“ฉันยังเด็กอยู่เลย” ฉันเปลี่ยนจาก ด.ญ. ไปเป็น....แม่วัยใส


ความเครียด (Stress) .... มีกันได้..เกิดขึ้นได้ ....“กับคนทุกๆ” ... แต่....”ความเครียดของ...แม่วัยรุ่น” …. นั้น...  “หนักหนาสาหัสนักค่ะ” ..... เรามาฟังที่พวกเธอเล่า กัน นะคะดังนี้ค่ะ


.... เมื่อก่อนฉันเป็นคนหลับง่าย บางทียังนั่งหลับในห้องเรียนเลย แต่พอรู้ว่า  “มีน้อง”  “ฉันนอนไม่หลับ หลับไม่ได้ จิตใจมันไม่สงบ.... มันเป็นทุกข์" เมื่อรู้ว่าอุ้มท้อง นี่ยังไม่ได้บอกแม่ และพ่อยังไม่รู้ด้วย ฉันจะหลับตาลงได้อย่างไร


                   



ตอนที่รู้ว่าตัวเอง “ตั้งท้อง” มันหงุดหงิด “มันว้าวุ่น ทำอะไรไม่ได้ มันมีสิ่งค้างคาใจ มันไม่มีความสุข” ฉันเข้าใจแล้วหละความทุกข์ทรมานเป็นอย่างไร เข้าใจและกำลังเป็นอยู่ขณะนี้ กำลังได้รับผลนี้อยู่คือ อารมณ์หงุดหงิดนั่งไม่ติดที่


เป็นเกือบทุกอย่างที่หมอถามนั้นแหละ ทั้งมึนงง ปวดศีรษะ ฟังอะไรไม่ถูก ทำอะไร ก็ไม่ได้ มันคิดทุกๆ นาที “นั่งก็คิด นอนก็คิด ใจไม่อยู่กับตัว” มันปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด “ความสุขหายวับไปเลย และมีแต่ความทุกข์มาแทน”


พอรู้ว่าตั้งท้องฉันวุ่นวายใจมาก ฉันเรียนอยู่ ม.3 เทอมต้น อายุ 15 ปี พอรู้ว่า “ตั้งท้อง” ฉันไม่เป็นอันกิน อันนอน ฉันทุกข์ ไม่รู้ว่าจะบอกแม่ว่าอย่างไรดี ไม่รู้จะบอกพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น   “ฉันหวาดกลัวไปหมด กลัวแม่โกรธ กลัวพ่อเสียใจ”  ฉันทำอะไรไม่ถูก ฉันเครียด ฉันหมดหวัง ฉันเศร้า และฉันอยากตาย


ฉันท้องโตขึ้นๆ  “ฉันอายมาก”   ฉัน...ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนเลย ไม่อยากพบหน้าใครๆ ทั้งเพื่อนๆ ที่โรงเรียน คุณครู หรือคนในหมู่บ้าน... ฉันเหมือนแบกความน่าอับอายของตัวฉัน ของพ่อ แม่ ของครอบครัว ของญาติพี่น้อง ฉันทรมานจิตใจมาก มันทำกรรมไว้มาตั้งแต่ชาติปางไหนก็ไม่รู้ ที่ฉันต้องมาเผชิญกรรมเช่นนี้ “แต่มันก็สาสมแล้วที่ฉันควรได้รับ” 


เพราะฉันมันเลว “ฉันก็ควรได้รับเวรกรรมนั้น เพราะฉันทำเองไม่มีใครมาสั่งให้ฉันทำ” “ฉันทำตัวเอง”


“ตอนที่ฉันรู้ว่าท้อง”   ฉันเจ็บปวดใน  “หัวใจสุดๆ” แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า “กินยาแก้ปวดหัว” แต่กินเท่าไหร่ก็ไม่หาย กินไปกี่เวลามันก็ไม่หาย นอนก็ไม่หลับ หลับก็ไม่สนิท ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย แล้วมันปวดตลอดเวลา ใจคอก็ไม่เป็นสุข ไม่มีสมาธิ


