GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เลี้ยงโคแบบพอเพียง

เลี้ยงโคกับเกษตรผสมผสาน สร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคง

     เลี้ยงโคกับเกษตรผสมผสาน

            การเลี้ยงโคเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพเป็นสิ่งจำเป็นเพราะในปัจจุบันการปลูกพืชอย่างเดียว หรือปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะมีความเสี่ยงสูง  โดยเฉพาะในเขตพื้นที่แห้งแล้ง การเลี้ยงโคอาจใช้เป็นอาหารหรือเพื่อขายเป็นรายได้นำมาใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นทุนในการซื้อปัจจัยการผลิตอื่น ๆ เหมือนที่เขียนในบล็กไว้ว่า  การเลี้ยงโคเป็นการออมทรัพย์ ลูกโคคือดอกเบี้ย และมูลโคคือเงินปันผล

            ดังนั้นถ้าเกษตรกรรายย่อยทั่วไปต้องการพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคให้เป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างยั่งยืนนั้น ไม่ควรที่จะเลี้ยงโค หรือปลูกพืชเพียงอย่างเดียว  แต่ควรที่จะเป็นวิธีการเลี้ยงโค เลี้ยงสัตว์อิ่น เช่น สุกร เป็ด ไก่ ปลา และปลูกพืชหลายอย่างผสมผสานกัน  ทั้งนี้เนื่องจากการเลี้ยงโค หรือสัตว์เลี้ยงอื่นและปลูกพืชผสมผสนากันนั้นเป็นการเพิ่มความมั่นคงในอาชีพและเพิ่มความหลากหลายของแหล่งอาหาร  รวมทั้งเป็นการถ่ายโอนธาตุฮาหารและพลังงานระหว่างสัตว์กับพืชในรูปของปุ๋ยคอกและพืชอาหารสัตว์ 

คันนาใหญ่ของท่านอาจารย์แสวงที่ปลูกพืชผสมผสานในระยะเริ่มต้น

            สำหรับเกษตรกรที่ทำนาทำไร่ตามปกติ  อาหารโคจะได้มาจากซากพืชที่ผลิตได้ในแต่ละปี รวมทั้งซากพืชจากวัชพืช  เศษใบไม้จากพืชไร่ พืชที่ถอนทิ้งจากการปลูกพืชที่หนาแน่นเกินไป หรือพืชจากที่ดินที่ปล่อยให้พืชเองตามธรรมชาติ เช่นบริเวณหัวไร่ปลายนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเป็นอาหารโคได้ทั้งสิ้น เมื่อโคได้กินซากพืชเหล่านี้และถ่ายมูลออกมา ธาตุอาหารก็จะหมุนเวียนกลับมาเพื่อเป็นแร่ธาตุในดินให้กับพืชอีกครั้ง

           นอกจากนี้อาหารโค อาจนำมาจากบริเวณพื้นที่ที่ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกพืชหลัก เช่น พื้นที่มีหินมาก ขอบแปลง ขอบบ่อ บริเวณพื้นที่น้ำขังหรือดินรกร้างชั่วคราวเพราะยังไม่ถึงฤดูเพาะปลูกพืช  เกษตรกรสามารถนำสัตว์ไปปล่อยให้แทะเล็มพืช หรือตัดหย้ามาให้โคกิน  จะสังเกตเห็นบ่อย ๆ ที่มีเกษตกรบางรายไปตัดหญ้าและวัชพืชตามริมคูคลองริมถนน หย้าหรือวัชพืชเหล่านี้ ธรรมชาติลลทุนปลูกให้พืช ทำให้ประหยัดต้นทุนในการผลิตได้พอสมควร

            ในส่วนของการเลี้ยงโคกับเกษตรผสมผสานนั้น  ในพื้นที่หนึ่งแปลง  อาจจัดสัดส่วนในการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ขุดบ่อเลี้ยงปลา ให้ทั้งสามส่วนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน  เช่น

            แปลงนาปลูกข้าว และพืชไร่ เช่นข้าวโพดหลังฤดูเก็บเกี่ยว โคได้อหารจากฟางข้าวและต้นข้าวโพด 

            ขอบบ่อ  3  ด้าน  ปลูกพืชผักสวนครัวหมุนเวียนตามฤดูกาล เช่น ข่า ตะไคร้ ผักกาด หอม กระเทียม โหระพา กระเพรา  กวางตุ้ง ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ มะละกอ กล้วย ฯลฯ  โดยปลูกสลับกันไปให้เกื้อหนุนกันทั้งในเรื่องธาตุอาหาร การกำจัดแมลง และการบดบังแสง  โคได้อหารจากเศษผักและวัชพืชในแปลงผัก

            ขอบบ่อที่เหลืออีก 1  ด้าน สร้างคอกโคและสุกร  เมื่อโค และสุกรถ่ายมูลออกมาก็กวาดลงบ่อให้เป็นอาหารปลาต่อไป  รวมทั้งนำไปเป็นปุ๋ยให้กับพืชผักได้อีก

            บริเวณริมรั้ว หรือแนวกั้นแปลงข้าว แปลงผัก ก็สร้างรั้วธรรมชาติด้วยการปลูกต้นกระถินให้ติดกันเป็นแนว  ซึ่งใบกระถินสมารถนำมาเป็นผักจิ้มน้ำพริกและนำไปเลี้ยงโคได้ด้วย

บุรุษรูปงามกินถั่วสด ๆบนคันนาใหญ่

            วิธีการดังกล่าวทำให้มีอาหารเลี้ยงคนและโคได้ตลอดทั้งปี สามารถลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50954
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

ถ้าทำอย่างนี้ตลอดทั้งปีคงมีอาหารทั้งคนและสัตว์โดยที่ไม่ขาดแคลนเลยนะค่ะ

 

อยากรู้จัง นายแบบ มาจากประเทศอะไร น่าสนใจจังเลย   ดีครับ อย่างนี้เขาเรียกว่า เกษตรกรตัวจริง เสียงจริง ทำจริง และ กินได้จริงๆเลยครับ(อร่อย.....จัง)

จริงค่ะน้องไล  การเลี้ยงโคกับเกษตรผสมผสานถ้าทำได้ตลอดปี รับรองไม่อดตาย  สำคัญที่ต้องขยัน ทำจริงและอย่าท้อ  เพราะอาจเกิดการผิดพลาดได้ในบางครั้ง  แต่ให้นำมาเป็นบทเรียนและพัฒนาแก้ไขต่อไป

การที่ท่านเลี้ยงโคในระบบฟาร์มของท่านเสมือนว่าท่านมีโรงงานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีคุณภาพ  และต้นทุนต่ำด้วยครับ

พี่พงษ์  นายแบบในภาพนั้น คือ ท่าน ดร.แสวง  รวยสูงเนินเจ้าของนาตัวจริงเสียงจริงที่ทำนาโดยไม่ไถ เลี้ยงปลาดุกด้วยทุเรียนหมอนทอง และแก้วมังกร และลูกศิษย์จากม.อุบล ที่แวะเวียนไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ถึงขอนแก่น  ก็พี่พงษ์กับพี่หลงของเราไง

การเลี้ยงโคในระบบเกษตรผสมผสานหรือในฟาร์ม  จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ  ถ้าอย่างนั้นเกษตรต้องการปุ๋ยจำนวนมากคงต้องเลี้ยงโคพันธุ์ขีเป็นแน่แท้  ใช่ไหมค่ะอาจารย์อุทัย