เป้าหมายคือ ขยายโลกทัศน์ของ นศ. ให้กว้างขึ้น ได้รับรู้ความรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงในหลากหลายรูปแบบ หรือได้เชื่อมโยงความรู้ในวิชาที่เรียนกับวิชาอื่น

ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน  : 59. เจตคติและคุณค่า  (5) เชื่อมชุมชน

บันทึกชุดนี้ ได้จากการถอดความ ตีความ และสะท้อนความคิด  จากการอ่านหนังสือ Student Engagement Techniques : A Handbook for College Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley  ในตอนที่ ๕๙นี้ ได้จาก Chapter 17  ชื่อ Attitudes and Values  และเป็นเรื่องของ SET 39 : Connected Communities

บทที่ ๑๗ ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้ด้านคุณค่าและความหมายในชีวิต  รู้จักตนเอง และพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงด้านในของตนเอง  ประกอบด้วย ๖ เทคนิค  คือ SET 35 – 40  จะนำมาบันทึก ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนิค  

SET 39  : Connected Communities  

จุดเน้น  :  ความร่วมมือ

กิจกรรมหลัก :  การอภิปราย

ระยะเวลา  :  หลาย คาบ

โอกาสเรียน online  :  สูง

นศ. จากหลายรายวิชาที่เกี่ยวข้องกัน รวมตัวกันเป็นชุมชนเรียนรู้  โดย นศ. ต่างชั้นเรียนที่มารวมตัวกัน ลปรร. นี้ อาจมาจากมหาวิทยาลัย (โรงเรียน) เดียวกัน หรือมาจากต่างสถาบันก็ได้  หรืออาจอยู่ห่างไกลกันคนละประเทศคนละซีกโลกก็ได้ 

เป้าหมายคือ ขยายโลกทัศน์ของ นศ. ให้กว้างขึ้น  ได้รับรู้ความรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงในหลากหลายรูปแบบ  หรือได้เชื่อมโยงความรู้ในวิชาที่เรียนกับวิชาอื่น

 ขั้นตอนดำเนินการ

1.  ครูกำหนดประเด็นการเรียนรู้ ที่ นศ. จะเรียนรู้ได้เพิ่มขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในชั้นเรียนอื่น นอกชั้นเรียนของตน

2.  กำหนดรูปแบบของปฏิสัมพันธ์ เช่น คุยกันครั้งเดียวหรือหลายครั้ง,  เพียงการอภิปรายหรือมีการทำโครงกรร่วมกัน,  มีการพบหน้ากันหรือเป็น virtual community

3.  กำหนดกลุ่ม นศ. อื่นที่ต้องการให้ นศ. ในชั้นไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วย  และทำงานร่วมกับผู้นำ (อาจารย์) ของ นศ. กลุ่มนั้น ในการวางแผนเชื่อมชุมชน นศ. ทั้งสองชุมชน 

ตัวอย่าง

วิชาประวัติศาสตร์ตะวันออกกลางและศาสนาเปรียบเทียบของโลก

ครูของวิชาประวัติศาสตร์ตะวันออกกกลาง และครูของวิชาศาสนาเปรียบเทียบของโลก มีเป้าหมายตรงกันที่ต้องการให้ นศ. ของตนได้เรียนข้ามสาขาวิชา  และเห็นว่าหากให้ นศ. ของทั้งสองวิชาได้เรียนสาระด้าน วัฒนธรรมและการเมืองมุสลิม ร่วมกัน ผ่านการค้นคว้าและอภิปรายแลกเปลี่ยน  โดยหลังจาก นศ. ในวิชาทั้งสองได้เรียนพื้นความรู้ในวิชาพอสมควรแล้ว  ครูทั้งสองร่วมกันกำหนดโจทย์สำหรับค้นคว้าและอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ว่าคนในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ต่อสู้และเกิดผลอย่างไรบ้าง เพื่ออำนาจของศาสนา บทบาทของเพศ  ความเป็นพลเมือง  ประชาสังคม และ ประชาธิปไตย  โดยให้ นศ. นำพื้นความรู้ด้านประวัติศาสตร์ และด้านปรัชญา จากรายวิชาทั้งสองมาเป็นพื้นฐาน 

