ประเทศไทยนำธนบัตรออกมาใช้งานครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2445 โดยมีกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุม ดูแล การสั่งพิมพ์และนำออกใช้ธนบัตรภายในประเทศ จนกระทั่งมีการจัดตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2485 อำนาจและกิจการทั้งหมดในการดำเนินงานเกี่ยวกับธนบัตรจึงถูกมาอยู่ในความดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2512 ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถจัดตั้งโรงพิมพ์ธนบัตรและได้พิมพ์ธนบัตรขึ้นใช้เองภายในประเทศ โดยตราสัญลักษณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย คือ พระสยามเทวาธิราชในเหรียญเสี้ยว อัฐ โสฬส ที่ออกใช้ในรัชการที่ 5 มาดัดแปลง และเพิ่มถุงเงินในพระหัตถ์เบื้องขวา ซึ่งเป็นเครื่องหมายถึงผู้คุมถุงเงินของชาติ อันเป็นหน้าที่หลักของธนาคารแห่งประเทศไทย พระแสงธารพระกรในพระหัตถ์ซ้าย เพื่อคอยปัดป้องผู้ที่มารุกราน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนรูปดอกไม้มาเป็นลายดอกบัวแทน กระบวนการผลิตธนบัตรมี5ขั้นตอน ได้แก่ 1.การออกแบบธนบัตร 2.การทำแม่แบบแม่พิมพ์ 3.การตรวจสอบคุณภาพและการตรวจนับจำนวน 5.การผลิตธนบัตรขั้นสำเร็จรูป วิวัฒนาการเงินตราไทย - เงินตราฟูนันก่อตัวขึ้นบริเวณทางใต้ของลุ่มน้ำโขงมีลักษณะเป็นเหรียญเงินด้านหนึ่งมีสัญลักษณ์พระอาทิตย์ครึ่งดวงเปล่งรัศมี อีกด้านหนึ่งเป็นรูปพระศรีวัตสะ กลองบัณเฑาะว์ที่พราหมณ์ใช้ในพิธีต่างๆ และมีเครื่องหมายสวัสดิกะซึ่งหมายถึงความโชคดี - เงินตราเงินตราทวารวดีมีสัญลักษณ์เกี่ยวกับกษัตริย์ อำนาจการปกครอง ความอุดมสมบูรณ์ และศาสนา เช่น เหรียญเงินด้านหนึ่งเป็นรูปบูรณกลศ - เงินตราศรีวิชัยประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 เงินตราที่ใช้ทำด้วยเงินและทองคำ มี 2 ชนิด คือ "เงินดอกจัน" และอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า "เงินนโม" - เงินตราสุโขทัยได้ผลิตเงินตราขึ้นใช้ในระบบเศรษฐกิจคือ เงินพดด้วง นอกจากนี้ยังใช้ "เบี้ย" เป็นเงินปลีกสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้าราคาต่ำ - เงินตราสมัยกรุงศรีอยุธยาในสมัยนี้ยังคงใช้เงินพดด้วงเป็นเงินตรา เงินในสมัยนี้คล้ายเงินพดด้วงในสมัยสุโขทัย แต่ตรงปลายขาที่งอจรดกันไม่แหลมเหมือนเงินพดด้วงสุโขทัย - เงินตราสมัยกรุงธนบุรีมีการผลิตเงินพดด้วงขึ้นใช้เพียง 2 ชนิดคือ เงินพดด้วงตราตรีศูลและตราทวิวุธ - เงินตราสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ยังคงใช้เงินพดด้วง โดยที่ตราประทับบนเงินพดด้วงคือตราจักร ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดินและตราประจำรัชกาล สมัยรัชกาลที่ 1 ใช้เงินพดด้วงประทับตราพระแสงจักร-บัวอุณาโลม สมัยรัชกาลที่ 2 ใช้เงินพดด้วงตราจักรและตราครุฑ สมัยรัชกาลที่ 3 ใช้เงินพดด้วงตราปราสาท นอกจากนี้ยังมีการผลิตเงินพดด้วงเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญๆ ประทับตราต่างๆ เช่น ดอกไม้ ครุฑเสี้ยว ใบมะตูม และเฉลว เป็นต้น สมัยรัชกาลที่ 4 เนื่องจากมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศจึงทำให้เงินพดด้วงที่ผลิตจากมือผลิตออกมาไม่ทันจึงผลิตเงินกระดาษออกมาครั้งแรกซึ่งเรียกว่า "หมาย" สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นครั้งแรกที่มีการนำพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ไทยประทับลงบนเหรียญกษาปณ์ สมัยรัชกาลที่ 6 มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ออกใช้แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบมากเท่าไหร่จึงโปรดเกล้าฯให้ผลิตเหรียญเงินหนึ่งบาทประจำรัชกาล เป็นเหรียญตราพระบรมรูป-ไอราพต สมัยรัชกาลที่ 7 เหรียญประจำรัชกาลที่นำออกใช้เป็นเหรียญชนิดราคา 50 และ 25 สตางค์ ตราพระบรมรูป-ช้างทรงเครื่อง สมัยรัชกาลที่ 8 เหรียญประจำรัชกาลที่ผลิตออกใช้หมุนเวียน เป็นเหรียญตราพระบรมรูป-พระครุฑพ่าห์ มี 2 รุ่น สมัยรัชกาลที่ 9 มีการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เพื่อบันทึกเหตุการณ์สำคัญ อันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และหน่วยงานต่าง ๆ โดยผลิตทั้งเหรียญประเภทธรรมดาและเหรียญประเภทขัดเงา และตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการใช้เงินที่เป็นธนบัตรด้วยกันทั้งหมด16แบบ
สิ่งที่ดิฉันประทับใจในการไปศึกษาครั้งนี้ คือ ได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของเงินของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและความรู้ที่ดิฉันไม่เคยทราบมาก่อน และตัวอาคารพิพิธภัณฑ์หรือตำหนักที่ประทับเป็นสถาปัตย์แบบเรอเนอซองส มีความสะอาด พี่ๆที่เป็นวิทยากรหรือคนที่มาคอยให้บริการก็ต้อนรับเป็นอย่างดี พูดจาสุภาพ รวมทั้งบรรยากาศรอบๆพิพิธภัณฑ์ก็สงบและร่มรื่นมากๆค่ะ 55127326038 นางสาวสุกัลญา สุวรรณโมลี