เช้าวันที่ ๒ ของการย่ำแดนคาสิโน มีประสบการณ์ตื่นเต้นของ สอง สว. ตั้งแต่เช้า คือตอนที่ลงลิฟท์มาจากชั้นที่ ๑๒ ที่เป็นชั้นที่พัก เพื่อจะลงมารับประทานอาหารเช้าที่ชั้นล่างของโรงแรม ปรากฏว่าลงมาถึงชั้นที่ ๑ เมื่อลิฟท์เปิดออก และเมื่อสอง สว. ก้าวออกจากลิฟท์ ก็งงกันทั้งคู่ เพราะพบว่า ที่บริเวณหน้าลิฟท์ที่เปิดกว้าง กลายเป็นโต๊ะสำหรับเสี่ยงโชคเต็มไปหมด  ไม่ใช่ลอปบี้ของโรงแรมที่มีห้องอาหารของโรงแรมอย่างที่เราคิด เราหันซ้ายหันขวาเพื่อหาดูว่าตรงไหนจะมีประตูออกหรือบันไดลง ต่อไปยังชั้นลอปบี้ของโรงแรมได้บ้าง ก็มองไม่เห็น  โชคดีที่เจ้าหน้าที่ของโรงแรม (ที่จริงคงเป็นเจ้าหน้าที่ของคาสิโนมากกว่า) ที่ยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องมองเห็นเรา ยืนหันซ้ายหันขวาอยู่ จึงเดินมาหา เราจึงบอกว่าเราต้องการจะไปที่ห้องอาหารเช้าของโรงแรม  เขาจึงพาเราเดินผ่านโต๊ะเล่นการพนันที่มีคนเล่นอยู่เกือบเต็มทุกโต๊ะ ไปยังสุดด้านหนึ่งของห้องที่มีบันไดลงอยู่ เมื่อลงบันไดไปไม่กี่ขั้นก็จะถึงอีกห้อง ที่เต็มไปด้วยโต๊ะสำหรับการเล่นพนันและมีนักพนันเล่นกันอยู่เต็มอีกเช่นเดียวกัน เราต้องเดินผ่านโต๊ะเหล่านั้นไปอีกด้านหนึ่งของห้อง จึงจะถึงทางออกแคบ ๆ ที่มีฉากกั้นอยู่และมีเจ้าหน้าที่อีกคนยืนประจำอยู่ เพื่อดูคนเข้าออกจากส่วนที่เป็นคาสิโนของโรงแรม กับส่วยที่เป็นบริเวณลอปบี้ของโรงแรม ที่อยู่ใกล้ ๆ กับลิฟท์ที่เราใช้ขึ้นไปห้องพักของเรานั่นเอง แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยหรือสังเกตดี ๆ ก็จะไม่เห็นทางเข้าสู่คาสิโนจากลอปบี้ของโรงแรมแห่งนี้......เราได้เรียนรู้ต่อมาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับสอง สว. ครั้งนี้ เนื่องจากเราใช้ลิฟท์คนละตัวกับที่เราใช้เมื่อวาน  ทางโรงแรมเขาอำนวยความสะดวกสำหรับแขกที่ต้องการเสี่ยงโชค ให้ใช้ลิฟท์ตัวนั้น เมื่อออกจากลิฟท์ ก็จะได้อยู่ในส่วนของคาสิโนทันที....เป็นการได้เรียนรู้ของ สอง สว. แต่เช้าเลยครับ และได้เห็นว่า สำหรับนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย หลาย ๆ คนนั่งจนไม่รู้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน
         หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมที่พักแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางด้วยรถบริการของโรงแรมไปยังบริเวณท่าเรือเฟอร์รี่  ซึ่งที่บริเวณด้านหน้าของท่าเรือ จะรถบัสบริการ ของ เดอะเวนิเชี่ยน (The Venetien Macau- Resort- Hotel) นำต่อไปยังศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงแบบครบวงจรชื่อดังของมาเก๊า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๒๐ นาที ก็ไปถึง ทางเข้าสู่โรงแรมด้านทิศใต้  (ซึ่งเป็นด้านหลังของโรงแรม)


        หลังจากเก็บภาพที่ลานจอดรสบัสแล้ว ทุกคนก็เข้าสู่ลอบบี้ของโรงแรม และเดินชื่นชมความยิ่งใหญ่ของสถานที่  ขึ้นบรรไดเลื่อนไปสู่ชั้นบน ที่เป็นส่วนของศูนย์การค้า (The Grand Canal Shoppes) ที่จำลองบรรยากาศ ให้คล้ายกับเป็นเมืองเวนิช ประเทศอิตาลี  คือประกอบด้วยตึกรูปแบบโบราณต่าง ๆ ที่อยู่ติดคลอง มีสะพานข้ามคลอง ในคลองมีบริการนั่งเรือกอนโดล่า ไปตามลำคลอง พร้อมการขับกล่อมด้วยเสียงเพลง เป็นบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก เหมือนกับอยู่ในเวนิชจริง ๆ  หรือ อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างจัดสร้างใหม่ แต่ชาวคณะเรา ทั้ง สส. และ สว. ก็ได้แต่ชื่นชมบรรยากาศ และเก็บภาพ ไม่มีใครยอมควักกระเป๋าลงไปนั่งเรือกันจริง ๆ.....555


บริการนั่งเรือกอนโดล่า ไปตามลำคลอง พร้อมการขับกล่อมด้วยเสียงเพลง


 เป็นบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก เหมือนกับอยู่ในเวนิชจริง ๆ  


บริการนั่งเรือกอนโดล่า ไปตามลำคลอง พร้อมการขับกล่อมด้วยเสียงเพลง

       เนื่องจากเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่มาก จึงมีการนัดหมายเวลากลับมาพบกัน ในจุดที่เห็นชัดเจน แถว Food Court ช่วงเที่ยง เพื่อรับประทานอาหารตามใจชอบของแต่ละคน  เนื่องจากเป็นศูนย์อาหารขนาดใหญ่ มีเมนูให้เลือกมากมาย มีรูปและราคาแสดงอยู่เหนือเคาเตอร์ ระบบการสั่งอาหารและรับอาหารชนิดต่าง ๆ จึงจัดทำระบบไว้อย่างดี  โดยเมื่อสั่งอาหารและจ่ายเงินแล้ว เขาก็จะออกสลิป สำหรับการไปรับอาหารให้เรา ซึ่งจะระบุว่าให้เราไปรับอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วที่ช่องใด ลำดับหรือหมายเลขเท่าไหร่ เราก็จะนั่งหรือยืนรอ และจะดูได้จากป้ายอิเล็คโทนิก ที่อยู่ด้านบนของเคาเตอร์ ว่าอาหารของเราพร้อมที่จะให้ไปรับได้แล้ว


ภาพบรรยากาศบริเวณมุมหนึ่งของ ศูนย์อาหารใน เดอะเวนิเชี่ยน มาเก๊า