   ใช่เลยหมอความสุขไม่มีถูกต้องแล้วหละ ... จะมีความสุขได้อย่างไรในเมื่อฉันกำลังจะเป็น “แม่คน” แม่วัยรุ่นที่ไม่มีความรู้ ไม่มีความพร้อมอะไรเลย ฉันจะเป็นสุขได้อย่างไร “มันมีแต่ความทุกข์ ความระทม ทั้งกายใจ”


   เรื่องความต้องการทางนี้ ตอนนี้มันหมดแล้ว   “มีแต่ความทุกข์ทรมาน” เข้ามาแทนที่ มันแสนสาหัสของชีวิต “เส้นทางชีวิตฉันลิขิตเอง” จะไปโทษใครเขาได้ เส้นทางเดินนี้ฉันกำหนดเอง  “มันก็เลยออกมาแบบที่กำลังได้รับ...กรรมนี้ไงหมอ"   เจอของจริงแล้ว ทำเอาแก้ไม่ตก “มีแต่คอตก” พ่อและแม่มีแต่ “เจ็บซ้ำและฉันทำบาปกรรมให้พ่อแม่และครอบครัว”


“หมดหวังในชีวิต”    มันถูกต้องแล้วหละ ฉันมองหนทางไม่ออกว่าต่อไปนี้ชีวิตฉันจะเป็นอย่างไร      "ฉันจะเป็น ... แม่คนได้อย่างไร” ฉันไม่มีความรู้อะไรเลยกับการเป็นแม่ ฉันยังไม่อยากเป็นแม่ ฉันจะทำอะไรเป็น ในเมื่อตลอดชีวิตฉัน   “ฉันยังเป็นเด็ก ฉันยังเป็นนักเรียนอยู่ ฉันจะทำได้อย่างไร”    กับการเป็น    “แม่คน” แล้วมันก็หมดทุกอย่างในชีวิต มันไม่เหลืออะไรให้ชีวิตต่อไปอีกแล้ว



ท้องขณะเป็นนักเรียน ชีวิตมันไม่มีคุณค่าอยู่แล้ว ทำผิดหน้าที่แบบนี้   “ฉันยังเด็กอยู่เลย” ฉันเปลี่ยนจาก ด.ญ. ไปเป็นคุณแม่วัยใส ฉันไม่คิดว่า มันจะเกิดขึ้นจริงๆ กับตัวฉัน ฉันไม่เหลือคุณค่า ฉันไม่เหลือความดีให้พ่อและแม่รวมทั้งญาติๆ อีกแล้ว “ฉันเป็นลูกที่ไม่ได้เรื่อง” ฉันเป็นลูกที่เอาแต่ความทุกข์ มาสู่ทุกๆ คน พ่อ แม่ ญาติ และโรงเรียน



ตอนที่ฉันยังไม่ได้บอกให้แม่และพ่อทราบ   “ฉันไม่มีความสุข ฉันกระวนกระวายใจ”  ....   “ฉันเหมือนตกอยู่ในนรก” ฉันนั่งไม่ติด จิตใจว้าวุ่น ทรมานมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ฉันเป็นทุกข์ มันทรมานใจฉันมากเลย หละ


                             </embed>



  ฉันไไม่มี...สมาธิหรือมันไม่เป็นอันกินอันนอน นอนจริงๆ ก็ไม่หลับ ....พอทำอะไรก็คิดแต่เรื่องนี้ คิดทุกๆ นาทีเลย ว่า ฉันจะทำอย่างไรดี  จะบอกพ่ออย่างไรดี จะบอกแม่อย่างไรดี “พ่อคงอกแตก แม่คงเหมือนคนบ้า” ฉันคิดไปร้อยแปดพันประการ


....ตอนรู้ว่า “ตนเองท้อง” นั้นมัน....ตกใจมาก แทบจะก้าวขาไม่ออกเลย เนื้อฉันมันสั่นไปหมด “ขนหัวมันลุกซู่” ฉันรู้สึกว่า เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เหมือนคนเป็นไข้แรกๆ “มันตกใจสุดขีด” ทำอะไรไม่ถูกมันเหมือนคนเบลอๆ สมองไม่สั่งงาน มันปวดล้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง



ที่หมอพูอมานั้น...ก็ใช่หมด อุ้มท้องโตอย่างนี้....จะมีอารมณ์ ทำอะไรได้ถูกเล่า มีแต่หมดแรง เพราะมัน “กลุ้มใจมันทุกข์ใจมาก” “ทำอะไรก็ไม่มีแรง เบื่อหน่าย” ไม่อยากจับอะไรขึ้นมาทำหรอก เพราะมันหมดแรง มันเหนื่อยหน่าย อยากจะ ”ตาย” ไม่อยากพบหน้าใครๆ ทั้งนั้น
จิตใจมันว้าวุ่น ใจเต้นแรง ก็คนมีทุกข์และหาทางออกไม่ได้ด้วย   “มันเครียด เครียดมากๆ เลยหละ” เครียดมาก จนอยากจะอาเจียน บางครั้งอยากร้องไห้  ใครไม่เป็นไม่มีใครรู้หรอกนะ


                     


พอฉันรู้ว่าท้อง “ฉันหนาวสั่นไปทั้งตัว” มันเจ็บปวดที่หัวใจ มันทรมาน มันไม่สบายกายไม่สบายใจ เป็นทุกข์ ทั้งตอนนั่ง ตอนนอน ไม่ว่าจะกิน จะเดินมันก็มีแต่ความทุกข์ ไม่มีความสุข พอคิดเรื่องนี้ทีไร ฉันปวดท้อง ปวดหัว ปากสั่น มือสั่น ทุกที


ฉันก็กลัวการคลอดน้อง “ฉันกลัวเจ็บปวด และกลัวน้องไม่สมบูรณ์” เพราะตอนที่เลือดไม่มา 2 เดือนแรก ฉันปรึกษาเพื่อนสนิท “เขาให้ฉันให้หมอเถื่อนฉีดยา ขับเลือดให้น้องแท้ง” พอน้องไม่ออก ตอนนี้ฉันก็เป็นทุกข์ว่า “กลัวคลอดแล้วเขาออกมาไม่ครบ” ฉันกลัวน้อง    “ออกมาพิการ ปากแหว่ง เพดานโหว่”   กลัวมากที่ต้องมาเลี้ยงลูกพิการ ไม่สมประกอบอีก “ฉันทุกข์ ทุกข์มากจริงๆ”


ฉันเครียดทำให้ฉันปวดร้าว ปวดไปทั้งตัว ปวดมากที่สุดคือที่ “หัวใจ” ฉันไม่ความสุขเลย และมันก็จะเป็นอย่างนี้อีกต่อไปตลอดชีวิตของฉัน ฉันทำลายมันด้วยตัวของฉันเอง ไม่มีใครทำหรอก ”ฉันมันเป็นคนไม่เอาไหน”


เรื่องตื่นเต้น    “เป็นมากเลยหมอ”    เพราะ....  ฉันกลัวมากแค่คนมอง ฉันด้วยสายตาแปลกๆ ซุบซิบนินทาฉันก็เครียด แล้ว ได้ยินเสียงอะไร ดังๆ ใจฉันก็เต้นแรง มันตกใจง่าย ได้ยินเสียงรถ บีบแตรก็ตกใจ เดิมฉันไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน “ฉันไม่มีความสุขเลยคุณหมอ” “มันตกนรกจริงๆ นรกเป็นอย่างนี้เอง”



    ตอนประจำเดือนขาด 2 เดือนกว่าๆ มีอาการแบบนี้แหละ    เพราะมันไม่รู้จะบอกใคร ไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเองดี   “ตัวเองงงตัวเอง” ว่าทำแบบนี้ไปได้อย่างไร    “แล้วต่อไปฉันจะทำอย่างไรกับตัวเอง”   มันทรมาน และมันก็อยากจะอธิบายเรื่องราวให้ใครๆ เข้าใจฉันโดยเฉพาะ พ่อเขาคงทุกข์ใจมาก แม่ก็เอาแต่ร้องไห้ เสียใจ