Good morning my lovely students
Today , Monday November , the twelve , 2012.
New semester and first year in SSRU.
You will graduate soon so you must know everything in finance and economic world.
We 'll communicate in my blog, assignment , homeworks and so on.
Thank you for joining us , go together and receive your success.
My students : early to visit Bank of Thailand , search knowledge and present your impression in that Palace in my BLOG. (ไปได้เลย ไม่ต้องรอให้พาไป ได้ความรู้อะไร ประทับใจสิ่งใด เขียนใส่ Blog ส่งภายใน คืนวันเสาร์ 17 พ.ย. 55 ใ่ส่รูปแต่ละคนด้วยจะได้รู้ว่าไปจริงๆครับ)
On Tuesday 13 Nov. I’ll go to research in the field of finance at Samut Songkram Province all day so all of you won’t go to class but do your assignment with best effort.
Your Professor
Dr. Krisada
My students
Thursday - Sunday this week, all of you must go to Siam Paragon 5th. floor. "SET in the CITY " over there.
Search and collect information in finance and economic and send me in our blog before Monday 26 Nov.
Dr. Krisada , your professor
My students
Assignment for this week.
1. Search many many pictures about financial instrument such as cheque , government bond , common stock , prefer stock and etc. send in our blog before Sunday night.
2. Study the detail of financial instrument for your quiz in the next class.
Your Professor
30/11/12
Your hero (father) are so smart.
Tomorrow our class will cancel .
Faculty of Management Science will arrange the candidate to speak and sell ideas in order to manage our faculty in the next term.
Your Professor
10/12/2012
Tomorrow our class will cancel .
Faculty of Management Science will have a Christmas & New Year celebration party from 7.30-14.00.
See you in January 2013.
Your Professor
24/12/2012
My students
The topics "Government Financial Policies" this morning. I guide all of you to search the Financial Policies of Yinglak Cabinet. Analyze and send me in our blog with in Sunday 27 Jan. 2013.
Your Professor
22/1/2013
My students
Baht currency in this period is so strong when compare with the hard currencies. Analyze this situation and the BOT. role
and send me in our blog with in Sunday 3 Feb. 2013.
Your Professor
1/2/2013
นักศึกษาแสดงความเห็นได้เลย นัดหมายกันไปทางนี้ก็ได้นะครับ
ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2485 มีหน้าที่หลักในการดูแลกำกับเรื่องการเงินของชาติ ตั้งอยู่ที่วังบางขุนพรม ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และถนนสามเสน ห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ ภายในตำหนักวังบางขุนพรหม แบ่งออกเป็น 8 ห้องหลัก ๆ โดยใช้รูปแบบการนำเสนอด้วยเทคนิคสมัยใหม่ 1.ห้องเปิดโลกเงินตราไทย จัดแสดงสื่่อกลางในการแลกเปลี่ยน เหรียญกษาปณ์เหรียญแรกของโลกมีชื่อว่า เหรียญลิเดีย เกิดมา 2,600 ปี ในดินแดนที่เป็นประเทศตุรกีในปัจจุบัน ชนชาติไทย มีการผลิตเงินตราของตนเองขึ้นใช้ เป็นเวลานานแล้วเช่นกัน ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ชนชาติไทยได้ตั้งมั่น อยู่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศ หลังจากขับไล่ขอมออกไปแล้ว ได้เริ่มผลิตเงินตราขึ้นใช้ เรียกว่า “เงินพดด้วง”การผลิตเงินพดด้วงค่อยๆ ลดลง และเลิกผลิต ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยหันมาผลิตเหรียญเงินขึ้นแทน และนำธนบัตรเข้ามาใช้ ควบคู่กับเหรียญเงินเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2445 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ระบบการเงินของไทย ก็เริ่มจัดระเบียบ ให้สอดคล้องกับระบบการเงินสากล โดยมีเงินตราของประเทศประกอบด้วย เหรียญและธนบัตรมาจนปัจจุบัน 2.ห้องธนบัตรไทย จัดแสดงวิวัฒนาการ การใช้เงินกระดาษในระบบเงินตราไทย ธนบัตรที่นำมาจัดแสดงนี้ มีครบทุกแบบตั้งแต่ธนบัตรแบบหนึ่งเป็นต้นมา รวมทั้งธนบัตรที่ระลึกและบัตรธนาคาร เงินกระดาษชนิดแรก เริ่มในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการผลิตเงินกระดาษขึ้นใช้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2396 เรียกว่า “หมาย” ซึ่งนับเป็นเงินกระดาษชนิดแรกในระบบเงินตราไทย ประเทศไทยนำธนบัตรออกใช้เป็นครั้งแรก เมื่อพ.ศ. 2445 3.ห้องประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย
สัญลักษณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ ตราพระสยามเทวาธิราช The Bank of Thailand Function as the country's central bank, whose dore purpose is to ensure and main tain monetary and financial stability. 4.ห้องสีชมพู ห้องนี้ในอดีตเคยเป็นห้องท้องพระโรงสำหรับอาคันตุกะสำคัญของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ตลอดจนใช้ในการทำบุญเลี้ยงพระและการพิธีต่าง ๆ รวมทั้งฉายภาพยนตร์ในคืนวันเสาร์ การตกแต่งห้องสีชมพูนี้งดงามกว่าห้องอื่นด้วยมีลวดลายปูนปั้นเดินลายทองทั้งที่ผนัง กรอบของช่องเปิดและฝ้าเพดาน ห้องนี้เป็นห้องที่โดดเด่น งดงามมาก 5.ห้องสีน้ำเงิน อยู่ติดกับห้องสีชมพู สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงตั้งพระทัยให้ห้องนี้เป็นห้องรับรองอาคันตุกะของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายา ปัจจุบันห้องนี้ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล 6.ห้องบริพัตร จัดแสดงพระประวัติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต 7.ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์ ห้องนี้เคยใช้เป็นห้องบรรทมของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อธนาคารใช้ตำหนัก วังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ทำการนั้น ห้องนี้ใช้เป็นห้องทำงานของผู้ว่าการ ตั้งแต่พระองค์แรก “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย” ซึ่งเป็นพระอนุชาของหม่อมเจ้าประสงค์สม จนกระทั่งถึงสมัยผู้ว่าการคนที่ ๑๐ “นายนุกูล ประจวบเหมาะ”
8.ห้องประชุมเล็ก แต่เดิมห้องนี้จึงเคยเป็นห้องเก็บเครื่องดนตรีของวังบางขุนพรหม เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ตำหนักวังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ทำการ จึงใช้ห้องนี้เป็นที่ประชุมผู้บริหารสำหรับพิจารณากำหนดนโยบายการเงินที่สำคัญของประเทศ
สิ่งที่ดิฉันประทับใจ คือ การตกแต่งและสถาปัตยกรรมในยุโรป ของวังบางขุนพรหม นับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น งดงาม ของวัง และประทับใจการนำเสนอ นิทรรศการ ประวัติ เรื่องราว ของเงินตรา มีการนำเสนอแบบหลากหลายเป็นที่น่าสนใจของผู้ที่ได้ไปเยี่ยมชม มีสื่อประกอบทำให้ได้เห็นภาพและเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
