หลังจากที่ทำแกงเลียงผักจากบันทึกที่แล้วเสร็จ  ก็ได้ใบบัวบกมาทำน้ำดื่มเพื่อสุขภาพต่อค่ะ  วัตุถุดิบก็คือ  ใบบัวบกพระเอกของเรา  และน้ำเชื่อมแบบใสแค่นี้เองค่ะ

              แต่ก่อนจะลงมือทำมาทราบสรรพคุณและประโยชน์ของใบบัวบกก่อนนะคะ  เคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าหากใครเกิดอาการช้ำในเมื่อไรละก็ ให้ไปหาน้ำใบบัวบกมาดื่ม จนกลายเป็นว่า นึกถึงใบบัวบกเมื่อไร ก็ต้องนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในทุกครั้งไป  แต่นอกจากการแก้ช้ำในแล้ว ใบบัวบกยังมีประโยชน์มากกว่านั้น การบริโภคใบบัวบกจะช่วยบำรุงสมอง ทั้งช่วยซ่อมแซมสมองส่วนที่ถูกทำลายไปแล้วและช่วยป้องกันไม่ให้สมองส่วนที่ยังปกติดีอยู่นั้นถูกทำลายลง แถมยังช่วยให้ความทรงจำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเครียดได้ด้วย ใบบัวบกยังช่วยกระตุ้นระบบการรับส่งกระแสประสาท ปฏิกิริยารีเฟลกซ์ (Reflex Reaction) หรือปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น จึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงาน และยังช่วยควบคุมระดับแรงดันโลหิตให้เป็นปกติลดภาวะความเป็นหมันได้อีกด้วย

               นอกจากนั้น ในใบบัวบกยังมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งจะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระที่จะทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายเราเสื่อมเร็ว และสารที่ว่านั้นก็ยังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้แผลสมานตัวกันเร็วขึ้นสำหรับผู้ที่มีแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือฟกช้ำตามร่างกาย ให้ใช้ใบบัวบกตำละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาทาหรือเอากากมาพอกไว้ที่แผล ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และยังช่วยเร่งการสร้างเนื้อเยื้อลดการติดเชื้อช่วยห้ามเลือดลดการอักเสบทั้งยังลดการเกิดแผลเป็นชนิดนูนได้ด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี้ ปลูกเอาไว้ใช้ที่บ้านก็คงไม่เสียหลาย แถมยังคุ้มค่าเสียอีก

             ใบบัวบกมีคุณค่าทางอาหารมีวิตามินเอสูงมากช่วยบำรุงสายตาและมีสารแคลเซี่ยมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด

เห็นมั้ยละคะว่าสรรพคุณและประโยชน์ของใบบัวบกมีคุณค่ามหาศาล  ตอนนี้มาทำน้ำบัวบกดื่มกันค่ะ

1.  เตรียมวัตถุดิบ  บัวบกใช้แต่ใบ  น้ำเชื่อมต้องเป็นน้ำเชื่อมแบบใสนะคะ  ที่สำคัญต้องมีเครื่องปั่นค่ะ  ถ้าไม่มีใช้ครกโขลกก็ได้แต่กลัวว่าจะมีกลิ่นอื่นปนค่ะ


2.  นำบัวบกใส่เครื่องปั่นพร้อมกับน้ำเชื่อมค่ะ  เสร็จแล้วก็กรองใส่ขวดแช่เย็นไว้ดื่มแก้กระหายค่ะ  บางสูตรอาจจะปั่น  

     บัวบกกับน้ำสะอาดธรรมดา  ตอนดื่มก็ผสมกับน้ำเชื่อมก็ได้นะคะแต่ผู้เขียนชอบแบบทูอินวันค่ะ  ทันใจดี

                   น่าดื่มมั้ยคะ                  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://siamherbal.com  ด้วยนะคะที่ให้ความรู้เรื่องบัวบก

                                                                    แล้วพบกันใหม่นะคะ