การทำไร่ไถนาของบรรพชนคนเกษตรครั้งเก่าก่อนนั้นมักจะไม่ใช้ปุ๋ยยาเคมี จะปลูกกันแบบธรรมชาติทำกันปีละหนคนละครั้งก็ยังได้ผลผลิตเพียงพอไว้อุปโภคบริโภคในครอบครัวตัวเรือนโดยที่ไม่เดือดร้อนดิ้นรนขวนขวายให้ยุ่งยากลำบากกายาเหมือนในสมัยปัจจุบัน เพราะมีการสร้างยุ้งฉางกักเก็บไว้กินได้เป็นปีๆ หลังจากที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมและในประเทศไทยเริ่มมีการใช้แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติที่เน้นการเพิ่มผลิตคราวละมากๆ เพื่อจำหน่ายจ่ายแจก เน้นการใช้เครื่องมือเครื่องจักรแทนวัวควาย เน้นการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยวิทยาศาสตร์อีกทั้งเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆอย่างครบครันก็ยังไม่สามารถทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศพอกินพอใช้ได้ ทำมาหาได้เท่าไรก็หมดไปกับค่าใช้จ่ายมากมายที่เรียงรายอยู่รอบตัว ยิ่งไม่มีการกลั่นกรองตรองให้รอบคอบด้วยแล้วเกษตรกรบางท่านอาจจะหมดไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นด้วยซ้ำ ทั้งโทรศัพท์ มอเตอร์ไซด์ ทีวี ตู้เย็น รถยนต์ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆที่ชนชั้นกลางและผู้อยู่ในเมืองที่ร่ำรวยนิยม
ใช่ว่าชาวไร่ชาวนาจะไม่สามารถใช้เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆเหล่านี้ได้ สามารถใช้และมีได้เมื่อเก็บหอมรอมริบจนเพียงพอและเหลือสะสมไว้ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจนต้องขายไร่ขายนามาผ่อนชำระซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นการใช้ชีวิตที่อาจเกินความพอดีไปในภาวะที่สถานะของเรายังไม่พร้อม สิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้าไม่วิเคราะห์กันให้ดีล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่บั่นทอนทำลายชีวิตและอาชีพของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาอย่างมาก โดยเฉพาะวิถีชีวิตการฉีดพ่นปุ๋ยยาฆ่าแมลงที่ทำติดต่อกันมาเป็นอาจิณจนชินชา เกิดการสะสมสารพิษในเลือดและร่างกายทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มแข็งแรงอีกทั้งการสะสมสารพิษยังน้อยจึงไม่แสดงอาการ แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่านอายุอานามมากขึ้นความแข็งแรง ภูมิต้านทานก็ลดน้อยถอยลง อีกทั้งสารพิษที่ได้รับการสั่งสมมาอย่างยาวนานผลกระทบข้างเคียงก็เริ่มกำเริบสืบสานออกมาให้เห็นในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทั้งมะเร็ง โรคผิวหนัง โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ปากเบี้ยว มือหงิก อัมพฤตอัมพาต ต่างๆมากมาย
โดยเฉพาะกรณีของลุงกุ๋ยที่แสดงถึงผลกระทบจากการแพ้สารเคมีการเกษตรจนทำให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เมื่อทางช่อง 3 มานำเสนอผ่านรายการเล่าข่าวจนก่อให้เกิดความสงสารเห็นใจได้มีผู้ใจบุญร่วมกันบริจาคเงินจำนวนกว่าสองล้านบาท (6 พฤศจิกายน. 2555) เพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาล ซึ่งสภาพอาการของลุงกุ๋ยท่านผู้อ่านสามารถดูย้อนหลังได้ในอินเทอร์เน็ตหรือแอ็พของเรื่องเล่าเช้านี้ได้ ซึ่งจะเห็นว่าน่าสงสารและคงจะทรมานมาก เกษตรกรเยาวชนคนรุ่นใหม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงสภาพอาการทรมานต่างๆเหล่านี้ได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตรกรรมที่มีการใช้สารเคมีที่เป็นพิษทั้งชนิดดูดซึมหรือไม่ดูดซึมเพราะมีผลข้างเคียงสะสมก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่ตนเองได้ทั้งสิ้น ในช่วงวัยหนุ่มที่แข็งแรงอาจจะยังไม่แสดงอาการ แต่พออายุอานามมากเข้าพิษภัยที่สะสมก็เริ่มแสดงอาการให้เห็นเป็นได้หลายๆโรค ทำให้เงินทองที่เก็บหอมรอมริบสะสมมาเนิ่นนานอาจจะต้องอันตรธานหายไปในพริบตากับค่ารักษาพยาบาล ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำเกษตรให้ปลอดสารพิษ เพื่อจะได้มีชีวิตที่ยืนยาว
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com