55127326027 นางสาวพรรณปพร พรหมจันทร์ (:
สิ่งที่ดิฉันได้รับรู้และมีความรู้สึกประทับทับใจจากการที่ ดิฉันได้ไปเข้าชม พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank Of Thailand Museum) ห้องเปิดโลกเงินตราไทยจัดแสดงเหรียญกษาปณ์ยุคแรกของโลกซึ่งเป็นเหรียญแรกของโลก เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนในรูปของ “เงินตรา” คือการนำเอาโลหะที่มีค่ามาประทับตรา เรียกว่า “เหรียญกษาปณ์” เป็นเหรียญแรกของโลกคือ “เหรียญลิเดีย” เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2600 ปีมาแล้ว ความหลากหลายของเงินโบราณ 1 เงินเฟ ทำมาจากหิน ชาวเกราะแย็ปในเกาะทะเลใช้เงินเฟในการชำระหนี้ 2 เงินขนนก ทำมาจากขนนกขนาดเล็กติดด้วยยางไม้แล้วมัดด้วยเชือกป่าน 3 เงินใบหอก ทำมาจากเหล็ก โดยการตีให้เป็นรูปใบหอกคนในสมัยนั้นส่วนใหญ่จะใช้เป็นค่าสินสอด 4 เงินเข็มขัด ทำมาจากเปลือกหอยแล้วนำมาร้อยรวมกัน 5 เงินห่วงทองคำ ทำจากทองคำ 6 เงินหมวก ทำจากดีบุก มีราคาตามน้ำหนัก 7 เงินจระเข้,เงินไก่ ทำจากดีบุกเป็นการหล่อรูปสัตว์ต่างๆเพื่อบูชาเจ้าที่ตามความเชื่อ มาตราเงินไทยในสมัยโบราณ ในอดีตที่สังคมไทยใช้สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทั้งหอย เบี้ย และพดด้วงการกำหนดมูลค่าเงินแต่ละชนิดต้องใช้วิธีชั่งน้ำหนักมาตราเงินไทยจึงเป็นหน่วยเดียวกับมาตราชั่งน้ำหนักโดยเขียนเลขจำนวนเงินลงตามตำแหน่งของหน่วยเงินซึ่งเป็นรูปกากบาทที่เรียกว่า “ครุตีนกา” หรือ “ครุเรือนเงิน” การผลิตธนบัตรมีทั้งหมด 16 แบบซึ่งดิฉันขอยกตัวอย่างพอเข้าใจดังต่อไปนี้ ธนบัตรแบบที่1 จะพิมพ์ด้านหน้าเพียงด้านเดียวเรียกว่า “ธนบัตรหน้าเดียว” ธนบัตรแบบที่2 ด้านหน้าเป็นาพลายเฟื่องประกอบรัศมี 12 แฉกด้านหลังเป็นภาพพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงเรียกว่า “ธนบัตรแบบไถนา” ธนบัตรแบบที่3 พิมพาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์บนธนบัตรเป็นครั้งแรก ธนบัตรแบบที่4 (โทมัส) เป็นธนบัตรที่ยังคงให้บริษัท โทมัส เดอลารู เป็นผู้ออกแบบและจัดพิมพ์ลักษณะเด่นคือ ใช้กระดาษที่มีลายน้ำเป็นรูปรัฐธรรมนูญประดิษฐานเหนือพานแว่นฟ้า ธนบัตรแบบที่4 (ควบแผนที่ทหารบก) พิมพ์ขึ้นเองในประเทศเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่2
1 การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน 2 การกำหนดดูแลสถาบันการเงิน 3 การเป็นนายธนาคารและที่ปรึกษาด้ารนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล 4 การเป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน 5 การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ 6 การจัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตร และสิ่งที่ดิฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าการผลิตเหรียญ บาทหรือเหรียญกษาปณ์ที่เราใช้กันนั้นมีขั้นตอนมากมายกว่าจะได้เป็นเหรียญออกมา ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ หลอมและหล่อโลหะ>รีดแผ่นโลหะ>ตัดเหรียญตัวป่าว>ยกขอบเหรียญ>อบอ่อน>ทำความสะอาดและอบให้แห้ง>รับเหรียญตัวป่าว> ปั้นแบบดินน้ำมัน>หล่อปูนพาสเตอร์>หล่อซีพ็อก>ย่อลาย>กอนแม่ตรา>แม่ตรา>กอนดวงตรา>ดวงตรา>การตีตราสำเร็จ>รับเหรียญสำเร็จ 55127326023 นางสาว สุรัตน์ญา จำปาทอง
ประเทศไทยนำธนบัตรออกมาใช้งานครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2445 โดยมีกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุม ดูแล การสั่งพิมพ์และนำออกใช้ธนบัตรภายในประเทศ จนกระทั่งมีการจัดตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2485 อำนาจและกิจการทั้งหมดในการดำเนินงานเกี่ยวกับธนบัตรจึงถูกมาอยู่ในความดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2512 ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถจัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตรและได้พิมพ์ธนบัตรขึ้นใช้เองภายในประเทศ โดยตราสัญลักษณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ พระสยามเทวาธิราชในเหรียญเสี้ยว อัฐ โสฬส ที่ออกใช้ในรัชการที่ 5 มาดัดแปลง และเพิ่มถุงเงินในพระหัตถ์เบื้องขวา ซึ่งเป็นเครื่องหมายถึงผู้คุมถุงเงินของชาติ อันเป็นหน้าที่หลักของธนาคารแห่งประเทศไทย พระแสงธารพระกรในพระหัตถ์ซ้าย เพื่อคอยปัดป้องผู้ที่มารุกราน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนรูปดอกไม้มาเป็นลายดอกบัวแทน กระบวนการผลิตธนบัตรมี5ขั้นตอน ได้แก่ 1.การออกแบบธนบัตร 2.การทำแม่แบบแม่พิมพ์ 3.การตรวจสอบคุณภาพและการตรวจนับจำนวน 5.การผลิตธนบัตรขั้นสำเร็จรูป วิวัฒนาการเงินตราไทย - เงินตราฟูนันก่อตัวขึ้นบริเวณทางใต้ของลุ่มน้ำโขงมีลักษณะเป็นเหรียญเงินด้านหนึ่งมีสัญลักษณ์พระอาทิตย์ครึ่งดวงเปล่งรัศมี อีกด้านหนึ่งเป็นรูปพระศรีวัตสะ กลองบัณเฑาะว์ที่พราหมณ์ใช้ในพิธีต่างๆ และมีเครื่องหมายสวัสดิกะซึ่งหมายถึงความโชคดี - เงินตราเงินตราทวารวดีมีสัญลักษณ์เกี่ยวกับกษัตริย์ อำนาจการปกครอง ความอุดมสมบูรณ์ และศาสนา เช่น เหรียญเงินด้านหนึ่งเป็นรูปบูรณกลศ - เงินตราศรีวิชัยประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 เงินตราที่ใช้ทำด้วยเงินและทองคำ มี 2 ชนิด คือ "เงินดอกจัน" และอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า "เงินนโม" - เงินตราสุโขทัยได้ผลิตเงินตราขึ้นใช้ในระบบเศรษฐกิจคือ เงินพดด้วง นอกจากนี้ยังใช้ "เบี้ย" เป็นเงินปลีกสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าราคาต่ำ - เงินตราสมัยกรุงศรีอยุธยาในสมัยนี้ยังคงใช้เงินพดด้วงเป็นเงินตรา เงินในสมัยนี้คล้ายเงินพดด้วงในสมัยสุโขทัย แต่ตรงปลายขาที่งอจรดกันไม่แหลมเหมือนเงินพดด้วงสุโขทัย - เงินตราสมัยกรุงธนบุรีมีการผลิตเงินพดด้วงขึ้นใช้เพียง 2 ชนิดคือ เงินพดด้วงตราตรีศูลและตราทวิวุธ - เงินตราสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ยังคงใช้เงินพดด้วง โดยที่ตราประทับบนเงินพดด้วงคือตราจักร ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดินและตราประจำรัชกาล สมัยรัชกาลที่ 1 ใช้เงินพดด้วงประทับตราพระแสงจักร-บัวอุณาโลม สมัยรัชกาลที่ 2 ใช้เงินพดด้วงตราจักรและตราครุฑ สมัยรัชกาลที่ 3 ใช้เงินพดด้วงตราปราสาท นอกจากนี้ยังมีการผลิตเงินพดด้วงเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญๆ ประทับตราต่างๆ เช่น ดอกไม้ ครุฑเสี้ยว ใบมะตูม และเฉลว เป็นต้น สมัยรัชกาลที่ 4 เนื่องจากมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศจึงทำให้เงินพดด้วงที่ผลิตจากมือผลิตออกมาไม่ทันจึงผลิตเงินกระดาษออกมาครั้งแรกซึ่งเรียกว่า "หมาย" สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นครั้งแรกที่มีการนำพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ไทยประทับลงบนเหรียญกษาปณ์ สมัยรัชกาลที่ 6 มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ออกใช้แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบมากเท่าไหร่จึงโปรดเกล้าฯให้ผลิตเหรียญเงินหนึ่งบาทประจำรัชกาล เป็นเหรียญตราพระบรมรูป-ไอราพต สมัยรัชกาลที่ 7 เหรียญประจำรัชกาลที่นำออกใช้เป็นเหรียญชนิดราคา 50 และ 25 สตางค์ ตราพระบรมรูป-ช้างทรงเครื่อง สมัยรัชกาลที่ 8 เหรียญประจำรัชกาลที่ผลิตออกใช้หมุนเวียน เป็นเหรียญตราพระบรมรูป-พระครุฑพ่าห์ มี 2 รุ่น สมัยรัชกาลที่ 9 มีการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เพื่อบันทึกเหตุการณ์สำคัญ อันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน่วยงานต่าง ๆ โดยผลิตทั้งเหรียญประเภทธรรมดาและเหรียญประเภทขัดเงา และตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการใช้เงินที่เป็นธนบัตรด้วยกันทั้งหมด16แบบ
สิ่งที่ดิฉันประทับใจในการไปศึกษาครั้งนี้ คือ ได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของเงินของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและความรู้ที่ดิฉันไม่เคยทราบมาก่อน และตัวอาคารพิพิธภัณฑ์หรือตำหนักที่ประทับเป็นสถาปัตย์แบบเรอเนอซองส มีความสะอาด พี่ๆที่เป็นวิทยากรหรือคนที่มาคอยให้บริการก็ต้อนรับเป็นอย่างดี พูดจาสุภาพ รวมทั้งบรรยากาศรอบๆพิพิธภัณฑ์ก็สงบและร่มรื่นมากๆค่ะ 55127326038 นางสาวสุกัลญา สุวรรณโมลี
จากการที่ดิฉันได้ไปทำการศึกษาหาความรู้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเดิมวังบางขุนพรหมเป็นอาคารที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย ต่อมาในปี 2525 เมื่ออาคารสำนักงานใหญ่หลังแรกได้เปิดดำเนินการ วังบางขุนพรหมจึงไม่ได้ใช้งาน ประกอบกับมีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้รับความเห็นชอบจากธนาคารที่จะตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
ภายในอาคารจะมีการจัดแสดงโชว์ต่างๆ และได้ไปนั่งฟังบรรยาย ห้องแรกที่ได้เข้าไปชมนั้น ชื่อห้องว่า ห้องเปิดโลกเงินตรา จะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับวิวัฒนาการการเงินว่าก่อนที่จะใช้เงินตราอาจจะมีการนำสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ได้แสดงความเป็นมาของ เงินตรา,เงินพดด้วง และเหรียญกษาปณ์ไทย ทั้งในสมัยอดีต-ปัจจุบัน จัดแสดงเหรียญต่างประเทศหรือเงินเหรียญนอกทำให้ได้รู้ว่า หลัง สมัย รัชกาลที่4 พ่อค้าชาวตะวันตกนำเหรียญเงินต่างประเทศมาแลกเหรียญพดด้วงทำให้ผลิตพดด้วงไม่ทัน สมเด็จพระบรมราชินีวิกตอเรียได้ถวายจักรผลิตเงินเหรียญเป็นเครื่องราชบรรณาการ เงินพดด้วง มีสัณฐานกลม ลักษณะขาที่ตีพับ รอยค้อนตีรู้ระหว่างขาพับ ด้านบนประทับตราประจำแผ่นดินตราประเมือง ด้านหน้า ประทับตราประจำรัชกาลบริเวณโคนขาทั้งสองข้าง ในยุคด้านของเงินพดด้วงเป็นรอยบาก ประทับตราสังข์ ด้านหลัง ส่วนใหญ่ไม่มีตราประทับข้าง ทั้งด้านซ้าย ขวา ด้านล่าง ในยุคปลายบริเวณปลายขา ประทับตราสังข์หรือที่เรียกว่า ตราเมล็ดข้าวสาร ในพ.ศ.2400 ได้ผลิตเหรียญกษาปณ์อย่างเป็นทางการ และเหรียญที่ระลึกทองคำเงินตราพระมหามงกุฎ-กรุงสยาม เหรียญดีบุก เหรียญทองแดง เหรียญทองคำ เหรียญนิกเกิล และยังทำเหรียญอีแปะจำลองใหญ่โชว์ อีแปะเป็นเงินทางภาคใต้ที่ใช้ในสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นเหรียญที่ทำด้วยดีบุกผสมตะกั่ว ความหลากหลายของเงินโบราณ เงินเพ,เงินขนนก,เงินใบหอก,เงินห่วงทองคำ,เงินหมวกเงินห่วงคำ,เงินสระเข้,เงินไก่ นอกจากนี้ก็ได้ทราบว่า สำริดเป็นโลหะสำคัญในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของไทยยุคฟูนันและสมัยทวารวดี ศรีวิชัยใช้เงินนะโม เงินกำไลเป็นต้นกำเนิดของเงินพดด้วงสมัยสุโขทัย ในห้องจะมีคอมพิวเตอร์ไว้ให้เล่นเกมแฟนพันธ์แท้เงินตราไทยและประวัติ บางห้องโชว์หอยเบี้ยซึ่งใช้เป็นเงินปลีกในสมัยสุโขทัยถึงรัชกาลที่4 แรกมีเงินกระดาษไทย นับตั้งแต่ประเทศไทยลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริ่งใน ร.4 ส่งผลให้เศรษฐกิจการค้า เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการค้ากับต่างประเทศ เงินพดด้วงและเงินเหรียญผลิดได้ไม่พอต่อความต้องการจึง ได้มการนำเงินกระดาษออกใช้เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเงินตรา โดยรัฐบาลและสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเป็นผู้นำออกใช้ หมาย Mai or warrants เป็นเงินกระดาษชนิดแรกในระบบเงินตราไทย
ในพระราชทานเงินตรา Bai Phrant สำหรับพระราชทานบุคคลที่มีความดีชอบหรือจ่ายเป็นเบี้ยหวัดให้แก่ข้าราชการ ในยามที่เงินตราโลหะขาดแคลน อิฐกระดาษ Att Kradat เป็นเงินกระดาษราคาต่ำที่ออกใช้ชั่วคราวเพื่อแก้ไขภาวะขาดแคลนเงินปลีก เงินกระดาษหลวง เป็นตั๋วเงินที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติสั่งพิมพ์จากต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาพ่อค้าต่างชาติ บัตรธนาคาร ออกใช้โดยสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ตั้งในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระหนี้ระหว่างธนาคารกับลูกค้า ซึ่งคนไทยมักเรียกบัตรธนาคาร ทับศัพท์ว่า แบงค์โน็ต หรือ แบงค์ ธนบัตรมี 16 แบบ บทบาทหน้าของธนาคารแห่งประเทศไทย 1.)) รักษาเสถียรภาพทางการเงิน 2.)) กำกับดูแลสถาบันการเงิน 3.)) เป็นธนาคารที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล 4.)) การเป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน 5.)) การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ 6.)) การจัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตร ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ในตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม และตำหนักใหญ่วังเทวะเวสม์ ภายในบริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย เลขที่ ๒๗๓ ถนนสามเสน แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ สำหรับความรู้สึกที่มีต่อธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ดิฉันมีความรู้สึกดีที่ได้ไปสัมผัสที่นั้น เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ทำให้เราชื่นชมความงดงามและสนุกเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้เราได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น และดิฉันเชื่อว่าการที่เราได้มีความรู้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าได้ไปแค่ครั้งเดียวมันไม่ได้ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ทุกๆอย่าง ในสถานที่แห่งนี้ได้หมดภายในวันเดียว หากเราได้ไปเยี่ยมชมบ่อยครั้งนั้นอาจทำให้เราได้ความรู้ที่มากยิ่งขึ้นก็เป็นได้ สถานที่สวยงามมากสถาปัตยกรรมที่นั่นเป็นแบบเรอเนซองส์ ผสมผสานกับลวดลายศิลปะแบบบาร็อก ประตูวังสร้างด้วยเหล็กดัดและเสาปูนประดับประดาลวดลายปูนปั้นที่สวยงามอย่างยิ่ง สุดท้าย ขอขอบคุณอาจารย์กฤษฎา เป็นอย่างสูง ที่แนะนำให้ไปเรียนรู้ด้วยตนเองค่ะ
