"ฟ้าคราม" อายุ ๑ ขวบ ๔ เดือน

(ช่วงนี้ ฟันของหนูเริ่มเต็มปากและมีฟันกรามขึ้นด้วยแล้ว)
ช่วงระยะเวลาที่หนูอายุได้ ๑ ขวบ ๔ เดือนนี้ พัฒนาการของหนูเริ่มเร็วมาก ๆ ในเรื่องของการฝึกหัด ในด้าน "การพูด" การเลียนเสียงสัตว์ การเลียนคำพูดของ ย่า แม่อ้อม ยาย ปู่เร...ในช่วงนี้ พ่อเพรียงของหนูได้ไปเข้ารับการเกณฑ์ทหาร (ผลัด ๒) ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕...ก็เป็นที่น่าแปลกใจมาก ๆ สำหรับดวงของพ่อเพรียง ว่า "ทำไม ต้องเป็นพ่อเพรียงของหนูด้วยล่ะ ที่ถูกการเกณฑ์ทหาร ทำไมไม่เป็นคนที่เขาไม่มีลูกเล็ก ๆ แต่ย่าคิดว่า...ชาติที่แล้ว พ่อเพรียงคงเป็นทหารกระมัง จึงทำให้ชาตินี้ พ่อเพรียงของหนูต้องมาจับใบแดงได้เป็นอีก...และย่าก็คิดว่า...ก็ยังดี...ดีกว่า "หนีทหาร" เพราะชายไทยทุกคน ปัจจุบันถ้าไม่เรียน ร.ด. (เหมือนอย่างลุงภัคร" พ่อเพรียงก็ต้องจับใบดำ - ใบแดง กับเขา...สุดท้ายถ้าได้ใบแดงก็ต้องไปเป็นทหาร...เพื่อชาติ พ่อเพรียงของหนูได้ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้ว เพราะการเป็นทหาร สมัยนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อน ย่าว่าดีขึ้น ในเรื่องของการใช้อำนาจ ไม่มาก หรือดุดันเหมือนสมัยก่อน"...

(อาการทำตาหวานของหนู...หนูจะหลับตาข้างหนึ่ง)
ย่า + แม่อ้อม + หนูฟ้าคราม + ลุงภัคร ได้ไปส่งพ่อเพรียงที่หน้าอำเภอ แล้วย่า + แม่อ้อม + หนูฟ้าคราม ก็ขับรถยนต์ไปส่งพ่อเพรียงที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรกัน เพื่อรายงานตัวที่สโมสร ฯ ของค่ายสมเด็จฯ ยังดีที่ว่า เจ้าหน้าที่อนุญาตให้พ่อเพรียงไปกับพวกเราได้ โดยไม่ต้องไปรถบัสกับพวกเพื่อน ๆ ที่โดนทหารเหมือนกัน...เราจึงได้อยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้าย...ที่พวกเราจะต้องแยกจากกัน...ย่านับวันต่อวัน...ในความรู้สึกของย่า (หัวอกของผู้เป็นแม่) ไม่มีใครทราบได้หรอกว่า มันรู้สึกเช่นไร? กับสิ่งที่พวกเราได้พลัดพรากกัน มันเป็นการพลัดพรากโดยจากกันตอนที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่... สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ ย่า + แม่อ้อม นั่นคือ รอเวลาที่พ่อเพรียงกับพวกเราจะได้พบกัน พ่อเพรียงโทร.มาบอกแม่อ้อมของหนูว่า ทางค่ายจะให้ไปเยี่ยมในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ช่วงนี้ติดต่อกันไม่ได้ (ยกเว้นเจ้าหน้าที่ให้โทร.มาหาได้) พวกเราจะรอวันนั้น...พ่อเพรียงของหนู ได้อยู่ค่ายสมเด็จพระนเรศวร ฝ่ายทหารเสนารักษ์...

(หนูแต่งตัวแบบนี้ ย่าจะเรียกหนูว่า..."หนูหิ่น" ซึ่งหนูก็ชอบใจ..."ขำ")
สำหรับหนูฟ้าคราม ช่วงแรก ๆ ใคร ๆ ถามว่า พ่อเพรียงไปไหน? หนูจะตอบว่า ไปหาปลา...เพราะหนูเห็นว่า พ่อเพรียงชอบไปตกปลา...แต่เวลาต่อ ๆ มา ย่าจะบอกหนูว่า "พ่อเพรียงไปเป็นทหาร"...คราวนี้ พอใคร ๆ ถามหนูใหม่ว่า พ่อเพรียงไปไหน?...หนูจะตอบว่า..."หาร"...ซึ่งหนูจะบอกเขาว่า พ่อหนูไปเป็นทหาร นั่นเอง...
หนูเริ่มเลียนเสียงสัตว์ได้แล้วในช่วงนี้ เช่น เสียงเป็ด หนูจะบอกย่าว่า มันร้อง "ป๊าป ๆ ๆ"...แมว หนูก็จะบอกว่า มันร้อง "ง๊าว ๆ ๆ" หมา มันร้อง "ห๊อง ๆ ๆ"...หนูสามารถเรียก ย่า ลุงภัครได้แล้ว สำหรับลุงภัคร หนูจะเรียกว่า "ปั๊ก" เพราะหนูยังพูดไม่ชัด...อาการอีกอย่างของหนู คือ ชอบเถียงหรือหนูเลียนเสียงก็ไม่ทราบ เช่น ย่าบอกว่า เล่นไม่ได้ หนูจะตอบว่า "ได้" พออย่าบอกว่า เล่นไม่ได้นะค่ะ หนูจะตอบว่า "จ๊ะ" แสดงว่าหนูเลียนเสียงย่า แต่หนูยังพูดสองคำติดกันไม่ได้ หนูเลยพูดคำท้าย เพียงคำเดียว...อาการที่หนูชอบแสดงและเรียกว่าเป็นจุดเด่นของหนูในช่วงวัยนี้ นั่นคือ..."การไหว้" ซึ่งย่ามองว่า การไหว้ของหนู หนูเป็นเด็กที่ไหว้สวยมากในสายตาของย่า เพราะหนูก้มหัวลงทุกครั้งที่หนูได้ไหว้คนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า...ถ้ามีคนโตทักหนู หนูจะมองเขา แล้วย่าจะถามหนูว่า หนูต้องทำอย่างไร?...หนูจะยกมือขึ้นไหว้เขาผู้นั้นทันที พร้อมกับพูดว่า "จ๊ะ"...ทำให้ใคร ๆ เห็น เขาก็อดยิ้มกับอาการของหนูไม่ได้ พร้อมกับคำพูดของเขาว่า "เก่งจัง"...หนูเห็นใคร ๆ ต่อใครแล้ว หนูจะมอง หนูเป็นคนกล้า ไม่กลัวคน บางครั้งหนูก็จะยิ้มให้เขาคนนั้น พอย่าพูดว่า หนูจะต้องทำอย่างไร? หนูก็จะยกมือขึ้นไหว้ทันที...นี่เป็นการสอนของย่า ในเบื้องต้นซึ่งย่าวางรากฐานของหนูว่า "โตขึ้น หนูฟ้าครามของย่าจะต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เห็นใคร ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า หนูจะต้องยกมือไหว้ทันที เพราะเราเป็นคนไทย สิ่งแรกที่เราควรทำ ก็คือ "การไหว้" เพราะกิริยาแบบนี้ ย่าสอนพ่อเพรียง + ลุงภัคร เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ๆ และกิริยาแบบนี้ก็ติดอยู่กับพ่อเพรียงและลุงภัครมาจนถึงปัจจุบันนี้ และย่าก็อยากที่จะเห็นหนูเป็นเด็กผู้หญิงที่มีกิริยานอบน้อม มือไม้ไม่แข็ง เพราะการแสดงกิริยา "การไหว้" จะทำให้หนูเป็นเด็กที่ใคร ๆ เห็นก็เมตตา รักใคร่ ยามที่หนูโตขึ้น...ย่าเพียงแต่ได้วางรากฐานในจุดเล็ก ๆ ให้กับหนูเท่านั้นเอง...
แม้แต่ ถ้าหนูเห็นพระ ศาล วัด ที่หนูรู้ว่า หนูจะต้องไหว้ หนูจะยกมือขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องให้ย่าหรือใคร ๆ ต้องบอก หนูจะยกมือขึ้นไหว้ทันที พร้อมกับเสียงของหนู กับคำว่า "จ๊ะ"...

ยามใดที่หนูได้อยู่ใกล้ ๆ ตาทวด...หนูจะชอบเล่นใกล้ ๆ ตาทวด นิสัยของหนูชอบเล่นของเล่นเหมือนเด็กผู้ชาย เช่น ลูกบอล รถยนต์ บางครั้งหนูจะชอบโยนลูกบอลให้กับตาทวด เพื่อให้ตาทวดเล่นด้วย (แต่ตาทวดก็ไม่สามารถเล่นกับหนูได้ เพราะไม่มีแรงโยน)...บางครั้ง ย่าบอกหนูว่า ไปหอมแก้มตาทวดสิ หนูจะเดินเข้าไปหอมแก้มตาทวด...ยามใดที่หนูเข้ามาบ้านของย่าในเมืองพิษณุโลก พอไฟจราจรเป็นสีแดง ย่าจะถามหนูว่า "จอดหรือไป" หนูจะตอบว่า "จอด" ถ้าไฟเขียว ย่าจะถามว่า "ไปหรือจอด" หนูก็จะตอบว่า "ไป" แสดงว่าหนูเริ่มเข้าใจในสัญลักษณ์ของไฟจราจรบ้างแล้ว...ช่วงนี้ ไม่ว่าย่า ยาย แม่อ้อม อุ้มหนู เขาจะบ่นกันทุกคนว่า "ไม่ไหวแล้ว หนูตัวใหญ่เหลือเกิน เมื่อยแขนมาก ๆ เลย"...อาจเป็นเพราะหนูกินนมถูกก็ได้ เพราะข้าวหนูก็ไม่ค่อยกินมากเท่าไหร่...

หนูซนมากช่วงนี้ ไม่กลัวว่าตัวเองจะเจ็บ หรือล้ม หนูไม่เคยร้องไห้ ถ้าหนูเจ็บ เมื่อล้มหนูจะรีบลุกขึ้นยืน ถ้ามือที่ตระคุบกบลงไปเปื้อน หนูจะทำท่าปัด ถ้าปัดไม่ออก หนูจะมองไปที่กระโปรงหรือกางเกงของใครที่อยู่ข้าง ๆ หนู เช่น ย่า ปู่ แล้วหนูก็ฉลาด "รีบเช็ดมือของหนูทันที"...
อ่าน เรื่องเล่าของ "ฟ้าคราม" ทุกฉบับ ได้จากที่นี่...เรื่องเล่าของ "ฟ้าคราม"