ๑๕.๓๐ น. เพราะวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เป็นวันที่ทางค่ายทหารอนุญาตให้พวกญาติเข้าเยี่ยมทหารใหม่ได้...หนูไปอยู่ที่ค่ายทหาร รวม ๒๕ วันเต็ม แม่และพวกเราก็ได้แต่คิดถึงหนู + เป็นห่วง เพราะหนูเติบโตมาจากที่เรียกว่า "ไม่เคยลำบาก" แม่กลัวว่าหนูจะทนไม่ได้ หนูเล่าให้แม่ฟังว่า...หนูได้อยู่ที่หมวดกองพลฯ เสนารักษ์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๕๕ คน ขาดอีกแค่ ๕ คน ก็จะนับว่าเป็นกองพัน ซึ่งเวลาหนูฝึกหนูก็ต้องไปฝึกกับหมวดทหารราบ...ซึ่งหนูบอกว่า หมวดทหารราบนี้ เขาจะส่งลงไปทางใต้ด้วย...แต่สำหรับหนูจะประจำอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรนี้เท่านั้น...

         วันนั้น แม่ได้เห็น ได้รู้จากการรวมพลที่ทางค่ายได้ฝึกทหารใหม่ ซึ่งอยู่ในการบังคับบัญชาที่มีกฎ ระเบียบอย่างเคร่งครัด...หนูบอกแม่ว่า...หนูเกิดมาไม่เคยซักผ้าเองเลย...แต่พอมาอยู่ในค่าย หนูต้องทำเอง คือ ซักเสื้อผ้าเอง น้องเพรียงบอกแม่ว่า "เอี่ยมบ้างไม่เอี่ยมบ้าง เพราะไม่เคยทำ ทำได้ก็คราวนี้แหล่ะ"...หนูนั่งคุยกับแม่ว่า...เมื่อกลับออกไปแล้ว "จะบวชให้แม่ ๗ วันน่ะ"...(เพราะน้องเพรียงยังไม่ได้บวชให้แม่เลยซึ่งแม่ก็ไม่เคยขอร้องหนูว่าจะต้องบวชให้กับแม่หรอก...แต่หนูกลับพูดให้กับแม่ฟังวันนั้น)...แม่ถามว่านึกอย่างไร?...เพราะแม่เคยแซวตอนที่พี่ภัครบวชแล้วว่า "บวชพร้อมกับพี่ภัครเลยหรือไม่...แต่น้องเพรียงบอกว่า "ไม่"...น้องเพรียงบอกว่า "เวลาทหารเขาฝึก เขาจะให้ร้องเพลง "แม่" กับเพลง "ศรัทธา" เพรียงได้ยินคราวใด น้ำตาไหลทุกครั้ง...เท่านั้นเอง ทำให้แม่รู้ว่า "หนูเริ่มคิดได้ว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อกับแม่ทำให้ นั่นคือ "เพื่อลูก"...ทำให้หนูได้คิดได้ว่าไม่มีใครรักหนูเท่ากับพ่อกับแม่...หนูรักลูกหนูอย่างไร...พ่อกับแม่ก็รักหนูอย่างนั้น...นั่นคือ "คำตอบ"ที่หนูต้องพูดกับแม่แบบนี้...

           แม่สังเกตว่า...หนูผอมลง หนูสุขุมขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ครั้งแรกที่หนูได้พบกับแม่ ทั้งแม่และหนูน้ำตาไหล...ไม่พูดกันแค่มองตาแม่กับหนูก็รู้แล้วว่า "ความคิดถึงกันนั้นมันมากมายโดยไม่ต้องพูดออกมาหรอก"...แม่รู้ว่า "หนูห่วงเจ้าฟ้าครามมากมายแค่ไหน"...สำหรับเจ้าฟ้าคราม ครั้งแรกที่เห็นนั้น ไม่ได้ให้พ่อเพรียงอุ้ม กว่าจะให้อุ้มได้ ก็สักพักใหญ่ ๆ เพราะน้องเพรียงตัดผมเกรียน กว่าเจ้าฟ้าครามมันจะคุ้นหน้าของหนู...

          หนูเล่าเหตุการณ์ที่หนูได้อยู่ในค่าย ๒๕ วันให้กับแม่ฟัง แล้วหนูก็บอกแม่ว่า เหลืออีก ๕๔ วันที่จะต้องฝึก ๆ ครั้งนี้ก็หนักขึ้น ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่หนูจะต้องเจอกับมัน มันเหมือนกับการฝึกความอดทนของคนนะแม่..."เพรียงก็จะทน"...แม่บอกน้องเพรียงว่า "คนอื่นเขาฝึก เขายังทำได้ แล้วเราทำไมจะทำไม่ได้"...น้องเพรียงบอกว่า...เวลาใครทำผิด เขาก็จะทำโทษทั้งกองพันเลย ไม่เลือกเฉพาะคน...แม่บอกว่า...เขาฝึกการทำงานเป็นทีมไงลูก!!!...ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน นี่คือ การทำงานของทหาร...สำหรับน้องอ้อม ช่วงนี้ก็เริ่มทำนาโดยการจ้างเขาทั้งหมด เพราะน้องเพรียงคงไปช่วยทำไม่ได้...แม่ได้แต่บอกลูกว่า "ต้องอดทนน่ะ...คนเราต้องอดทนเท่านั้น" สิ่งนี้ที่แม่ได้บอกกับลูก...พ่อเร บอกว่า..."เพื่อทดแทนบุญคุณของแผ่นดินไทย ขอให้หนูทำไปเถอะ...เวลาอีกไม่นานก็จะได้กลับมาอยู่บ้าน"...

 

 

 นี่คือ...ชีวิตของหนู...พลฯ เพรียงพล  แสงเงิน..."ลูกของแม่" ที่ได้ทำหน้าที่ของลูกผู้ชาย

ที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยอย่างสมเกียรติ เป็นตัวแทนของเพื่อน ๆ ที่เกิดมาร่วมรุ่นปีเดียวกัน แต่เขาไม่ได้มา

ทำหน้าที่เยี่ยงที่ลูกของแม่ได้รับนี้...ขอให้ลูกของแม่ ทำหน้าที่สมกับคำว่า "ทหารพระราชา"...

 

 

 

 

 

                               

 

 

 

 อ่าน "จดหมายถึงลูก" ทุกฉบับได้จากที่นี่...จดหมายถึงลูก