นางสาวปิยพร มีแก้วน้อย
55127326040 การเงินการธนาคาร 01
ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นเงินกลางของประเทศ มีบทบาทหน้าที่หลักในการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และระบบทางการเงินให้มั่นคง The Bank of Thailand Function as the country’s central bank, whose core purpose is to ensure and maintain monetary and financial stability. วันนี้ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมชมธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วังบางขุนพรหม ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีการสร้างเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นของทางยุโรปที่เป็นแบบเรอเนซองส์ ตั้งอยู่ที่วังบางขุนพรหมติดแม่น้ำเจ้าพระยามีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมด้วยกันทั้งหมด 8 ห้องด้วยกันดังนี้ ห้องที่ 1.เป็นห้องที่จัดแสดงการเปิดโลกเงินตราไทย ภายในนั้นมีการแสดงเหรียญโบราณ พร้อมทั้งประวัติของเหรียญชนิดนั้นๆที่มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยอดีต ที่ทำให้ทราบถึงการวิวัฒนาการของเงินไทยด้วย ห้องที่ 2.ห้องธนบัตรไทย จัดแสดงวิวัฒนาการประวัติความเป็นมาของธนบัตรชนิดต่างๆ เงินกระดาษชนิดแรกของไทยเรียกว่า”หมาย” เงินที่ใช้ในบ่อนสมัยนั้นเรียกว่า”เงินปี้” และต่อมามีการผลิตอัฐกระดาษเพื่อใช้แทนเงินปี้ และต่อมามีการกำเนิดธนาคารฮ่องกง เซี่ยงไฮ้เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่เปิดสาขาเพิ่ม มีกรมธนบัตร กระทรวงการคลัง ตั้งอยู่ที่หอรัษฎากรพิพัฒน์ มีหน้าที่ดูแลเงินตราธนบัตร ห้องที่ 3.เป็นห้องที่จัดแสดงประวัติและการดำเนินงานของธนาคารห่งประเทศไทย สัญลักษณ์ธนาคารแห่งประเทศไทยคือ ตราพระสยามเทวาธิราช The Bank of Thailand Function as the country's central bank, whose dore purpose is to ensure and main tain monetary and financial stability. ห้องนี้ได้จัดแสดงประวัติความเป็นมาของเงิน มีการทำธนบัตรเงินแสนเป็นที่ระลึก ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่านับ33ล้านบาท แสดงพระราชกรณียกิจของกษัตริย์แต่ละพระองค์เกี่ยวกับทางด้านการเงิน
ห้องที่ 4.ห้องสีชมพูเป็นห้องที่เกี่ยวกับราชการที่ 5 มีการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ใช้เป็นที่ประทับ และยังเป็นสถานที่จัดงานสโมสรสันนิบาต ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองหลายครั้ง นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่จัดงานสังสรรค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นสถานที่ให้ครูชาวต่างประเทศใช้จัดสอนวิชาต่างๆ ให้กับพระธิดาและเจ้านายฝ่ายในของวังอื่นๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีชื่อเรียกกันในสมัยนั่นว่า "บางขุนพรหมยูนิเวอร์ซิตี้"
ห้องที่ 5.ห้องสีน้ำเงิน อยู่ติดกับห้องสีชมพู สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงตั้งพระทัยให้ห้องนี้เป็นห้องรับรองอาคันตุกะของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายาปัจจุบันห้องนี้ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล งสีน้ำเงิน จึงเรียกขานห้องนี้ว่าห้องสีน้ำเงิน ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้เปิดให้เข้าชมด้วยกันทั้งหมด 5 ห้องจาก 8 ห้อง
จากการได้ไปเยี่ยมชมวังบางขุนพรหมครั้งนี้ สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจ คือ การได้ไปชมสถานที่ที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนของข้าพเจ้าที่มีการตกแต่งด้านสถาปัตยกรรมอย่างงดงามที่มีต้นแบบมาจากทวีปยุโรปในสมัยโบราณอีกด้วย อีกทั้งยังได้ชมระบบการเงินตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยปัจจุบันรู้วิวัฒนาการทางด้านการเงิน และได้ประโยชน์จากสถานที่นี้เป็นอย่างมาก ได้รู้เรื่องการเงินของประเทศไทยอย่างแท้จริง อีกเปรียบเสมือนเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ข้าพเจ้าใฝ่เรียนใฝ่รู้มากยิ่งขึ้น
วิวัฒนาการของเงินไทย เงินตราที่พบในสมัยทวาราวดี เหรียญรูปสังข์ รูปหม้อน้ำ รูปพระอาทิตย์ รูปแม่วัวและลูกวัว เงินตราที่พบในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย มีลักษณะกลมแบนเรียกเงินดอกจัน เงินตราที่พบในสมัยลพบุรี คือ โลหะสัมฤทธิ์ เงินและทองและลวปุรเป็นเหรียญที่ขุดพบในสมัยนั้น เงินตราที่พบในสมัยสุโขทัย ผลิตเงินพดด้วง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยหรือเบี้ยจั่นเบี้ยนางทำจากหอย เงินตราที่พบในสมัยล้านนา ใบไม้เงินเส้น เงินดอกไม้ ผักชี เงินไซซีมาจากจั่นเป็นรูปเรือสำเภา ขนมครก เงินตราที่พบในสมัยล้านช้าง เงินฮางเงินฮ้อย การวางแผนรางฐานเศรษฐกิจเงินที่มั่นคง ระบบของการเงินของประมีเสถียรภาพมากขึ้นและเริ่มก้าวเข้าสู่ระบบสากล เศรษฐกิจมีความมั่นคงจึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับรองพันธะของกองทุนระหว่างประเทศรับการกำหนดค่าเสมอภาคของเงินบาทและการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้จึงมีการผ่อนคลายปริวรรตเงินตราลงตามลำดับรวมทั้งกำหนดค่าเสมอภาคเงินบาทเท่ากับทองคำและดอลล่าสหรัฐอเมริกาใน พ.ศ.2512 ได้เป็นโรงพิมพ์ธนบัตรแห่งประเทศไทยขึ้นเพื่อจัดพิมพ์แทนการจ้างโรงพิมพ์ต่างชาติ วิกฤตการณ์ค่าเงินบาท หลังการเปิดเสรีทางการเงินการเคลื่อนย้ายเงินทุนมีการคล่องต่อเพิ่มขึ้น กอปรกับช่วงนั้นอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกตกต่ำขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงขึ้น ทำให้เงินทุนต่างประเทศไหลเข้าสู่ประเทศไทยส่งผลให้เงินความเปราะบางทางการเงินทำให้เศรษฐกิจเผชิญปัญหาหนักและระบบสถาบันการเงินตกอยู่ในภาวะวิกฤต ศรัทธานักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในไทยส่งผลให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศมากขึ้น มีการเก็งกำไรค่าเงินบาทต้องนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศปกป้องค่าเงินบาทหลายครั้ง ในที่สุดจึงต้องประกาศเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบตระกร้าเงินเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว แบบมีการจัดการ การพิมพ์ธนบัตรเกิดจากการออกแบบและพิมพ์ลายด้วยคอมพิวเตอร์โดยโดยช่างมีฝีมือตามลายธนบัตรสำหรับกระดาษธนบัตรนำมาจากใยฝ้ายและทนทานแข็งแรงสิ่งสำคัญของธนบัตรคือลายน้ำและตราพระมหากษัตริย์และหมึกพิมพ์ชนิดพิเศษผ่านการพิมพ์สามระบบ 1.สีพื้น 2.ลวดลายเส้นนูนพระบรมรูป 3.หมายเลข ทุนสำรองเงินตราสินทรัพย์อันชอบด้วยกฎหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเก็บรักษาไว้สำหรับหนุนหลัง ธนบัตรออกใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นหลักประกัน ธนบัตรของรัฐบาลที่ออกใช้ทุกฉบับมีมูลค่าตามราคาที่ตราไว้อย่างแท้จริง ความประทับใจในการไปธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ รู้สึกยินดีอย่างยิ่งและประทับใจอย่างมากที่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับการพิมพ์ธนบัตรและการออกใช้ธนบัตร และเงินตามยุคสมัยต่างๆของไทย
