ปลาหมอสี (อังกฤษ: Cichlid) เป็นวงศ์ปลาที่มีจำนวนชนิดมากกว่า 1,000 ชนิด นับเป็นวงศ์ของปลาน้ำจืดที่มีจำนวนชนิดมากเป็นอันดับสาม รองมาจากวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) และวงศ์ปลาบู่ (Gobiidae) ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cichlidae (/ซิค-ลิด-เด/) ชื่อสามัญในภาษาไทยนิยมเรียกว่า "ปลาหมอสี" ปลาในวงศ์นี้ส่วนใหญ่จึงมักมีชื่อขึ้นต้นว่า "ปลาหมอ"  

                ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ทะเลสาบ หนองบึ่ง คูคลองต่างๆ และเป็นสัตว์ที่มีความดุร้าย โดยมีแหล่งกำเนิดจาก 2 กลุ่มใหญ่ๆ ในโลก คือ

                กลุ่ม New world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกใหม่ ได้แก่ แถบอเมริกากลาง -ใต้ เช่น แท๊กซัสตอนใต้ ลงมาจนถึงอาเจนตินาของอเมริกาใต้ ,คอสตาริกา ,นิการากัว , บราซิล, ลุ่มแม่น้ำอเมซ่อน, เกาะมาดากาสการ์ , เกาะศรีลังการ, ชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย ฯลฯ

                กลุ่ม Old world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกเก่า ได้แก่ แถบแอฟริกาใต้, ในทะเลสาบมาลาวี(Lake Malawi ), ทะเลสาบแทนกานยิกา (Lake Tanganyika ), ทะเลสาบวิคตอเลีย(Lake Victoria), แถบแทนซาเนีย ฯลฯ

                ถึงแม้ว่าปลาหมอสีมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม แต่ปลาในวงศ์นี้ก็มีลักษณะร่วมอันเป็นเอกลักษณ์ คือ

                -  มีกรามพิเศษในลำคอ นอกเหนือไปจากกรามแท้

                -  มีรูจมูกสองรู ซึ่งต่างจากปลาส่วนใหญ่ที่มีสี่รูจมูก

                -  ไม่มีชั้นกระดูกใต้รอบตา

                -  เส้นข้างลำตัวขาดตอน ตัดแบ่งเป็นสองส่วน

                -  กระดูกหู มีลักษณะเฉพาะ

                -  ลำไส้เล็กหันออกจากทางด้านซ้ายของกระเพาะ

                -  มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูไข่และลูกอ่อน

การสังเกตเพศ

                ปลาหมอสี ถ้าสังเกตดีๆ จะดูเพศ ไม่ยากเลย คือ อย่างแรก ให้สังเกต เดือย (ท่อใต้ท้องปลา)ของตัวเมีย รูปทรงของท่อจะอ้วนใหญ่ทู่ๆส่วนตัวผู้จะมีลักษณะที่เล็กปลายจะแหลมวิธีการดูว่าปลาพร้อมที่จะผสมหรือไม่นั้นตัวเมียที่พร้อมวางไข่ ท้องจะอ้วนๆ ตึงๆ และเดือยใต้ท้อง นั้นจะนูนออกมามากกว่า ตอนปกติ รวมถึงพฤติกรรมในการ ขุดหิน ขุดทราย ทำรัง และว่ายไล่ ปลาตัวอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามา ในบริเวณ ดังกล่าวส่วนตัวผู้ ที่จะนำมาใช้ในการเพาะพันธุ์ นั้น ควรหาตัวที่มีขนาด ใหญ่กว่าตัวเมีย และ ถ้าหากในการทดลองเพาะพันธุ์ ครั้งแรก หากไข่ปลาไม่ฟัก เป็นตัว ก็ อย่าเพิ่งสรุปว่า ตัวผู้ ตัวนั้นๆ เป็นหมัน ต้องลองดูอีก สัก 1-2 คอก ถ้าคอกที่ 3 แล้วยังไม่ติดโอกาสที่ปลาตัวผู้นั้นๆ จะเป็นหมันก็มีสูง

อาหารของปลาหมอสี

                อาหารของปลาหมอสีก็จะมีจำพวกอาหารที่เป็นเม็ดที่มีขายตามท้องตลาด และจำพวกสัตว์น้ำเล็กๆ เช่น ลูกกุ้ง ลูกปลาเล็กๆ และก็บางคนก็จะเอาจิ้งจกให้กินบ้าง(กำจัดจิ้งจกไปในตัว) ปลาหมอสีเป็นสัตว์ที่ไม่เรื่องมาก ถ้าเราให้อะไรกิน มันก็กินหมดไม่เรื่องมาก

โรคที่พบบ่อยในปลาหมอสี

                การดูแลรักษาปลาหมอสีนั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก มันเป็นการบ่งบอกว่าปลาหมอสีนั้นจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน จึงยกตัวอย่างโรคที่พบบ่อยและการรักษาในปลาหมอ มีดังนี้

               โรคปากบวม ตาโปน

                อาการสองอาการนี้ เป็นอาการที่เกิดจากปลาป่วยได้รับการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสาเหตุ อาจจะเกิดจะเกิดจากการที่ปลากัดกันในช่วงเข้าคู่ หรือ ชนที่กั้น จนเกิดเป็นแผลรวมถึงการที่น้ำในตู้มีความสกปรก จึงทำให้เกิดอาการนี้ได้ พบมากที่สุดในช่วงอุณหภูมิสูงเช่น หน้าร้อนจะพบได้บ่อย

                วิธีการรักษา แนะนำให้รีบรักษาตั้งแต่เริ่มเห็นอาการ หากเป็นในระยะแรก สามารถแช่ยาแก้การติดเชื้อแบคทีเรีย เปลี่ยนน้ำวันละ 50 %ทุกวัน แต่หากพบว่า การติดเชื้อเป็นมาก แนะนำให้ใช้ยาแก้กาติดเชื้อแบคทีเรีย ป้อนเข้าทางปาก

                -  โรคจุดขาว

                เป็นโรคที่มักพบมากในช่วงอากาศเย็น เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำ ทำให้เชื้อตัวนี้ สามารถเจริญเติบโตและก่อโรคได้ อาการที่พบ จะพบว่าปลาป่วยจะหายใจหอบ ถี่ มีจุดขาวๆลักษณะคล้ายผงชอร์ค เกาะกระจายทั่วตัว หากปล่อยทิ้งไว้จุดขาวๆที่พบจะหนาตัวเป็นลักษณะคล้ายหมอกติดตัวปลา ส่งผลให้ปลาตายได้

                วิธีการรักษา แช่ยาแก้โรคจุดขาว ควบคู่กับการปรับอุณหภูมิในตู้ประมาณ 30 องศา

                ปลาหมอสี เป็นปลาเศรษฐกิจและความสำคัญมากเราควรให้ความสำคัญ เพราะปลาชนิดนี้มีราคาแพง เลี้ยงง่าย และเป็นปลาที่ทำเงินได้มาก และนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงปลาหมอสี