เตือนภัยการใช้เชือกดึงฟันและแปรงซอกฟัน
ผมได้นำเสนอวิธีแปรงฟันแบบใหม่ไสตล์ถางทางไปแล้ว และตนเองก็ทดลองใช้ด้วยตนเองมาแล้วเป็นเวลาประมาณ 5 เดือน ปรากฏว่า สุขภาพฟันของผมไม่เคยดีเช่นนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิต เพราะเหงือกยังเรียบและเป็นสีชมพูอ่องต่องเหมือนประมาณ ๒ สัปดาห์หลังไปขูดหินปูนครั้งที่แล้ว (เมื่อเดือน พค. ขณะนี้พย. ๕๕ แล้ว) (ทุกครั้งที่ผ่านมา ป่านนี้เหงือกจะบวม และมีสีคล้ำแล้วแหละ)
วินี้ผมจะมาเตือนเรื่องการใช้เชือกดึงฟัน (dental floss) ที่หมอฟันมักแนะนำ ผมว่านอกจากแพงแล้ว ยังน่าจะทำให้ฟันเสียหายได้มากกว่าปกติ เพราะมันไปดันเอาเศษอาหารให้เข้าไปอุดในเหงือกชั้นลึกๆ ได้มากขึ้นนั่นเอง ด้วยสันด้านแคบของมัน ส่วนหน้าด้านกว้างของมันก็ไปปาดเอาขี้ฟันออกมา ก็จริงอยู่ แต่ผมว่าได้ไม่คุ้มเสียหรอก เพราะไอ้นี่มันอยุ่ระดับตื้นๆเท่านั้น แต่การที่สันคมมันอัดขี้ฟันให้ลึกเข้าไปเรื่อยๆ นี่สิ มันลึกเข้าไปทุกวัน มากขึ้น ๆ วันละนาโนเมตร ก็ลองคิดกันดูนะ
อีกเรื่องก็คือ แปรงซอกฟัน ก็อีกหรอบเดียวกัน จริงอยู่มันทำความสะอาดซอกฟัน แต่ผมว่าในขณะเดียวกันมันช่วยดันเศษอาหารเข้าไปใต้เหงือกมากขึ้น แบบว่า ปัดฝุ่นเข้าใต้พรมน่ะ
วันนี้ผมเลิกใช้ทั้งสองอย่างแล้ว หันมาใช้วิธีกุ๊กปากแรงๆ หลายๆ ครั้ง หลังอาหาร ทันที วิธีการดังนี้คือ
-กุ๊กปากในภาพรวม (น้ำหนึ่ง) และน้ำสอง
-กุ๊กเฉพาะด้านซ้าย (เอามืออัดแก้มขวาไว้พอหลวมๆ)..ทำสองน้ำ ...จากนั้นทำด้านขวาบ้าง ...จากนั้นทำด้านหน้าฟัน (เอามือทั้งสองอัดแก้มซ้ายขวาพอหลวมๆ)
-ที่ต้องเอามืออัดแล้วอัดแบบพอหลวมๆ ด้วยผมเดาว่าตามหลักการวิศวกรรมศาสตร์ กระพุ้งแก้มจะช่วยอัดน้ำให้แรงขึ้นสองเท่า ทำให้ลำน้ำมีความเร็วสูงขึ้น ก็จะช่วยทำความสะอาดซอกฟัน และใต้เหงือกได้มากขึ้น
จากนั้นจึงแปรงฟัน
อย่าแปรงฟันก่อนกุ๊กปากแบบนี้โดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ยิ่งแปรง ฟันยิ่งอาจสกป. (เพราะเศษอาหารใต้เหงือกที่ยังมีอยู่มากอาจถูกแปรงดันเข้าไปใต้เหงือกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าแปรง “ผิดวิธี”)
...คนถางทาง (๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)
ผมใช้ Waterpik ครับ วิธีที่อาจารย์พูดถึงน่าจะเหมือนกับการทำงานของ Waterpik นะครับ
วิธี waterpik นี้ผมคิดไว้แล้วสักเมื่อปีกลาย ไม่น่าเชื่อว่า เขาคิดไว้แต่ คศ. 1962
แต่วิธีธรรมชาติ กุ๊กปากของผมนี้ดีกว่า water pik เพราะ ถูกกว่า และแถมยังได้ออกกำลังกระพุ้งแก้ม ทำให้แก้มแข็งแรง ไ่ม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร อิหิหิ
ผมไปได้ใช้ตอนไปเรียนครับ พอกลับมาแล้วก็พยายามหาซื้อก็หาไม่ได้ เลยให้พรรคพวกส่งมาให้พร้อมตัวแปลงไฟครับ
รู้สึกเดี๋ยวนี้จะมีขายในบ้านเราแล้ว แต่ราคาแพงมาก ในขณะเดียวกันซื้อตรงจากอเมริกาก็ง่ายขึ้นแล้วด้วยครับ
อืมม.... จริงๆ กลไกไม่ยาก คนไทยน่าจะทำขายกันเองได้นะครับ ไม่น่าจะมี patents ที่ครอบคลุมมากถึงขั้นว่าทำไม่ได้เลยครับ
ผมเองได้ทดลองการใช้ ลมpik ไว้แล้ว ด้วยตนเอง ได้ผลดีมาก ถึงขนาดเอาไปบอกให้หลายคนเอาไปทำธุรกิจขาย แต่ไม่มีใครสนใจ มันง่ายดีกว่า น้ำพิคมากเลยครับ ไม่ต้องการหม้อแปลงไฟอีกด้วย
ลืมไป ...น้ำพิค ผมก็ได้ทดลอง โดยไม่ต้องมีหม้อแปลงไฟ เพราะใช้มือบีบ มันแรงจนเจ็บเหงือกด้วยซ้ำ (โดยเฉพาะไอ้ซี่ที่มันมีปัญหาจากเหงือกร่น เพราะแปรงฟันตามหมอบอก)
ในอดีตสักห้าปีมาแล้ว ผมให้เด็กวิศวะทำเครื่องดูดขี้ฟันเป็นโครงงาน ก็ไม่สำเร็จ เพราะเด็กไ่ม่มีทักษะพอ แถมขี้เกียจ ไม่ได้ทดลองเครื่องสักครั้ง
นักธุรกิจท่านใดสนใจ ติดต่อมา ผมจะเล่าให้ฟัง รับรองขายทั่วโลก รวยเละเทะ (อย่าลืมเอามาบริจาคผมเพื่อเอาไปทำบุญ สาธารณประโยชน์บ้างนะ)
ต่อ...สำหรับลมพิคนั้นผมลองทั้งมือบีบ และ ไฟฟ้าบีบ ปลากดว่า มือบีบดีกว่ามาก และสะดวกกว่า น้ำพิคด้วย
มีอะไรที่ผมยังไม่ได้คิดอีกไหนหนอ แม้ไม้จิ้มฟัน ผมยังคิด ส่วนเรือรบนั้นคิดไว้มาก กว่าไม้จิ้มฟันเสียอีก อิหิหิ
(ปล.. นักธุรกิจใดสนใจเป็นมหาเศรษฐีจากการขายไม้จิ้มฟันแบบใหม่ที่ผมคิดไว้ ติดต่อมาได้นะจ๊ะ)