วิวัฒนาการของเงินไทย เงินตราที่พบในสมัยทวาราวดี เหรียญรูปสังข์ รูปหม้อน้ำ รูปพระอาทิตย์ รูปแม่วัวและลูกวัว เงินตราที่พบในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย มีลักษณะกลมแบนเรียกเงินดอกจัน เงินตราที่พบในสมัยลพบุรี คือ โลหะสัมฤทธิ์ เงินและทองและลวปุรเป็นเหรียญที่ขุดพบในสมัยนั้น เงินตราที่พบในสมัยสุโขทัย ผลิตเงินพดด้วง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยหรือเบี้ยจั่นเบี้ยนางทำจากหอย เงินตราที่พบในสมัยล้านนา ใบไม้เงินเส้น เงินดอกไม้ ผักชี เงินไซซีมาจากจั่นเป็นรูปเรือสำเภา ขนมครก เงินตราที่พบในสมัยล้านช้าง เงินฮางเงินฮ้อย การวางแผนรางฐานเศรษฐกิจเงินที่มั่นคง ระบบของการเงินของประมีเสถียรภาพมากขึ้นและเริ่มก้าวเข้าสู่ระบบสากล เศรษฐกิจมีความมั่นคงจึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับรองพันธะของกองทุนระหว่างประเทศรับการกำหนดค่าเสมอภาคของเงินบาทและการรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้จึงมีการผ่อนคลายปริวรรตเงินตราลงตามลำดับรวมทั้งกำหนดค่าเสมอภาคเงินบาทเท่ากับทองคำและดอลล่าสหรัฐอเมริกาใน พ.ศ.2512 ได้เป็นโรงพิมพ์ธนบัตรแห่งประเทศไทยขึ้นเพื่อจัดพิมพ์แทนการจ้างโรงพิมพ์ต่างชาติ วิกฤตการณ์ค่าเงินบาท หลังการเปิดเสรีทางการเงินการเคลื่อนย้ายเงินทุนมีการคล่องต่อเพิ่มขึ้น กอปรกับช่วงนั้นอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกตกต่ำขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงขึ้น ทำให้เงินทุนต่างประเทศไหลเข้าสู่ประเทศไทยส่งผลให้เงินความเปราะบางทางการเงินทำให้เศรษฐกิจเผชิญปัญหาหนักและระบบสถาบันการเงินตกอยู่ในภาวะวิกฤต ศรัทธานักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในไทยส่งผลให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศมากขึ้น มีการเก็งกำไรค่าเงินบาทต้องนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศปกป้องค่าเงินบาทหลายครั้ง ในที่สุดจึงต้องประกาศเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบตระกร้าเงินเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัว แบบมีการจัดการ การพิมพ์ธนบัตรเกิดจากการออกแบบและพิมพ์ลายด้วยคอมพิวเตอร์โดยโดยช่างมีฝีมือตามลายธนบัตรสำหรับกระดาษธนบัตรนำมาจากใยฝ้ายและทนทานแข็งแรงสิ่งสำคัญของธนบัตรคือลายน้ำและตราพระมหากษัตริย์และหมึกพิมพ์ชนิดพิเศษผ่านการพิมพ์สามระบบ 1.สีพื้น 2.ลวดลายเส้นนูนพระบรมรูป 3.หมายเลข ทุนสำรองเงินตราสินทรัพย์อันชอบด้วยกฎหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเก็บรักษาไว้สำหรับหนุนหลัง ธนบัตรออกใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นหลักประกัน ธนบัตรของรัฐบาลที่ออกใช้ทุกฉบับมีมูลค่าตามราคาที่ตราไว้อย่างแท้จริง ความประทับใจในการไปธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ รู้สึกยินดีอย่างยิ่งและประทับใจอย่างมากที่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับการพิมพ์ธนบัตรและการออกใช้ธนบัตร และเงินตามยุคสมัยต่างๆของไทย 55127326034 กิติยา วิศรียา
ในวันพฤหัสบดี ที่ 15 เดือน พฤศจิกายน 2555
นางสาวปนัดดา มาระวัง เลขที่ 31 รหัสนักศึกษา 55127326042 เอกการเงินการธนาคาร 01 วิชาการเงินการธนาคาร อ.ผู้สอน ผศ.ดร. กฤษฎา สังขมณี
จากการที่ได้ไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยประทับใจในความสวยงามของสถานที่ในการตกเเต่งทั้งภายนอกเเละภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังคงสภาพเเละมีความสมบูรณ์แบบที่สุด ขนาดประตูทางเข้าเป็นปูนปั้นที่ได้ฉายาว่าเป็นประตูที่มีความสวยเเละงดงามที่สุดในประเทศไทย ได้เข้าไปนั่งฟังบรรยายในห้องสมุดไดรู้ถึงประวัติความเป็นมากว่าที่จะมาเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เดินชมภายในจะมีประวัติการเปลี่ยนเเปลง การวิวัฒนาการ การกำเนิด เครื่องมือต่างๆในยุคก่อนๆถึงปัจจุบันที่ใช้ในการกำเนิดเงินพดด้วง เหรียญกษาปณ์ เงินตรา ธนบัตร เเละได้ทราบถึงประวัติของบุคคลที่สำคัญ มีกิจกรรมให้ร่วมเล่นเพื่อเสริมเเละทดสอบความรู้จะเป็นการตอบปัญหาได้เห็นของที่ระลึกเเห่งการทำงานในพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย รู้ว่าบทบาทหน้าที่ของธนาคารเเห่งประเทศไทยกับระบบเศรษฐกิจไทยคือ 1.การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน 2.การกำกับดูเเลสถาบันการเงิน 3.การเป็นนายธนาคารเเละที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล 4.การเป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน 5.การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ 6.การจัดพิมพืเเละออกเเบบธนบัตร เละได้เข้าไปในห้องรับเเขกใหญ่ที่มีชื่อว่า ห้องห้องสีชมพูเป็นห้องที่มีการใช้งานจริงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยมาประทับที่นี่เพื่อต้อนรับเเขกบ้านเเขกเมืองได้นั่งเเละได้เดินเหยียบพรมที่ปูอยู่กับพื้นห้องเป้นพรมเปอร์เซียที่ทำจากขนเกะผืนละ 1,900,000บาทเเละได้เคารพขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลเเก่ตัวเองจากพระบรมรูปในห้องสีน้ำเงินซิ่งเป็นห้องรับเเขกเล็ก ต้องขอขอบคุณ อาจารย์กฤษฎา ที่ได้ให้ไปดูเเละศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะถ้าไม่ได้ไปครั้งนี้ก็คงไม่รู้ว่ามีอะไรดีๆที่ให้ความรู้เเละเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมากค่ะ 55127326005 นางสาวกิตติกา อนุจันทร์ สาขาการเงินการะนาคาร
ความประทับใจ
ความรู้ที่ได้ จากที่ได้ไปธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วดิแันได้ความรู้มากมายหลายๆอย่างที่ไม่เคยรู้และไม่เคยได้สนใจศึกษามาก่อนเกี่ยวกับธนาคารประเทศไทย ได้รู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนจะเป็นธนาคารเคยเป็ยอะไรมาก่อน 2476เคยเป็นกรมของทหารบกและ2485เคยเป็นสภาวัฒนธรรมและจนพ.ศ.2488จึงได้มาเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยและได้รู้ว่าใครเป็นคนสร้างบริเวณพื้นที่ทั้งหมดของธนาคารเป็นของใคร ในพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงมี4โซน1.เปิดโลกเงินตราไทย2.เงินกระดาษ3.ประวัติธนาคาร4.ห้องสีชมพูซึ้งสมัยก่อนเคยเป็นห้องที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและได้รู้จักประวัติของวังบางขุนพรหมว่าเป็นเอกทางด้านสถาปัตยกรรม วังบางขุนพรหมมีพื้นที่ประมาณ300ไร่และได้รู้ถึงวิวัฒนาการของเงินตราไทยตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมันกรุงรัตนโกสินทร์และเมื่อปีพ.ศ.2432 มีการปฏิรูประบบเงินตรา การพิมพ์ธนบัตรผลิตจากใยฝ้ายรุ้ถึงวิธีการดูใบธนบัตรจริงหรือปลอมถ้าธนบัตรจริงจะพิมพ์3ครั้ง ต่อมาคือเกี่ยวกับการค้าดินแดนสุวรรณภูมิเคยเป็นดินแดนการค้า จีนใช้เงินไซซี พม่าเงินพยู อินเดียเงินรูปี และเวียดนามเงินฮาง ธนบัตรมี16แบบ ใช้เวลา 116ปี และได้รู้ว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบกิจการธนบัตรและสุดท้ายคือหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย รักษาเสถียรภาพ เป็นนายธนาคารของธนาคารอื่น และจัดพิมพ์ธนบัตรเป็นต้น
ความประทับใจ
จากที่ดิฉันได้เข้าไปเยี่ยมชมธนาคารแห่งประเทศไทยดิฉันมีความรู้ดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตและธนาคารแห่งประเทศไทยซึ้งเป็นธนาคารที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย สิ่งที่ดิฉันประทับใจมากที่สุดคือบริเวรภายในของธนาคารและพื้นที่ภายในวังบางขุนพรหม ซึ้ึงเคยเป้นที่ประทับของทูลกระหม่อมบริพัตรดิฉันตื่นเต้นมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมธนาคารที่สำคัญที่สุดและใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและเป็นสถานที่ๆสำคัญด้านการเงินของประเทศไทย เมื่อได้เข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของธนาคารแล้วดิฉันมีความประทับใจมากกับความหรูหราของพื้นที่ภายในวังบางขุนพรหมตั้งแต่ประตูหน้าต่างเป็นปูนปั้นที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย มันเป็นอะไรที่ Amazing Thailand และทำให้ดิฉันรู้สึก Impressive ซึ้งในพื้นที่บริเวณภายในนั้นgeandiosely and exquisite จนทำให้ดิฉันอยากเข้าไปทามงานที่นั้นเพราะบรรยายกาศข้างในร่มรื่นน่าเข้าไปทำงานมากค่ะ มันทำให้ดิฉันอยากรีบเรียนจบๆเร็วๆและก็สอบเข้าไปทำงานที่นั้นเลยที่เดียว ความรู้ที่ได้ จากที่ได้ไปธนาคารแห่งประเทศไทยแล้วดิแันได้ความรู้มากมายหลายๆอย่างที่ไม่เคยรู้และไม่เคยได้สนใจศึกษามาก่อนเกี่ยวกับธนาคารประเทศไทย ได้รู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนจะเป็นธนาคารเคยเป็ยอะไรมาก่อน 2476เคยเป็นกรมของทหารบกและ2485เคยเป็นสภาวัฒนธรรมและจนพ.ศ.2488จึงได้มาเป็นธนาคารแห่งประเทศไทยและได้รู้ว่าใครเป็นคนสร้างบริเวณพื้นที่ทั้งหมดของธนาคารเป็นของใคร ในพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงมี4โซน1.เปิดโลกเงินตราไทย2.เงินกระดาษ3.ประวัติธนาคาร4.ห้องสีชมพูซึ้งสมัยก่อนเคยเป็นห้องที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและได้รู้จักประวัติของวังบางขุนพรหมว่าเป็นเอกทางด้านสถาปัตยกรรม วังบางขุนพรหมมีพื้นที่ประมาณ300ไร่และได้รู้ถึงวิวัฒนาการของเงินตราไทยตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมันกรุงรัตนโกสินทร์และเมื่อปีพ.ศ.2432 มีการปฏิรูประบบเงินตรา การพิมพ์ธนบัตรผลิตจากใยฝ้ายรุ้ถึงวิธีการดูใบธนบัตรจริงหรือปลอมถ้าธนบัตรจริงจะพิมพ์3ครั้ง ต่อมาคือเกี่ยวกับการค้าดินแดนสุวรรณภูมิเคยเป็นดินแดนการค้า จีนใช้เงินไซซี พม่าเงินพยู อินเดียเงินรูปี และเวียดนามเงินฮาง ธนบัตรมี16แบบ ใช้เวลา 116ปี และได้รู้ว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบกิจการธนบัตรและสุดท้ายคือหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย รักษาเสถียรภาพ เป็นนายธนาคารของธนาคารอื่น และจัดพิมพ์ธนบัตรเป็นต้น น.ส.ณัฐกฤตา ฝอยทอง เลขที่ 4 รหัส 55127326008 สาขาการเงินการธนาคาร01
จากการที่ข้าพเจ้าได้ไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้าได้รู้ถึงเรื่องราวต่างๆในพิพิธภัณฑ์ เช่น ห้องเปิดโลกเงินตราไทย เป็นห้องที่แสดงกรรมวิธีการทำเงินพดด้วงในรูปแบบที่เรียกว่าตราประจำรัชกาล โดยคู่กับตราจักรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ตราแผ่นดินและบรรยากาศการค้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยารู้จักเงินตราโบราณและเหรียญกษาปณ์ที่ใช้หมุนเวียนแทนเงินพดด้วง ได้รู้ถึงความหลากหลายของเงินโบราณ ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ ที่ทำจากหิน ขนาดใหญ่ที่สุด เงินขนนก ขนนกเล็กๆติดด้วยยางไม้ เงินใบหอกที่ทำจากเหล็กตีเป็นรูปใบหอก เงินเข็มขัดทที่ทำจากกเปลือกหอยมารอยรวมกันเป็นเส้นคล้ายเข็มขัด เงินห่วงทองคำทำจากทองคำ เงินหมวก ทำจากดีบุก และเงินจระเข้ เงินไก่ ทำจากดีบุก
น.ส ขวัญฤดี สุทธิเกิด รหัส55127326032 สาขาการเงินการธนาคาร 01
จากที่ข้าพเจ้าได้ไปธนาคารแห่งประเทศไทยข้าพเจ้ามีความประทับใจในหลายอย่างๆไม่ว่าด้านสถานที่หรือด้านพี่ที่ทำงานอยู่ที่นั่นพี่เค้าให้คำปรึกษาดีมากและบอกเรื่องราวต่างๆได้ดีเมื่อเดินเข้าไปก้าวแรกรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่สงบและมีความขลังอยู่ในตัวเองห้องแต่ละห้องเป็นห้องที่สวยงามมากบอกเล่าประวัติเกี่ยวกับเงินได้อย่างละเอียดทุกยุคทุกสมัยว่าแต่ละยุคสมัยนั้นมีชื่อเรียกเงินตราว่ายังไงบ้างเช่น สมัยลพบุรียังไม่ระบุชื่อเรียกทีแน่นอน แต่ว่าจะมีพิมพ์ชื่อเหรียญ 2 ด้านด้านนึงจะเป็นคำว่า ลว และอีกด้านหนึ่งชื่อว่า ปุระ สมัยศรีวิชัย จะใช้เงินดอกจันทน์ สมัยสุโขทัย จะใช้เงินพดด้วง สมัยล้านนา จะใช้เงินเจียง สมัยล้านช้าง จะใช้เงินฮ้อย สมัยอยุยา จะมีเงินหอยเบี้ย พดด้วงและเงินนโม สมัยธนบุรี จะใช้เงิน พดด้วงและสมัยรัตนโกนินทร์ จะใช้เป็นเงินบาทจนถึงปัจจุบันและยังทำให้เราทราบอีกว่าธนบัตรที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้กว่าจะได้ออกมาเป็นแบบนี้เราใช้กันมาถึงกี่แบบอย่างเช่นเมื่อก่อนที่ด้านหลังธนบัตรมีข้อความพิมพ์ว่า " บุคคลที่จะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นผิดจากความรับผิดชอบในทางอาญาไม่ได้" แต่ก็ได้ถูกยกเลิกไปแล้วจนในปัจจุบันไม่มีนอกจากนี้ยังได้รู้เกี่ยวกับทุนสำรองเกี่ยวกับเงินตราว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งได้แก่ 1เงินตรา 2 เงินตราต่างประเทศ 3 หลักทรัพย์ต่างประเทศที่มการชำระหนี้ 4 ทองคำสินทรัพย์ต่างประเทศและสิทธิพิเศษถอนเงิน 5 ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง 6 ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน 7 หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่มีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ 8 ตั๋วเงินในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพึงซื้อหรือรับซื้อส่วนลดได้และพอเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งเราก็ได้รู้เกี่ยวกับการพิมพ์ธนบัตรว่าเค้าพิมพ์กันยังไงและมีขั้นตอนอะรัยบ้างก่อนอื่นเราต้องพิมพ์สีพื้น พิมเส้นนูน พิมพ์ลาย แล้วก็พิมพ์ลายเส้นเป็นการเสร็จขั้นตอนการพิมพ์และยังได้รู้เกี่ยวกับการทำเหรียญกษาปว่ามีขั้นตอนการทำยังไงบ้างผ่านวิดิโอที่ฉายให้ดูนอกจากนั้นยังได้เห็นแบงค์ 500000 ทั้งที่ไม่เคยรู้เลยว่าจะมีแต่ก็มี สรุปว่าที่ไปวันนั้นได้รู้เรื่องเกี่ยวกับเงินเยอะมากๆ เลยคะ
