จากการที่ดิฉันได้ไปชม พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank Of Thailand Museum) 

ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2485 มีหน้าที่หลักในการดูแลกำกับเรื่องการเงินของชาติ ตั้งอยู่ที่วังบางขุนพรม ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และถนนสามเสน ห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ ภายในตำหนักวังบางขุนพรหม แบ่งออกเป็น 8 ห้องหลัก ๆ โดยใช้รูปแบบการนำเสนอด้วยเทคนิคสมัยใหม่ 1.ห้องเปิดโลกเงินตราไทย จัดแสดงสื่่อกลางในการแลกเปลี่ยน เหรียญกษาปณ์เหรียญแรกของโลกมีชื่อว่า เหรียญลิเดีย เกิดมา 2,600 ปี ในดินแดนที่เป็นประเทศตุรกีในปัจจุบัน ชนชาติไทย มีการผลิตเงินตราของตนเองขึ้นใช้ เป็นเวลานานแล้วเช่นกัน ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ชนชาติไทยได้ตั้งมั่น อยู่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศ หลังจากขับไล่ขอมออกไปแล้ว ได้เริ่มผลิตเงินตราขึ้นใช้ เรียกว่า “เงินพดด้วง”การผลิตเงินพดด้วงค่อยๆ ลดลง และเลิกผลิต ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยหันมาผลิตเหรียญเงินขึ้นแทน และนำธนบัตรเข้ามาใช้ ควบคู่กับเหรียญเงินเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2445 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ระบบการเงินของไทย ก็เริ่มจัดระเบียบ ให้สอดคล้องกับระบบการเงินสากล โดยมีเงินตราของประเทศประกอบด้วย เหรียญและธนบัตรมาจนปัจจุบัน 2.ห้องธนบัตรไทย จัดแสดงวิวัฒนาการ การใช้เงินกระดาษในระบบเงินตราไทย ธนบัตรที่นำมาจัดแสดงนี้ มีครบทุกแบบตั้งแต่ธนบัตรแบบหนึ่งเป็นต้นมา รวมทั้งธนบัตรที่ระลึกและบัตรธนาคาร เงินกระดาษชนิดแรก เริ่มในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการผลิตเงินกระดาษขึ้นใช้เป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2396 เรียกว่า “หมาย” ซึ่งนับเป็นเงินกระดาษชนิดแรกในระบบเงินตราไทย ประเทศไทยนำธนบัตรออกใช้เป็นครั้งแรก เมื่อพ.ศ. 2445 3.ห้องประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย
สัญลักษณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ ตราพระสยามเทวาธิราช The Bank of Thailand Function as the country's central bank, whose dore purpose is to ensure and main tain monetary and financial stability. 4.ห้องสีชมพู ห้องนี้ในอดีตเคยเป็นห้องท้องพระโรงสำหรับอาคันตุกะสำคัญของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ตลอดจนใช้ในการทำบุญเลี้ยงพระและการพิธีต่าง ๆ รวมทั้งฉายภาพยนตร์ในคืนวันเสาร์ การตกแต่งห้องสีชมพูนี้งดงามกว่าห้องอื่นด้วยมีลวดลายปูนปั้นเดินลายทองทั้งที่ผนัง กรอบของช่องเปิดและฝ้าเพดาน ห้องนี้เป็นห้องที่โดดเด่น งดงามมาก 5.ห้องสีน้ำเงิน อยู่ติดกับห้องสีชมพู สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงตั้งพระทัยให้ห้องนี้เป็นห้องรับรองอาคันตุกะของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายา ปัจจุบันห้องนี้ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล 6.ห้องบริพัตร จัดแสดงพระประวัติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต 7.ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์ ห้องนี้เคยใช้เป็นห้องบรรทมของหม่อมเจ้าประสงค์สม ชายาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อธนาคารใช้ตำหนัก วังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ทำการนั้น ห้องนี้ใช้เป็นห้องทำงานของผู้ว่าการ ตั้งแต่พระองค์แรก “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย” ซึ่งเป็นพระอนุชาของหม่อมเจ้าประสงค์สม จนกระทั่งถึงสมัยผู้ว่าการคนที่ ๑๐ “นายนุกูล ประจวบเหมาะ”
8.ห้องประชุมเล็ก แต่เดิมห้องนี้จึงเคยเป็นห้องเก็บเครื่องดนตรีของวังบางขุนพรหม เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ตำหนักวังบางขุนพรหมเป็นสถานที่ทำการ จึงใช้ห้องนี้เป็นที่ประชุมผู้บริหารสำหรับพิจารณากำหนดนโยบายการเงินที่สำคัญของประเทศ

สิ่งที่ดิฉันประทับใจ คือ การตกแต่งและสถาปัตยกรรมในยุโรป ของวังบางขุนพรหม นับว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น งดงาม ของวัง และประทับใจการนำเสนอ นิทรรศการ ประวัติ เรื่องราว ของเงินตรา มีการนำเสนอแบบหลากหลายเป็นที่น่าสนใจของผู้ที่ได้ไปเยี่ยมชม มีสื่อประกอบทำให้ได้เห็นภาพและเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

55127326027 นางสาวพรรณปพร พรหมจันทร์ (: