ความสุขในพื้นที่ออนไลน์

เรื่องราวของกระต่ายกับเต่าสอนเราในหลาย ๆ อย่าง ความรวดเร็วเสมอต้นเสมอปลายชนะความอืดอาด?การดึงศักยภาพในตัวของเราออกมาและทำงานร่วมกันเป็นทีมย่อมดีกว่าการทำงานคนเดียว อย่ายอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลว และสุดท้ายคือจงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่กับตัวบุคคล


       ฉันมีเพื่อนทำงานที่โรงงานเอกชนแห่งหนึ่ง แถวภาคกลาง จังหวัดนครปฐม ทำหน้าที่ เป็น จป นักอาชีวอนามัย  ส่งมาให้เป็นข้อคิด ทาง mail  พร้อมทั้งส่งข้อความที่ห่วงใยมาให้ทุกเช้า หรือในช่วงบ่าย  ถามข่าว และให้กำลังใจในการทำงาน เสมอ ไม่สบายก็แนะนำให้คนที่บ้านพาไปหาหมอ ส่งช่อดอกไม้ รูปภาพน่ารักมาให้  คำคมหรือข้อคิดที่ดีๆ  นิทานเปรียบเทียบสิ่งที่ดี ๆ มาให้อ่านส่งเรื่องราวที่เป็นความรู้ด้านสุขภาพมาให้เพื่อใช้ในการทำงาน 

         เพื่อน จป เอก คนนี้เรายังไม่เคยเจอกัน  เรารู้จักกันทางออนไลน์ ซึ่งมีหลายคนจะบอกว่าเพื่อนออนไลน์ ทำให้เกิดปัญหา หรือเสี่ยงเกินไปที่จะคบหาเป็นเพื่อนกัน หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกัน ได้สอบถามที่ทำงาน ตำแหน่งหน้าที่การงานแล้ว เราทั้งสองคนทำงานในสายงานใกล้เคียง  ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงาน ช่วยค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานที่รับผิดชอบเกิด Happy brain ทางออนไลน์  เพื่อนจะส่งเนื้อหาวิชาการ       ปรัชญาชีวิต  เตือนให้ทำบุญ  เตือนให้ไปวัด  เล่าเรื่องราวที่ได้ไปทำบุญมา ฝากบุญมาให้  ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ออนไลน์ที่เกิดความสุขด้าน happy soul มากๆ  และไม่น่าเชื่อว่าเราเกิดเดือนเดียวกัน ฉันเกิดวันที่ 11 ส่วนเพื่อนเกิดวันที่ 12 ตุลาคม   อายุห่างกัน 2 ปี     พื้นฐานทางครอบครัวที่แตกต่างกัน เพื่อนจะยังมีแม่ที่อายุมากแล้ว มีน้องสาว บ้านอยู่ ติดชายทะเล ในหมู่บ้านชาวประมงทางจังหวัดประจวบคีรีขันธุ์ 

         เพื่อนคนนี้ส่งข้อความมาทาง mail แต่ละวันมีอะไรบ้าง จากที่ถอดบทเรียนได้จากเนื้อหาที่ส่งมาให้ ที่เป็นข้อคติที่เตือนให้ปฏิบัติ เตือนให้คิด  อย่างเช่น เตือนในเรื่องเวลา ให้ทำงานให้ตรงเวลา ส่งงาน สรุปงาน  เตือนในเรื่องของการดำรงชีวิต  เตือนทานข้าวเช้่า ให้ทานผลไม้  ส่งภาพวิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเมื่อนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

            

          เพื่อนจป เอก จะเตือนให้ออกกำลังกาย อย่านั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ถ้าปวดเมื่อยก็จะให้ออกกำลังกายตามภาพที่ส่งมาให้   เตือนให้ทานอาหารเที่ยง อย่ามัวแต่ทำงาน  

          จป เอก เป็นเพื่อนที่น่ารักมากๆ  จป เอกจะเตือนให้เรามีสุขภาพที่ดี ให้ใส่ใจในเรื่องของ  Happy body    อยากจะบอกว่าขอบคุณเพื่อน จป.เอก มากๆ ที่คอยห่วงใย และส่งกำลังใจให้เสมอ 

           มีอีกเรื่องที่ประทับใจ มากๆ อ่านแล้วรู้สึกดี  เรื่อง "นิทานเต๋ากับกระต่าย" ที่เพื่อน จป. เอก ส่งมาให้เรื่องนี้    ให้ข้อคิดในการทำงานเป็นทีม  ไม่แน่ใจว่าเพื่อนนำมาที่ที่ใด  ได้ค้นหาที่มาแล้วยังไม่เจอ  แต่อ่านแล้วทำให้คิดได้ว่า ทุกคนจะมีข้อดีและจุดบกพร่อง ไม่เหมือนกัน  เมื่อนำส่วนที่ดี และส่วนที่บกพร่องของแต่ละคนมาพิจารณาร่วมกัน  มาใช้แก้ไขในการทำงาน ก็จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ดีและประสบผลสำเร็จ  

          ขออนุญาตนำตัวอย่างนิทาน "กระต่ายกับเต๋า" เวอร์ชั่นออนไลน์ ที่เพื่อนส่งมาให้ เต๋ากับกระต่ายเวอร์ชั่น The Round   การทำงานเป็นทีมให้แข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่แข่งกับตัวบุคคล   ลองติดตามอ่านนะคะ 

"กระต่ายกับเต่า ภาคสุดยอดวิชา"

1st Round?กาลครั้งหนึ่ง เจ้าเต่ากับกระต่ายเถียงกันว่าใครเร็วกว่ากัน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะวิ่งแข่ง ทั้งคู่จึงกำหนดเส้นทางแข่งและเริ่มการแข่งขัน??เจ้ากระต่ายนำโด่งมาไกลก็เลยชะล่าใจ คิดว่าพักผ่อนใต้ต้นไม้ซักกะแป๊บนึงก่อนแข่งต่อก็คงดี ไป ๆ มา ๆ ก็ง่วงสิ ตื่นมาอีกทีเจ้าเต่าก็คว้าแชมป์ไปแล้ว?นิทานตอนนี้สอนให้รู้ว่า ช้า ๆ แต่มั่นคงสามารถเอาชนะได้ (เหมือนกัน)?

นี่เป็นเวอร์ชั่นเดะ ๆ ที่เราคุ้นหูกัน??ไม่นานมานี้มีคนเล่าเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจให้ฟัง?

2nd Roundเจ้ากระต่ายสันหลังยาวก็รมบ่จอยตามระเบียบที่แพ้ มันจึงค้นหาจุดอ่อนของตนเองมันก็พบว่าความมั่นใจในตนเองเกินไปบวกกับความขี้เกียจของมันนั่นแหละที่ทำให้แพ้ ถ้ามันไม่เผลอหลับซะอย่าง เต่าหน้าไหนจะเอาชนะมันได้ มันจึงขอแก้ตัวใหม่อีกครั้ง และเต่าก็ยินยอม แน่นอนว่าครั้งนี้ เจ้าเต่าโดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น กระต่ายชนะขาดลอยเราได้ข้อคิดอะไรล่ะ…ต่อให้ช้าแต่ชัวร์ ยังไงก็แพ้เร็วและสม่ำเสมอ ถ้าเราเปรียบเทียบคนทั้งสองคนในองค์กรของเรา คนนึงช้าจริง ทำอะไรมีระบบระเบียบแบบแผน แต่ทำอะไร ๆ ไม่เคยพลาด ไว้ใจได้แน่นอนในผลงานของเขา เทียบกับอีกคนนึงที่เร็วและก็พอไว้ใจได้ในสิ่งที่เขาทำ คนที่เร็วกว่ามักจะประสบความสำเร็จมีความเจริญก้าวหน้าในองค์กรนั้น ๆ มากกว่า?ไอ้ช้าแต่ชัวร์น่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ให้เร็วและเชื่อถือได้นี่ดีกว่า

