พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (The bank of Thailand Museum) สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงเงินตราในสมัยต่างๆและได้เข้าเยี่ยมชมห้องเปิดโลกเงินตราไทยและห้องธนบัตรไทยและห้องธนบัตรต่างประเทศ
What they have learned from the Bank of Thailand Museum, I learned a currency in the foreign exchange open room and visited Thailand and Thailand and a foreign currency. ห้องต่างๆในพิพิธภัณฑ์ธนาคาร เช่น 1)ห้องเปิดโลกเงินตราไทย(Thailand Currency) จะประกอบไปด้วย - เงินตราโบราณ(Ancient Currency) - - เงินพดด้วง(Pot Duang Currency) - กษาปณ์ไทย(Thai Coin) 2)ห้องธนบัตรไทย(Thai Banknotes Room) 3)ห้องธนบัตรต่างประเทศ(Foreign Banknotes Room) 4)ห้องเปิดโลกเรียนรู้(Discovery Room) 5)ห้องประวัติและการดำเนินงาน(Bank of Thailand History and Records Room) 6)ห้องสีชมพู(Pink Room) 7)ห้องสีน้ำเงิน(Blue Room) 8)ห้องบริพัตร(Paribatra Room) ห้องบริพัตรเป็นห้องที่จัดแสดงพระประวัติของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้ประทานกำเนิดวังบางขุนพรหม วังแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงาม สร้างเสร็จในปี 2449
ห้องเปิดโลกเงินตราไทยเป็นห้องที่แสดงเหรียญกษาปณ์ยุคแรกของโลก ได้แก่
1.เหรียญลิเดีย 2.เหรียญกรีกเอเธนส์ รูปทวีเอธีนา 3.เหรียญโรมัน จักรพรรดิ 4.เหรียญกษาปณ์มคธ 5.เหรียญอินโดกรีก พญามิลินทร์ ความหลากหลายของเงินโบราณ เช่น 1.เงินเฟ ทำจากหินประมาณเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร 2.เงินขนนก ทำจากขนนกเล็กๆติดด้วยยางไม้ 3.เงินใบหอก ทำจากเหล็ก 4.เงินเข็มขัด ทำจากเปลือหอย 5.เงินห่วงทองคำ ทำจากทองคำ 6.เงินหมวก ทำจากดีบุก 7.เงินจระเข้. เงินไก่ ทำจากดีบุก เป็นต้น เงินพดด้วงเอกลักษณ์เงินตราไทย คนไทยรู้จักใช้เงินพดด้วงเป็นกษาปณ์มาตั้งแต้ครั้งโบราณแสดงให้เห็นว่าชนชาติไทยเป็นชาติที่เจริญแล้วจึงได้รู้จักใช้กษาปณ์เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน เงินพดด้วงเป็นเอกลักษณ์ชองเงินตราไทยและด้วยลักษณะกลมคล้ายลูกบินโบราณ ชาวต่างประเทศในสมัยปัจจุบันจึงเรียกว่า Bullet Coin หรือ Bullet money ส่วนห้องธนบัตรต่างประเทศจะเป็นห้องที่รวมธนบัตรแบบต่างๆไว้ถึง 16 ธนบัตร นับแต่เริ่มนำธนบัตรออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2445 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้นำธนบัตรออกใช้รวมทั้งสิ้น 15 แบบ ซึ่งแบ่งเป็นธนบัตรก่อนจัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ธนบัตรแบบ1-10 รวมทั้งธนบัตรแบบพิเศษและธนบัตรที่ผลิตจากโรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แก่ ธนบัตรแบบ11-15 ยกตัวอย่างบางส่วนของห้องธนบัตรต่างประเทศ แบบที่1-5 - ธนบัตรแบบที่ 1 (Banknotes,1 Series) เป็นธนบัตรที่พิมพ์ด้านหน้าเพียงด้านเดียว จึงเรียกว่า ธนบัตรหน้าเดียว มี ๗ ชนิดราคา ได้แก่ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๕๐ บาท ๑๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท - ธนบัตรแบบที่ 2 (Banknotes,2 Series) เป็นธนบัตรที่พิมพ์ทั้งสองด้าน ด้านหน้าเป็นภาพลายเฟื่องประกอบรัศมี ๑๒ แฉก ด้านหลังเป็นภาพพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงเรียกกันว่า ธนบัตร แบบไถนา ธนบัตรแบบ ๒ มี ๒ รุ่น ๖ ชนิดราคา ได้แก่ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๑๐๐ บาท และ ๑๐๐๐ บาท เริ่มทยอยออกใช้ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๖๘ ในรัชกาลที่ ๖ จนถึงรัชกาลที่ ๗ - ธนบัตรแบบที่ 3 (Banknotes,3 Series)เป็นธนบัตรแบบแรกที่เชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทยเป็นภาพประธานบนด้านหน้า โดยมีภาพอันแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีและสถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนทัศนียภาพต่าง ๆ เป็นภาพประกอบ ส่วนด้านหลังเป็นภาพวัดพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ - ธนบัตรแบบที่ 4 (Banknotes,4 Series) ด้านหน้าเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเมื่อทรงพระเยาว์เป็นภาพประธาน - ธนบัตรแบบที่ 5 (Banknotes,5 Series) ด้านหน้าเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเมื่อทรงพระเยาว์เป็นภาพประธาน วิธีการผลิตเหรียญ 1.หลอมและหล่อโลหะ 2.รีดแผ่นโลหะ 3.ตัดขอบเหรียญ 4.ยกขอบเหรียญ 5.อบอ่อน 6.ล้างทำความสะอาด 7.รับเหรียญตัวเปล่า 8.ขึ้นแบบ 9. หล่อปูนพลาสเตอร์ 10.หล่อซีพ็อก 11.ย่อลาย 12.กอนแม่ตรา 13.แม่ตรา 14.กอนดวงตรา 15.ดวงตรา 16.การตีตราเหรียญสำเร็จ 17.รับเหรียญสำเร็จ หน่วยงานที่รับผิดชอบกิจการธนบัตร หอรัษฏากรพิพัฒน์ใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2445 ได้มีการจัดตั้งกรมธนบัตรขึ้นเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกิจการธนบัตรโดยขึ้นต่อกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ความประทับใจจากการไปพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรกของข้าพเจ้าที่ได้ไปเยี่ยมชมเป็นสถานที่สวยงามและมีความสงบและห้องที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือแบบที่16 เพราะเป็นธนบัตรแบบใหม่ที่ใช้ในยุคปัจจุบันและมีจุดมุ่งหมายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย