ชีวิตที่พอเพียง : 115. แม่เนื่อง ตาทบ และทำตาล ๒

         บ้านของแม่เนื่อง ตาทบ ไอ้ออด ไอ้นี เป็นบ้านชั้นเดียว ทำด้วยไม้ไผ่หลังคามุงจาก     พื้นบ้านส่วนหนึ่งเป็นดินอัดแน่นไล้ด้วยดินเหนียวหรือดินจอมปลวก     ลักษณะเกือบเหมือนลาดซีเมนต์      ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักพื้นซีเมนต์     เคยเห็นที่บ้านแปะขุ้นที่เดียว  ผมถามแปะขุ้นว่าหินอะไรทำไมก้อนใหญ่นัก    เอามาจากไหน  ขนมาได้อย่างไร

        พื้นบ้านแม่เนื่องส่วนที่ใช้นอนและทำครัวยกเป็นแคร่ไม้ไผ่    บ้านแบบนี้เย็นสบาย ลมโกรกได้ทุกทิศทางเพราะฝาก็เป็นไม้ไผ่ซีกขัดแตะ    เป็นบ้านที่ไม่ถาวร     พอผุก็ทำใหม่     ตอนสร้างบ้านก็ทำกันเอง ๒ - ๓ วันก็เสร็จ     เขาไม่ต้องการความถาวร     เพราะแม่เนื่องจะอยู่เพียง ปีสองปีก็กลับอัมพวา     แล้วจึงกลับมาอยู่ใหม่เมื่อทางพ่อผมบอกให้มา     ที่พ่อผมอยากให้เขาทำตาลก็เฉพาะช่วงที่มะพร้าวห้าวราคาไม่ดี    

        พ่อผมไม่อยากให้ทำตาลต่อเนื่องเพราะจะทำให้มะพร้าวโทรมมาก (สังเกตได้จากขนาดต้นตรงคอเรียวเล็กลง  คือต้นผอมลงนั่นเอง)     ทำเพียงปีสองปีก็ปล่อยให้ต้นมะพร้าวได้พัก    แม่เนื่องก็กลับเมืองในไป     ผมชักเอ่ยถึงเฉพาะแม่เนื่องให้หมายถึงทั้งครอบครัวนี้เพราะแม่เนื่องเป็นหัวหน้าครอบครัวในสายตาของผม     แม่เนื่องเป็นผู้เจรจางานต่างๆ กับพ่อและแม่ของผม      ตาทบจะเป็นช้างเท้าหลัง เพราะแกเป็นคนไม่ค่อยพูด

        ต่อไปนี้จะเล่ากรรมวิธีเก็บน้ำหวานของมะพร้าว      เครื่องมือได้แก่ กระบอกไม้ไผ่สำหรับรองน้ำหวาน    เปลือกและเนื้อไม้เคี่ยมสำหรับใส่กระบอกกันน้ำหวานบูด    ไม้คานหาบพวงกระบอกน้ำหวาน     และที่ผมไม่ค่อยกล้าจับ คือมีดปาดตาล มันคมจนน่าเสียวไส้     มีดนี้ต้องใส่ไว้ในฝักและเหน็บที่ข้างสะโพกเยื้องไปข้างหลังนิดหน่อย     ผมจำไม่ได้ว่าคนถนัดขวาเหน็บมีดทางขวาหรือซ้าย     เขาต้องลับมีดนี้ให้คมกริบอยู่เสมอ     ผมชอบไปดูแม่เนื่องหรือตาทบลับมีด และซักถามเรื่องต่างๆ     และที่ชอบที่สุดคือไปขอกินน้ำหวานที่เพิ่งรองมาจากต้น  

        เขาจะเตรียมต้นมะพร้าวที่จะทำตาลโดยการบากต้นให้เป็นร่องสำหรับเอาเท้าเหยียบปีนขึ้นไป     ร่องนี้อยู่สองข้างต้นสลับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงคอต้นมะพร้าว     ที่บ้านผมนิยมบากต้นทำเป็นที่ขึ้น     แต่บางแห่งนิยมเอาพะองไม้ไผ่มามัดกับต้นมะพร้าวสำหรับปีน

        คนปีนแต่งตัวด้วยกางเกงขาก๊วยสั้น ควั่นขาขึ้นไปสูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้     หรืออาจนุ่งผ้าขาวม้าควั่นขอบจนติดแน่นกับโคนขา มีผ้าขาวม้าหรือผ้าผูกมีดคาดเอว     เขาเอากระบอกไม้ไผ่สำหรับรองน้ำหวานติดตัวขึ้นไปด้วย ๑ - ๒ กระบอก  แล้วแต่ว่าต้นไหนมีงวงให้ปาดตาล ๑ หรือ ๒ งวง     กระบอกไม้ไผ่นี้เขาแขวนไว้ตรงไหนของตัวผู้ขึ้นผมไม่เคยสังเกต หรืออาจจะลืมไปแล้ว    พอขึ้นไปแล้วก็ปลดกระบอกที่มีน้ำหวานเอามาแขวนกับตัว      เอากระบอกเปล่ารองแทน     แล้วก็ลงมา     มะพร้าวบางต้นมีมดแดงคนขึ้นตาลก็เดือดร้อนหน่อย

        กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำหวานต้องมีกรรมวิธีในการทำความสะอาดมาก     มิฉะนั้นน้ำหวานจะสกปรกและบูด     เขาต้องล้างอย่างดีแล้วรมควันจากเตาเคี่ยวน้ำตาลซึ่งเขาจะทำช่องไว้วางกระบอก ๑๐ - ๒๐ กระบอก    ผลัดเปลี่ยนกระบอกเอามารมจนแห้งสะอาดดี   และต้องเอาเปลือกและไม้เคี่ยมใส่ลงไปกระบอกละนิดหน่อยกันน้ำหวานบูด     ไม้เคี่ยมนี้มีรสขม ผมไม่ชอบเลย     ผมอยากให้เขาไม่ใส่ไม้เคี่ยมจะได้กินน้ำหวานที่ไม่มีรสขม     บางครั้งตาทบก็ทำให้ คือมีกระบอกที่ยกเว้นไม่ใส่ไม้เคี่ยมหรือใส่น้อยเป็นพิเศษ    "ทำให้ตาอ๊อดกิน"      

        มีข่าวอยู่บ้างว่ามีคนตกต้นมะพร้าว     แต่ที่บ้านผมไม่เคยมี     อันตรายในสวนมะพร้าวที่พบบ่อยที่สุดคือโดนงูกะปะกัด     บางคนต้องตัดขา    น้อยคนที่ถึงตาย     น้องชายของผมคนที่ ๓ ก็เคยโดนกัด     อาการมากถึงขนาดเลือดออกตามผิวหนัง     และออกเข้าไปในกล้ามเนื้อโคนขาเป็นลิตร     พาไปรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นเดือน    นั่นคือในปี ๒๕๒๕ 

        ผลพลอยได้ หรือผลิตภัณฑ์เสริมจากสวนมะพร้าวได้แก่ ลูกนก  ลูกกระรอก  รังต่อ  หัวพร้าว  เหมงพร้าว  เชือกกาบพร้าว  พร้าวอ่อน  พร้าวกะทิ   ด้วงพร้าว  ซึ่งจะเล่าในโอกาสต่อไป

วิจารณ์ พานิช
๑๕ สค. ๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#เรื่องเล่า#การเรียนรู้จากการปฏิบัติ#คุณธรรมจริยธรรม

หมายเลขบันทึก: 50936, เขียน: 20 Sep 2006 @ 15:12 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 15:56 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)