เห็นสภาพบ้านเมืองเราตอนนี้ ก็ให้นึกถึงประโยคเด็ด จากภาพยนตร์เรื่อง ขุนรองปลัดชู วีรชน คนถูกลืม ที่ว่า

"
แผ่นดินมันกำลังอ่อนแอ....อ่อนแออย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเหมือนเรือนใกล้จะพัง คานใกล้จะขาด เสาผุกร่อน เพราะปลวกมอดมันเจาะกินในถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน วันนึง ถ้ามันต้องเผชิญกับพายุร้าย แม้นแรงเพียงนิดมันก็ไม่แคล้วต้องพังทลายลง........"

  ประโยคเหล่านี้ช่างบรรยายภาพของประเทศไทยเราในยุคสมัยนี้ได้อย่างชัดเจนนัก  แผ่นดินของเราในยามนี้กำลังอ่อนแอเพราะว่า จิตใจของลูกหลานไทยยามนี้ช่างอ่อนแอนัก  ไม่สามารถที่จะต้านทานต่ออำนาจของความโลภ  ความโกรธ และความหลง  ที่เปรียบเสมือนตัวปลวกที่กำลังเจาะกินจิตใจของผู้คนจนอ่อนแอไปหมด  และ ถ้าจิตใจของพวกเรายังอ่อนแออยู่อย่างนี้เราจะต้านต่ออำนาจใด ๆ ที่เปรียบประดุจลมพายุร้ายที่พัดกระหน่ำเข้ามาทำลายแผ่นดินไทย  แผ่นดินเกิดที่บรรพบุรุษสู้อุตสาห์แลกมาด้วยชีวิดและคราบน้ำตานี้ เราจะยังรักษาแผ่นดินนี้ให้ถึงลูกหลานเราได้อยู่หรือ ? 

  อะไรคือความโลภที่เปรียบเหมือนปลวกที่เกาะกินใจของเราอยู่ละ  ความโลภ นั้นคือ ความอยากยังไงละ  เมื่อคิดอยากมากในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตาม(มีความโลภ) สมองก็จะจดจำความคิดดังกล่าวไว้ในสมอง. ครั้นคิดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกความอยากมากในเรื่องนั้น ๆ ก็จะต่อยอดมากขึ้นเรื่อยจนกลายเป็นความอยากมากอย่างรุนแรงถึงขั้นทะยานอยาก(ตัณหา)ที่จะให้ได้มาหรือเป็นไปตามความคิดดังกล่าว.ถ้าคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในเรื่องเดิมก็จะทำให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น(อุปาทาน)ในความคิดอยากมากนั้นๆ ขณะเดียวกันสมองก็จะจดจำเรื่องของความโลภ ตัณหา และอุปาทานด้านความโลภเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการคิดในครั้งต่อ ๆ ไป เพราะธรรมชาติของสมองเป็นเช่นนั้นเอง  เมื่อมีความโลภมากขึ้น จึงเกิดความทะยานอยากที่จะให้เป็นไปตามความโลภเรียกว่าตัณหาและการมีความโลภซ้ำแล้วซ้ำอีกจึงเกิดความยึดมั่นถือมั่นที่จะให้เป็นไปตามความโลภเรียกว่าอุปาทาน  ตัณหาและอุปาทานจึงเป็นเพียงการขยายความให้เห็นถึงความรุนแรงของความโลภ ความโลภที่ทำให้คนเราทำอะไรได้ทุกอย่าง  โดยไม่คิดว่าจะเกิดผลร้ายต่อใครบ้าง  แม้กระทั่งผลร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง  คิดแล้วก็น่าอนาถใจยิ่งนัก...