เรื่องยังไม่จบแค่นี้…


3rd Round?คราวนี้ถึงตาเจ้าเต่ามาหาจุดบกพร่องของตัวเองบ้าง และมันก็พบว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะชนะเจ้ากระต่ายในเส้นทางการวิ่งแบบที่เป็นอยู่นี้ มันก็คิดอยู่ซักครู่หนึ่งก็ไปท้ากระต่ายแข่งใหม่ แต่ขอเปลี่ยนเส้นทางวิ่งซะหน่อย เจ้ากระต่ายก็ว่าย่อมได้อยู่แล้วเพ่ พอการเริ่มแข่งเริ่มปุ๊บ เจ้ากระต่ายก็ใส่เกียร์ห้อออกไปเต็มสปีดเลย จนกระทั่งไปถึงระหว่างทาง??เฮ้ย!!!.. เวรกรรม ต้องข้ามแม่น้ำ ทำไงล่ะคราวนี้?)?เส้นชัยอยู่ไม่ห่างจากฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่เลยเจ้ากระต่ายมัวแต่งงว่าจะทำไงดี จนเจ้าเต่าคืบคลานมาทันแล้วก็จ๋อมลงน้ำว่ายข้ามฝั่งไปเข้าเส้นชัย?นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…พิจารณาจุดแข็งของตนให้ดีแล้วพยายามเปลี่ยนสนามการแข่งขันให้ตนเองได้เปรียบมากที่สุด

ยัง??ยังเร็วไปที่จะจบเพียงแค่นี้ ยังมีต่อ…

            4th Round?ด้วยน้ำใจนักกีฬา ครั้งนี้เจ้าเต่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ต่างคนต่างมาระดมสมองคิดด้วยกัน หากทั้งสองร่วมมือกันการแข่งแบบเมื่อครั้งล่าสุดจะช่วยให้ทำเวลาได้ดีขึ้น ดังนั้นพวกมันจึงคิดจะแข่งอีกครั้ง แต่แข่งคราวนี้เป็นแบบทีมเวิร์ค  เริ่มต้นด้วยเจ้ากระต่ายก็แบกเต่าวิ่งไปด้วยความเร็วสูง จนถึงริมแม่น้ำ เจ้าเต่าก็ให้กระต่ายขี่หลังว่ายข้ามไป พอข้ามฝั่งเจ้ากระต่ายก็แบกเจ้าเต่าวิ่งต่อจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน ผลการแข่งขันครั้งนี้สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งสองฝ่าย มากกว่าการแข่งขันครั้งก่อนๆ หน้านี้? 

            นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…การมีจุดแข็งและความสามารถโดดเด่นเฉพาะตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่หากไม่รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ยังไงก็ไปไม่รอด เพราะมันจะมีบางสถานการณ์ที่เราเจ๋งคนอื่นเจ๊งในขณะที่บางสถานการณ์เราเจ๊งแต่คนอื่นเจ๋ง

         ทีมเวิร์คสำคัญตรงที่การกำหนดผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์ให้ผู้ที่มีความถนัดกับสถานการณ์นั้น ๆ เป็นผู้นำกลุ่มในแต่ละช่วงสถานการณ์ที่เหมาะกับความสามารถของเขา

          นอกจากนี้เรายังได้บทเรียนอีกอย่างหนึ่งด้วยว่า ไม่ว่าเต่าหรือกระต่าย ไม่มีใครที่คิดเลิกล้มหรือท้อแท้หลังจากความล้มเหลวได้เกิดขึ้น กระต่ายแก้ไขจุดบกพร่องของตนเองโดยการทำงานที่หนักขึ้นและเพิ่มความมุมานะในงานของตนเองหลังจากพบความล้มเหลว ส่วนเต่าได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนใหม่ เพราะตัวมันเองได้ทำงานหนักที่สุดเท่าที่มันจะสามารถทำได้แล้วในชีวิต เมื่อเราพบกับปัญหาหรือความล้มเหลว บางครั้งเราก็ควรจะทำงานให้หนักขึ้นและมีความเอาใจใส่ในงานมากกว่าเดิม บางครั้งเราก็ควรเปลี่ยนแผนการทำงานและทดลองในสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างออกไปและในบางครั้งก็จำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างเลย

          นอกจากนั้น กระต่ายกับเต่าก็ได้บทเรียนที่สำคัญอีกอย่างคือ เมื่อเราหยุดการแข่งขันกับตัวบุคคลแล้วหันมาแข่งขันกับสถานการณ์แทน พวกมันจะทำงานได้ดีขึ้น

          โดยสรุปเรื่องราวของกระต่ายกับเต่าสอนเราในหลาย ๆ อย่าง ความรวดเร็วเสมอต้นเสมอปลายชนะความอืดอาด?การดึงศักยภาพในตัวของเราออกมาและทำงานร่วมกันเป็นทีมย่อมดีกว่าการทำงานคนเดียว อย่ายอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลว และสุดท้ายคือจงแข่งกับสถานการณ์ ไม่ใช่กับตัวบุคคล

            

ภาพจาก Internet ที่เพื่อนส่งมาให้ ทาง electronic mail

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน My happy Life & Happy Ba



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 
  • เข้าใจว่าพี่จะขึ้นภาพประกอบด้วยใช่ไหมคะ แต่ภาพไม่ปรากฎค่ะพี่  

คะ กำลังนำภาพขึ้นประกอบคะ ไม่ทราบว่าเห็นภาพยังคะ อ.ศิลา

แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาที่ตั้งใจจะเล่าให้ฟังครบถ้วนแล้วนะคะ กว่าจะแก้ไขได้ นำภาพขึ้น ได้ เพราะว่านำภาพมาจากที่เพื่อนส่งมาให้ ขอบคุณเพื่อนมาก ๆ ไม่แน่ใจว่าภาพจะมีลิขสิทธิ์ หรือเปล่า

  • การดึงศักยภาพในตัวของเราออกมาและทำงานร่วมกันเป็นทีม ย่อมดีกว่าการทำงานคนเดียว
  • อย่ายอมแพ้เมื่อพบกับความล้มเหลวและสุดท้ายคือ
  • จงแข่งกับสถานการณ์ไม่ไช่กับตัวบุคคล

ขอบคุณครับพี่ประกายที่นำปรัชญาการทำงานมาให้ได้อ่าน รู้สึกมีพลังในการทำงานดี .

Ico48 นาย สุเมศ พิชัย

ขอบคุณนะคะที่ร่วมให้ความเห็น  กาทำงานเป็นทีมสำคัญที่สุดคะ

ช่วยกันคะเปลี่ยนแปลงแนวคิดของอีกหลาย ๆคน  ที่ยังไม่ยอมแสดงศักยภาพตัวเองออกมา

เขียนเมื่อ 

ยังยอดเยี่ยมกับการเล่าเรื่องราวดีๆเช่นเคยนะคะพี่ไก่...แป๋มปลื้มจัง

เข้ามาอ่านรอบสอง มองเห็นโอกาสพัฒนา ทั้งช้าและเร็ว ต้องทบทวน พัฒนา แล้วนำมาร่วมทีมทำเป็นทีม

ขอบคุณคุณ ข้อคิดดีๆ 17-18 คงมีเรื่องHappy ที่หลากหลาย

Ico48 ครูแป๋ม

จ้าครูแป๋ม ฝึกฝน การเขียน สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เล่าแบบจบไม่เป็น 555