.
BusinessInsider ตีพิมพ์เรื่อง '5 restaurant tricks designed to make you spend more'
= "5 เล่ห์เหลี่ยมที่ร้านอาหาร(ออกแบบ)ทำให้คุณจ่ายมากขึ้น" = "5
วิธี(เล่ห์กล)ที่ร้านอาหารทำเราอ้วน", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

(1). ไม่ใส่เครื่องหมายดอลลาร์ (dollar signs)
.
อ.เกรกก์ แรพพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการการออกแบบเมนู (menu) พบว่า ถ้าไม่ใส่เครื่องหมายดอลลาร์ ($) หรือตัว 'S' มีขีดผ่าแนวดิ่ง หรือใส่แต่ตัวเลข ไม่บอกหน่วยว่า เป็นดอลลาร์ (บาท ฯลฯ) จะทำให้ลูกค้ามีการรับรู้เรื่องราคาหรือค่าเงินน้อยลง
.
ผลการสำรวจพบว่า ลูกค้าจะเลือกรายการอาหารที่มีราคาถูกลงเมื่อเห็นเครื่องหมายค่าเงินในเมนู เช่น บาท ดอลลาร์สหรัฐฯ
.
.
เช่น ตั้งชื่อสลัดตามชื่อดอกไม้ เช่น สลัดกุหลาบดอย ฯลฯ จะทำให้ดูหรูกว่าเรียกชื่อ "สลัดผัก" เฉยๆ
.
ร้านอาหารจานด่วน (fast-food) มักจะมีรายการอาหาร "มื้อรวม (combo meal / คอมโบ มีว)" โดยจับนั่นมาผสมนี่ เติมสีสันด้วยน้ำอัดลม-เครื่องดื่ม-หรือไอศกรีมเข้าไป เพื่อให้ดูคล้า่ยกับได้ของมากในราาคาถูกลง เป็นการส่งเสริมการขาย
.
ธรรมชาติของลูกค้าสมัยใหม่ คือ ต้องการ 'voice & choices' = ต้องการมีสิทธิ์มีเสียง (เช่น ติชมสินค้าหรือบริการได้ ฯลฯ) และมีทางเลือกหลายอย่างมากกว่าทางเลือกทางเดียว
.
(3). ขายพ่วงไวน์-เครื่องดื่ม
.
ร้านอาหารหลายแห่งมีบริการขายพ่วง สินค้าหลายอย่างเป็นชุดๆ คล้ายกับอาหารฟาสต์ฟูดสูตรคอมโบ (combo meal) ทำให้ลูกค้างง เลยกินหนักขึ้น จ่ายมากขึ้น และตัวหนัก(ไขมัน)มากขึ้น
.
(4). ตั้งชื่ออะไรที่ "พิเศษ (specials)" หรือไม่ธรรมดา
.
อ.เพสเกอรา กล่าวว่า สูตรทั่วไปที่ใช้ในร้านอาหาร คือ "กฎ 1/3 (the rule of thirds)" = 1/3 เป็นค่าแรง, 1/3 เป็นค่าดำเนินการทางธุรกิจ (overhead) เช่น ค่าเช่าที่ โทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ, 1/3 เป็นค่ากำไร (cost toward profit)
.
รายการอาหาร-เครื่องดื่มพิเศษที่ ดูแปลก ใหม่ หรู หรือหายากมักจะแพงกว่าอาหารทั่วไป... ก่อนเลือกรายการพิเศษ จึงควรเช็คราคาก่อนว่า ไม่แพงเกินไป และคุ้มค่าจริงๆ
.
การทำกับข้าวกินเองที่บ้านอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน จึงประหยัดไปได้อย่างน้อย 1/2 เมื่อเทียบกับการกินนอกบ้าน
.
(5). เปิดเพลง (mood music)
.
การศึกษาหนึ่งพบว่า เพลงที่เปิดมีผลต่อการซื้อไวน์ เช่น ถ้าเปิดเพลงฝรั่งเศส... คนจะซื้อไวน์ฝรั่งเศสมากขึ้น ถ้าเปิดเพลงเยอรมัน... คนจะซื้อไวน์เยอรมันมากขึ้น ฯลฯ
.
สรุป คือ เพลงที่เปิดคลอเป็นฉากหลัง (background music) น่าจะมีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของคนเรา
.
การศึกษาจากมหาวิทยาลัยโลโยลา พบว่า การเปิดเพลงช้าๆ (slow music) เพิ่มการขายของในร้านได้มากกว่าการเปิดเพลงดังๆ (loud music) หรือเพลงเร็วๆ (fast music) ได้มากถึง 38%
.
![]()
.
อ.แรพพ์กล่าวว่า เพลงในร้านอาหารน่าจะมีผลต่างจากร้านค้าทั่วไป คือ เพลงช้าๆ มักจะทำให้คนกินช้าลง
.
ตรงกันข้าม, เพลงเร็วๆ จะทำให้คนกินเร็วขึ้น ซึ่งตรงนี้อาจทำการทดลองเปิดเพลงหลายรูปแบบสลับกัน เพื่อสนับสนุนการขายได้
.
กล่าวกันว่า กิจการที่คนไปมักจะมีความเครียดสูงบ่อย คือ โรงพยาบาลกับคลินิกทำฟัน โดยเฉพาะถ้าไปในที่ๆ เงียบมากๆ อาจกระตุ้นให้เกิด "ความเครียดจากความเงียบ (silent anxiery)" ได้
.
อาจารย์ท่านหนึ่งเล่าว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ มีปัญหาวิดีโอขัดข้อง ช่างอีเล็คโทรนิคส์เลยจ่อกล้องวิดีโอที่ตู้ปลาไปแทนรายการปกติ
.
![]()
.
คนไข้หลายท่านชมไปว่า รายการนี้ (ดูปลาว่ายในตู้ปลา) ดีกว่ารายการเดิมตั้งแยะ วันหลังขอดูอีก
.
บางทีการเปิดเสียงอะไรเรื่อยๆ เบาๆ ในโรงพยาบาลหรือร้านทำฟัน เช่น เสียงน้ำไหล ฯลฯ น่าจะช่วยลดความเครียดได้มากกว่าอะไรที่เงียบ (และน่ากลัว)
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- Thank > http://www.businessinsider.com/restaurants-trick-you-into-spending-more-2012-11#mood-music-5 & http://www.bankrate.com/finance/frugal/sneaky-ways-restaurants-spend-more.aspx?ec_id=Tweet101#slide=1#ixzz2C2ICHHui
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 13 พฤศจิกายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>