วิชาภาษาฝรั่งเศสระดับกลาง

นศ. วิชาภาษาฝรั่งเศสระดับกลางในมหาวิทยาลัยอเมริกัน  เรียนรู้ร่วมกันกับ นศ. ระดับบัณฑิตศึกษา ในวิชาสอนภษาฝรั่งเศสในฐานะภาษาที่สอง ในมหาวิยาลัยที่เมือง Lyon ประเทศฝรั่งเศส  โดยอภิปรายแลกเปลี่ยนกันผ่าน videoconference  และผ่านการ chat โดยการเขียนโต้ตอบ  เพื่อเรียนรู้ตามโมดูลการเรียนรู้ที่ครูของทั้งสองฝ่ายกำหนดร่วมกัน

ชุมชนเรียนรู้ ๓ สาขาวิชา : จิตวิทยาในฐานะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, มานุษยวิทยาเบื้องต้น, และ การเขียนเรียงความด้านประเด็นทางสังคม

หัวใจของการเรียนรู้คือพฤติกรรมของมนุษย์  ทางมหาวิทยาลัยจึงส่งเสริมให้มีกลุ่มสนใจสำหรับ นศ.​ปี ๑ ที่เรียน ๓ วิชานี้  โดย นศ. ที่เป็นสมาชิกต้องลงทะเบียนเรียนทั้ง ๓ วิชา   ครูประจำวิชาสอนแยกกัน  แต่ร่วมกันกำหนดเป้าหมายของวิชาและการมอบหมายงาน 

นศ. ทั้งหมดประชุมกัน ๓ ครั้ง ใน ๑ ภาคการศึกษา เพื่อทำความเข้าใจวิชาที่เรียน  ติดตามความก้าวหน้า  และประเมินการจัดการเรียนรู้

การขยายวิธีการหรือประโยชน์

·  ให้ นศ. เชื่อมโยงเรื่องราวในรายวิชา เข้ากับชีวิตจริง  หรือเข้ากับกลุ่มวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง

·  หากวิชาที่เรียนเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาหลักของหลักสูตร  ให้ นศ. เชื่อมโยงสาระของวิชานั้นเข้ากับวิชาที่เรียนมาแล้ว  

คำแนะนำเพิ่มเติม

ที่จริงการจัดการเรียนแบบเชื่อมวิชา หรือเชื่อม นศ. ในต่างวิชาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องการโครงสร้างพื้นฐานของการจัดการการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนที่แหวกแนว  ครูอาจได้เพื่อนครูคู่หูที่จะเชื่อมชุมชน นศ. จากการเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกัน 

ในสหรัฐอเมริกา ครูที่อยากได้เพื่อนครูคู่คิดคู่จัดกิจกรรมเรียนรู้แบบเชื่อมชุมชน อาจใช้ประโยชน์ Learning Communities National Resource Center  

ครูที่ใช้เทคนิคนี้ อาจรู้สึกดี ที่ได้พบเพื่อนคู่คิดในการพัฒนาการเรียนรู้ของศิษย์

พลัง ICT ช่วยให้ใช้เทคนิคนี้ได้โดยง่าย  แต่ก็เกิดความท้าทาย ๒ ประการ  (๑) ด้านเทคนิค  ที่มาตรฐานของเครื่องมือสื่อสารแตกต่างกัน ทำให้เชื่อมต่อกันยาก  (๒) ความเป็นชุมชนต้องการ “การมองตากัน”  เทคโนโลยีให้สิ่งนี้ได้อย่างจำกัด  ไม่ได้พลังของการ “มองตาก็รู้ใจ”   

เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม

  http://www.evergreen.edu/washcenter/resources/lchour/lchour.htm

วิจารณ์ พานิช

๒๐ พ.ย. ๕๕