พื้นที่ความสุขในสวนของเตี่ย : ตอน .ตู้กับข้าวมีชีวิต


การกลับคืนสู่การไม่มีเงินเดือนประจำ กับการใช้ชีวิตที่เริ่มทดลองมาก่อน บ้างแล้ว วางแผนล่วงหน้ามาก่อนว่า หากเราไม่มีเงินเดือนจากค่าจ้าง เราจะมีรายได้จากที่ไหน มาเลี้ยงชีพ วันที่เราไม่มีหนี้สิน เราเป็นไท กับตัวเอง ไม่สร้างหนี้สินเพิ่ม ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เราคงต้องถอนตัวเดินกลับเส้นทางเก่า ตามแนวทางอย่างลูกชาวสวน ...

พืชผักในสวนของเตี่ย ฉันขอเปรียบดั่ง ตู้กับข้าวมีชีวิต มันเป็นตู้กับข้าวที่มีชีวิตเป็นอมตะชั่วนิรันดร ที่จะทำให้ฉันมีกินมีใช้ส่วนหนึ่ง 

วันวาน : เตี่ยได้สร้างสวนแห่งนี้ขึ้นมาด้วยพลังแห่งความรักที่จักให้ลูกหลานได้อยู่กันอย่างสบายในวันหน้า เตี่ยเคยบอกไว้เสมอว่า ปลูกของกินได้มันไม่เสียหายอะไร ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราก็เก็บไว้กินเองไม่ต้องไปซื้อ ของอะไรที่แพงก็ไม่ไม่ต้องซื้อกิน เราเลือกกินของที่ถูกกว่า หรือหาได้ในสวนของเราก็มีคุณค่าทำให้อิ่มได้เช่นกัน กินผักผลไม้ในสวนเรา ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เหลือจากกินแล้วค่อยนำไปขาย 


เตี่ยนั้นปลูกอะไรต่อมิอะไร มากมาย ฉันรู้สึกภูมิใจมากมาย กับชุปเปอร์ฮีโร่ในดวงใจฉัน  "เตี่ย"


วันนี้ : อาหารในตลาดนั้นมีราคาแพง ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองนั้นเปลี่ยนไป การได้รับการปลูกฝังไว้ตั้งแต่วันวานเมื่อวัยเยาว์ ทำให้ได้รู้ว่า การมองกาลไกลของเตี่ย ทำให้วันนี้เราอยู่ในบ้านสวนได้แบบสบายๆ ไม่ต้องมีเงินมากมาย ก็มีอาหารกินไม่ลำบาก เพียงลดค่าใช้จ่ายจากสิ่งของฟุ่มเฟือย ดังที่เตี่ยเคยสอนไว้  


วันนี้วันที่ : ฉันได้ลาออกจากงานมากว่าสามปี ทำให้ฉันได้รู้ว่า การที่ต้องวิ่งหาความสุขจากเงินทองที่หามาได้ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานอย่างมนุษย์เงินเดือน ทุกอย่างที่อยากได้ต้องซื้อหา เพื่อมาชดเชย ความเหนื่อยล้า ความเครียด ให้เป็นรางวัลแก่ตัวเอง ...กับความคุ้มค่านั้นมันจริงหรือ


ทุกวันนี้ : ฉันไม่มีเงินเดือนอย่างที่เก่าก่อน รายได้มีเพียง ไม่ถึงครึ่งของแต่ก่อน แต่ฉันกลับรู้สึกถึงความสุขที่แตกต่างอย่างชัดเจน กับการกินอิ่มนอนหลับ สุขภาพที่ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วย ปวดหัวตัวร้อนอย่างก่อนหน้าที่ที่ต้องพึ่งหมอ พึ่งยา ทั้ง โรคกระเพราะอาหารและไมเกรน 


ฉันมีเวลาให้กับตัวเอง มีเวลาให้กับครอบครัว และคนรอบข้าง ฉันมีเวลาช่วยเหลืองานบุญ งานส่วนรวมมากขึ้น กว่าเก่าก่อน ที่ฉันมักจะอ้างกับใครเสมอ ว่า ฉันลางานไม่ได้บ้าง งานยุ่งบ้าง งานค้างยังไม่เสร็จ เจ้านายเขาเร่ง ฉันต้องทำให้เสร็จ ...


แม้กับเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่เตี่ยฉันป่วยหนัก(วาระสุดท้ายของเตี่ย) ฉันเฝ้าเตี่ยที่โรงพยาบาลทั้งคืนกับพี่สาวที่โรงพยาบาล ถึงตอนเช้าฉันยังต้อง ออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปทำงานที่ค้างให้เสร็จ คิดมาดิดไป ... ทำไปได้ยังไงหนอเรา ก็เพราะเกรงกว่า เขาจะหาว่าเราละเลยหน้าที่ขาดความรับผิดชอบนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ที่ต้องเครียด อารมณ์ขุ่นมัว ไม่เคยมีความสุขสันต์กับใครเขา ... วันๆ หน้านิ่วคิ้วขมวด เป็นคุณยายขี้วีนขี้โมโห ...


ทุกวันนี้ : ความรู้สึกเหล่านั้นมันจางหาย ... แม้เงินมีน้อย ทำงานมากขึ้น แต่ก็ล้วนแต่เป็นงานที่ทำแล้วสุขใจ  ถึงแม้ว่าบางงานนั้นไม่มีค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่ค่าตอบแทนนั้นเป็นความรัก ที่จักทำให้หัวใจนั้นพองโตเสมอๆ มันเป็นความสุขในหัวใจ ที่เปี่ยมล้น 


ความสุขวันนี้เป็นความสุขที่เลือกเอง ...

แม้ไม่มีเงินมากมาย แต่มีตู้กับข้าวมีชีวิต ในสวนของเตี่ย  ก็พอเพียงแล้ว 

หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา ... เดินรอบบ้านก็เก็บมาปรุงเป็นอาหารได้แล้ว 

อย่างเมนูนี้ ...


ภาพนี้ : มีหอมและกระเทียม ที่ซื้อค่ะ 

ที่เก็บจากสวน ก็มี  ขมิ้น พริก คะไคร้ ข่า ใบมะกรูด มะเขือพวง ปรุงเป็น แกง ได้  มาดูต่อกัน ว่าเป็นเมนูอะไร...



ภาพนี้ : กล้วยดิบ มะเขือเปราะ มะเขือพวง 


ภาพนี้ : หน่อไม้ 


ภาพนี้ : เครื่องแกง โขลกแล้ว พร้อมปรุง 


ภาพนี้ : ยังต้องซื้อ อยู่ เลี้ยงไม่ได้ ปลาทูย่าง 


ภาพนี้ : เป็นแกง แล้วนะคะ ปรุงจากผักในตู้กับข้าวมีชีวิตในสวนของเตี่ย 

แกงไตปลา ใส่ปลาทู กล้วยดิบ มะเขือเปราะ มะเขือพวง หน่อไม้ ใบมะกรูด  

ส่วนไตปลาแม่ก็ทำเองนะคะ :)

อ่านเพิ่มได้จากบันทึกนี้ >>

เมนูแกงใต้ : แกงพุงปลาใส่ปลาทูย่าง

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/309733




<p> ปิดท้ายบันทึกด้วยคำขอบคุณ</p><p>ขอขอบคุณทุกๆท่านนะคะ ที่ติดตามอ่านบันทึก ขอให้มีความสุข สุขภาพดีนะคะ </p><hr><p>
</p><p>Happy Ba , Happy Body , Happy Family  ค่ะ </p><p>
</p><p>
</p><p>
</p>