พิธีทอดกฐิน เป็นงานบุญที่มีปีละครั้ง ท่านจึงจัดเป็นกาลทาน แปลว่า "ถวายตามกาลสมัย" ซึ่งเป็นประเพณีนิยมในการบำเพ็ญกุศล เรื่องกฐินนี้ยังขึ้นหน้าขึ้นตาเป็นสาธารณประโยชน์ร่วมไปกับการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามไปในขณะเดียวกัน

                  

          วันเสาร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕   เป็นวันที่ทางคณะกรรมการวัดวังปริงได้จัดทอดกฐินเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาถ้วนไตรมาส  ได้รับอานิสงค์จากกรานกฐินตามพระบรมพุทธานุญาต  และเพื่อจะได้นำปัจจัยอันเป็นบริวารของกฐินในครั้งนี้ชำระหนี้ค่าก่อสร้างห้องน้ำจำนวน ๑๒ ห้องที่สร้างเพื่อทดแทนห้องน้ำเก่า
             
                       "ประธานกล่าวถวายผ้ากฐิน"
           ปีนี้แม่ของครูนก ครูนกและน้องๆ พร้อมกับเงินสบทบจากพี่ๆ น้องๆ ในที่ทำงานของน้องๆ และครูนก ได้นำเงินไปมอบให้กองอำนวยการ  ไม่ได้ตั้งพุ่มกฐิน  ดังนั้นทำให้ได้มีโอกาสนั่งชมคณะเจ้าภาพ และชาวบ้านที่ตั้งพุ่มกฐินได้แห่คือกฐินอย่างสนุกสนาน  ได้บรรยากาศงานบุญงานกุศล  (ประธานปีนี้คือรองอธิบดีกรมการ
พัฒนาชุมชน และพัฒนาการจากหลากหลายจังหวัด) 

          ในงานต้อนรับคณะเจ้าภาพและผู้มาร่วมงานเป็นงานใหญ่ ชาวบ้านได้ร่วมมือร่วมใจกันแข่งขันในการทำอาหาร  เครื่องดื่ม และสถานที่ให้ดีที่สุดสำหรับผู้มาเยือน  โดยแม่ครูนกจะไปช่วยงานครัวตามแบบฉบับของแม่  ปีนี้ครูนกไม่ได้ช่วยส่วนอื่นๆมีแต่โอกาสร่วมถวายผ้ากฐินพร้อมๆกับคณะกฐิน ชาวบ้าน และแม่

          
                       "แม่เราก้มๆ อยู่ในเต้นท์"

          ในช่วงท้ายหลังจากถวายผ้ากฐินเสร็จ  จะมีผู้โปรยหรือหว่านเงินกำพรึก (เหรียญกัลปพฤกษ์) หรือเหรียญโปรยทาน ผู้ไปร่วมงานเบิกบานและสนุกกับการเก็บเงินกำพฤกษ์  ครูนกหันๆ มองหาแม่ พบว่าแม่เราเก็บขยะที่คนอื่นทิ้งๆ ด้วยเหตุผลว่า ไม่สวยไม่งาม ขอบคุณแม่ที่ให้แบบอย่างที่ดีกับลูก     

           นอกจากนี้ภาพบรรยากาศแบบนี้ชาวบ้านช่วยเหลือดูแลวัด  ทำให้วัดเข้มแข็ง วัดก็จะเป็นที่พึ่งทางจิตใจของผู้คนได้ ปัญหาสังคมต่างๆ ก็น่าจะลดลงได้  อยากเห็นภาพพุทธศาสนิกชนเข้มแข็ง  น้อมนำหลักธรรมมาปฏิบัติ   พร้อมกับอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามให้เคียงคู่กับสังคมไทยสู่รุ่นลูกหลานสืบไป