จากที่ดิฉันได้เข้าไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (วังบางขุนพรหม) The Bank of Thailand Museum, Bangkhunprom Palace แล้วก็ได้ทราบว่า
The Bank of Thailand
What they have learned from the Bank of Thailand Museum, I learned a currency in the foreign exchange open room and visited Thailand and Thailand and a foreign currency. ห้องต่างๆในพิพิธภัณฑ์ธนาคาร เช่น 1)ห้องเปิดโลกเงินตราไทย(Thailand Currency) จะประกอบไปด้วย - เงินตราโบราณ(Ancient Currency) - - เงินพดด้วง(Pot Duang Currency) - กษาปณ์ไทย(Thai Coin) 2)ห้องธนบัตรไทย(Thai Banknotes Room) 3)ห้องธนบัตรต่างประเทศ(Foreign Banknotes Room) 4)ห้องเปิดโลกเรียนรู้(Discovery Room) 5)ห้องประวัติและการดำเนินงาน(Bank of Thailand History and Records Room) 6)ห้องสีชมพู(Pink Room) 7)ห้องสีน้ำเงิน(Blue Room) 8)ห้องบริพัตร(Paribatra Room) ห้องบริพัตรเป็นห้องที่จัดแสดงพระประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้ประทานกำเนิดวังบางขุนพรหม วังแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงาม สร้างเสร็จในปี 2449
1.เหรียญลิเดีย 2.เหรียญกรีกเอเธนส์ รูปทวีเอธีนา 3.เหรียญโรมัน จักรพรรดิ 4.เหรียญกษาปณ์มคธ 5.เหรียญอินโดกรีก พญามิลินทร์ ความหลากหลายของเงินโบราณ เช่น 1.เงินเฟ ทำจากหินประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร 2.เงินขนนก ทำจากขนนกเล็กๆติดด้วยยางไม้ 3.เงินใบหอก ทำจากเหล็ก 4.เงินเข็มขัด ทำจากเปลือหอย 5.เงินห่วงทองคำ ทำจากทองคำ 6.เงินหมวก ทำจากดีบุก 7.เงินจระเข้. เงินไก่ ทำจากดีบุก เป็นต้น เงินพดด้วงเอกลักษณ์เงินตราไทย คนไทยรู้จักใช้เงินพดด้วงเป็นกษาปณ์มาตั้งแต้ครั้งโบราณแสดงให้เห็นว่าชนชาติไทยเป็นชาติที่เจริญแล้วจึงได้รู้จักใช้กษาปณ์เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน เงินพดด้วงเป็นเอกลักษณ์ชองเงินตราไทยและด้วยลักษณะกลมคล้ายลูกบินโบราณ ชาวต่างประเทศในสมัยปัจจุบันจึงเรียกว่า Bullet Coin หรือ Bullet money ส่วนห้องธนบัตรต่างประเทศจะเป็นห้องที่รวมธนบัตรแบบต่างๆไว้ถึง 16 ธนบัตร นับแต่เริ่มนำธนบัตรออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2445 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้นำธนบัตรออกใช้รวมทั้งสิ้น 15 แบบ ซึ่งแบ่งเป็นธนบัตรก่อนจัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ธนบัตรแบบ1-10 รวมทั้งธนบัตรแบบพิเศษและธนบัตรที่ผลิตจากโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แก่ ธนบัตรแบบ11-15 ยกตัวอย่างบางส่วนของห้องธนบัตรต่างประเทศ แบบที่1-5 - ธนบัตรแบบที่ 1 (Banknotes,1 Series) เป็นธนบัตรที่พิมพ์ด้านหน้าเพียงด้านเดียว จึงเรียกว่า ธนบัตรหน้าเดียว มี ๗ ชนิดราคา ได้แก่ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท - ธนบัตรแบบที่ 2 (Banknotes,2 Series) เป็นธนบัตรที่พิมพ์ทั้งสองด้าน ด้านหน้าเป็นภาพลายเฟื่องประกอบรัศมี ๑๒ แฉก ด้านหลังเป็นภาพพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงเรียกกันว่า ธนบัตร แบบไถนา ธนบัตรแบบ ๒ มี ๒ รุ่น ๖ ชนิดราคา ได้แก่ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๑๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท เริ่มทยอยออกใช้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๖๘ ในรัชกาลที่ ๖ จนถึงรัชกาลที่ ๗ - ธนบัตรแบบที่ 3 (Banknotes,3 Series)เป็นธนบัตรแบบแรกที่เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นภาพประธานบนด้านหน้า โดยมีภาพอันแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีและสถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนทัศนียภาพต่าง ๆ เป็นภาพประกอบ ส่วนด้านหลังเป็นภาพวัดพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ - ธนบัตรแบบที่ 4 (Banknotes,4 Series) ด้านหน้าเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเมื่อทรงพระเยาว์เป็นภาพประธาน - ธนบัตรแบบที่ 5 (Banknotes,5 Series) ด้านหน้าเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเมื่อทรงพระเยาว์เป็นภาพประธาน วิธีการผลิตเหรียญ 1.หลอมและหล่อโลหะ 2.รีดแผ่นโลหะ 3.ตัดขอบเหรียญ 4.ยกขอบเหรียญ 5.อบอ่อน 6.ล้างทำความสะอาด 7.รับเหรียญตัวเปล่า 8.ขึ้นแบบ 9. หล่อปูนพลาสเตอร์ 10.หล่อซีพ็อก 11.ย่อลาย 12.กอนแม่ตรา 13.แม่ตรา 14.กอนดวงตรา 15.ดวงตรา 16.การตีตราเหรียญสำเร็จ 17.รับเหรียญสำเร็จ หน่วยงานที่รับผิดชอบกิจการธนบัตร หอรัษฏากรพิพัฒน์ใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2445 ได้มีการจัดตั้งกรมธนบัตรขึ้นเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกิจการธนบัตรโดยขึ้นต่อกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ความประทับใจจากการไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกของข้าพเจ้าที่ได้ไปเยี่ยมชมเป็นสถานที่สวยงามและมีความสงบและห้องที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือแบบที่16 เพราะเป็นธนบัตรแบบใหม่ที่ใช้ในยุคปัจจุบันและมีจุดมุ่งหมายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย
วรพินิต เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปวังขุนพรหมได้ใช้เป็นที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย และเปิดดำเนินการครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2485 ได้แบ่งความสำคัญหลักเป็น 3 ส่วน คือ 1.ประวัติวังขุนพรหม 2.ประวัติเกี่ยวกับเงินตรา 3.ประวัติบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในแต่ละห้องจะบอกความเป็นมาของเงินตราในแต่ละสมัย และเหรียญแต่ละชนิดในสมัยประวัติศาสตร์ถึงปัจจุบัน ธนบัตรในสมัยอดีตสู่ปัจจุบันรวมถึงการออกแบบธนบัตร และรวมถึงความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทย ความรู้จากประวัติคร่าวๆ วิวัฒนาการเงินตราไทยเริ่มตั้งแต่กลุ่มชนดั้งเดิมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้อาศัยอยู่ในดินแดนประเทศไทยราว 38000 ปีมาแล้วก่อนจะได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียกลุ่มเหล่านี้ได้ติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าโดยใช้สิ่งของเป็นเสื่อกลางเมื่อวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาจึงเริ่มผลิตเงินตราเป็นเสื่อการค้าขาย และมีความหลากหลายของเงินโบราณ เช่น เงินเฟ เงินขนนก เงินใบหยก เงินเข็มขัด เป็นต้น ส่วนเงินพดด้วงเป็นเอกลักษณ์ของเงินตราไทย สัญลักษณ์ของเงินพดด้วงมีสัณฐานกลมแต่ละยุคมีข้อแตกต่างกันตั้งแต่ตราประทับ ส่วนมาตราเงินไทยในรัชกาลที่ 4 มีการเพิ่มเงินตราขึ้นอีก 4 หน่วย คือ โสฬส อัฐ เสี้ยว ชัก เป็นเงินปลีกแล้วจัดตามมาตราเงินไทย ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการใช้เงินกระดาษราคา 1 อัฐ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2417 เป็นเสื่อที่ใช้แทนเงินเหรียญกษปณ์ที่ไม่เพียงพอกับการใช้งานเป็นที่มาของคำว่า อัฐกระดาษ ประเทศที่เข้ามาเปิดสาขาดำเนินงานในประเทศไทยให้สามารถออกธนบัตรตัวเองได้ เรียกว่า แบงก์โน๊ต นับว่าเป็นธนบัตรรุ่นแรกๆที่ใช้ในประเทศไทยจากนั้นต้องยกเลิกและประกาศใช้ธนบัตรแบบแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ส่วนในบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (The roles and reonsibilities to the bank of Thailand) คือ รักษาเสถียรภาพทางการเงิน กำกับดูแลสถาบัญการเงิน เป็นนายธนาคารและที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจ เป็นนายธนาคารสถาบัญการเงิน การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ จัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตร นอกจากนี้ยังมีรูปแบบสถาปัตยกรรมจากในสมัยก่อนที่ผสมผสานศิลปะประกอบด้วยลวดลายที่สวงามและมีความโดดเด่นในแต่ละมุม
วรพินิต เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปวังขุนพรหมได้ใช้เป็นที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย และเปิดดำเนินการครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2485 ได้แบ่งความสำคัญหลักเป็น 3 ส่วน คือ 1.ประวัติวังขุนพรหม 2.ประวัติเกี่ยวกับเงินตรา 3.ประวัติบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในแต่ละห้องจะบอกความเป็นมาของเงินตราในแต่ละสมัย และเหรียญแต่ละชนิดในสมัยประวัติศาสตร์ถึงปัจจุบัน ธนบัตรในสมัยอดีตสู่ปัจจุบันรวมถึงการออกแบบธนบัตร และรวมถึงความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทย ความรู้จากประวัติคร่าวๆ วิวัฒนาการเงินตราไทยเริ่มตั้งแต่กลุ่มชนดั้งเดิมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้อาศัยอยู่ในดินแดนประเทศไทยราว 38000 ปีมาแล้วก่อนจะได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียกลุ่มเหล่านี้ได้ติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าโดยใช้สิ่งของเป็นเสื่อกลางเมื่อวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาจึงเริ่มผลิตเงินตราเป็นเสื่อการค้าขาย และมีความหลากหลายของเงินโบราณ เช่น เงินเฟ เงินขนนก เงินใบหยก เงินเข็มขัด เป็นต้น ส่วนเงินพดด้วงเป็นเอกลักษณ์ของเงินตราไทย สัญลักษณ์ของเงินพดด้วงมีสัณฐานกลมแต่ละยุคมีข้อแตกต่างกันตั้งแต่ตราประทับ ส่วนมาตราเงินไทยในรัชกาลที่ 4 มีการเพิ่มเงินตราขึ้นอีก 4 หน่วย คือ โสฬส อัฐ เสี้ยว ชัก เป็นเงินปลีกแล้วจัดตามมาตราเงินไทย ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการใช้เงินกระดาษราคา 1 อัฐ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2417 เป็นเสื่อที่ใช้แทนเงินเหรียญกษปณ์ที่ไม่เพียงพอกับการใช้งานเป็นที่มาของคำว่า อัฐกระดาษ ประเทศที่เข้ามาเปิดสาขาดำเนินงานในประเทศไทยให้สามารถออกธนบัตรตัวเองได้ เรียกว่า แบงก์โน๊ต นับว่าเป็นธนบัตรรุ่นแรกๆที่ใช้ในประเทศไทยจากนั้นต้องยกเลิกและประกาศใช้ธนบัตรแบบแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ส่วนในบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (The roles and reonsibilities to the bank of Thailand) คือ รักษาเสถียรภาพทางการเงิน กำกับดูแลสถาบัญการเงิน เป็นนายธนาคารและที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจ เป็นนายธนาคารสถาบัญการเงิน การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ จัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตร นอกจากนี้ยังมีรูปแบบสถาปัตยกรรมจากในสมัยก่อนที่ผสมผสานศิลปะประกอบด้วยลวดลายที่สวงามและมีความโดดเด่นในแต่ละมุม
อ่านว่า วร
นางสาวกวีรัตน์ สระทองฮัก เลขที่ 32 รหัส 55127326043 การเงินการธนาคาร 01
เดิมวังขุนพรหมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัฒรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปวังขุนพรหมได้ใช้เป็นที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย และเปิดดำเนินการครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2485 ได้แบ่งความสำคัญหลักเป็น 3 ส่วน คือ 1.ประวัติวังขุนพรหม 2.ประวัติเกี่ยวกับเงินตรา 3.ประวัติบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในแต่ละห้องจะบอกความเป็นมาของเงินตราในแต่ละสมัย และเหรียญแต่ละชนิดในสมัยประวัติศาสตร์ถึงปัจจุบัน ธนบัตรในสมัยอดีตสู่ปัจจุบันรวมถึงการออกแบบธนบัตร และรวมถึงความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทย ความรู้จากประวัติคร่าวๆ วิวัฒนาการเงินตราไทยเริ่มตั้งแต่กลุ่มชนดั้งเดิมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้อาศัยอยู่ในดินแดนประเทศไทยราว 38000 ปีมาแล้วก่อนจะได้รับวัฒนธรรมจากอินเดียกลุ่มเหล่านี้ได้ติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าโดยใช้สิ่งของเป็นเสื่อกลางเมื่อวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาจึงเริ่มผลิตเงินตราเป็นเสื่อการค้าขาย และมีความหลากหลายของเงินโบราณ เช่น เงินเฟ เงินขนนก เงินใบหยก เงินเข็มขัด เป็นต้น ส่วนเงินพดด้วงเป็นเอกลักษณ์ของเงินตราไทย สัญลักษณ์ของเงินพดด้วงมีสัณฐานกลมแต่ละยุคมีข้อแตกต่างกันตั้งแต่ตราประทับ ส่วนมาตราเงินไทยในรัชกาลที่ 4 มีการเพิ่มเงินตราขึ้นอีก 4 หน่วย คือ โสฬส อัฐ เสี้ยว ชัก เป็นเงินปลีกแล้วจัดตามมาตราเงินไทย ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการใช้เงินกระดาษราคา 1 อัฐ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2417 เป็นเสื่อที่ใช้แทนเงินเหรียญกษปณ์ที่ไม่เพียงพอกับการใช้งานเป็นที่มาของคำว่า อัฐกระดาษ ประเทศที่เข้ามาเปิดสาขาดำเนินงานในประเทศไทยให้สามารถออกธนบัตรตัวเองได้ เรียกว่า แบงก์โน๊ต นับว่าเป็นธนบัตรรุ่นแรกๆที่ใช้ในประเทศไทยจากนั้นต้องยกเลิกและประกาศใช้ธนบัตรแบบแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ส่วนในบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (The roles and reonsibilities to the bank of Thailand) คือ รักษาเสถียรภาพทางการเงิน กำกับดูแลสถาบัญการเงิน เป็นนายธนาคารและที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจ เป็นนายธนาคารสถาบัญการเงิน การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ จัดพิมพ์และออกใช้ธนบัตร นอกจากนี้ยังมีรูปแบบสถาปัตยกรรมจากในสมัยก่อนที่ผสมผสานศิลปะประกอบด้วยลวดลายที่สวงามและมีความโดดเด่นในแต่ละมุม