ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ก่อตั้งมาแล้วเป็นเวลานานกว่า 4 ปี โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบบูรณาการ สร้างคนให้มีคุณค่า เพื่อรองรับภาคธุรกิจ หลังจาก 4 ปีในการสร้างเครือข่าย คณะกรรมการตกลงที่จะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ ต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลและดำเนินการต่างๆเป็นเวลา เกือบ 4 เดือนจึงสามารถยื่นเรื่องขอจดทะเบียนเป็นมูลนิธิกับเขตหลักสี่ ก่อนที่จะผ่านด่านนี้ต้องใช้เวลาเกื่อบเดือนในการแก้ไขข้อบังคับ จัดเตรียมเอกสารต่างๆในการจดทะเบียน ทางเขตหลักสี่ไม่มีแบบฟอร์มหรือเอกสารใดๆที่จะส่งมอบให้ผู้แจ้งความจำนงในการขอจดทะเบียน เจ้าหน้าที่ บอกสิ่งที่ผู้ขอจดทะเบียนด้วยวาจา และถ่ายเอกสารตัวอย่างบางเรื่องให้ แต่ไม่มีข้อมูลที่สมบูรณ์ จึงทำให้ต้องเสียเวลาไปพบเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 3 ครั้ง จนสามารถยื่นเอกสารได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เขตหลักสี่ได้ส่งเรื่องไปให้ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา ) กระทรวงมหาดไทย
ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมปกครอง แจ้งให้ไปพบเพื่อชี้แจงเรื่องเอกสารที่ส่งไปขอจดทะเบียนมูลนิธิ เมื่อไปพบ ก็แจ้งว่าในข้อบังคับที่เขียนไว้ เรื่องกรรมการ ทำให้สับสน และให้ไปจัดทำใหม่ตามตัวอย่างที่ให้มา จึงได้นำมาพิมพ์ใหม่ให้เป็นไปตามตัวอย่าง และได้ส่งไปให้เจ้าหน้าที่พิจารณา ปรากฎว่ามีการพิมพ์ตกหล่น ต้องนำมาแก้ไขใหม่ ในที่สุดต้องใช้เวลา 3 วันก่อนที่จะแก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้อง และส่งให้เจ้าหน้าที่ได้ หลังจากนั้นได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นอีกว่า ที่อยู่ของสำนักงานมูลนิธิที่ระบุในข้อบังคับ ไม่ตรงกับสำเนาเอกสารใบทะเบียนบ้าน ( ที่อยู่ที่พิมพ์ไว้ในข้อบังคับเป็นที่อยู่ที่ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าในสำเนาทะเบียนบ้าน ซึ่งทางเขตเองได้มีการแก้ไขเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อการขยายตัวของบ้านเมือง แต่ไม่ได้เปลี่ยนสมุดทะเบียนบ้านให้ ใช้แค่หมึกเขียนเพิ่มในสมุดทะเบียนแต่ไม่มีรายละเอียดพอ เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางการเอง แต่ก็โยนให้ประชาชนต้องเดือดร้อน โดยการต้องเสียเวลาในการนำไปแก้ไขให้ตรงกับเอกสารที่ไม่ทันกับปัจจุบัน) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้โทรแจ้งผมว่าเอกสารทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว จะทำเรื่องส่งให้วันนี้ (ศุกร์ที่ 2 พ.ย.2555)
วันเสาร์ที่ 3 ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ท่านเดิมโทรมาหา และขอโทษว่าได้ติดต่อไปที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เขาแจ้งว่า ตามหนังสือคำมั่นสัญญา ที่ผู้แจ้งความจำนงบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) เพื่อเป็นทุนจัดตั้งมูลนิธิ จำนวน 23 ท่าน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 230,000 บาท (สองแสนสามหมื่นบาทถ้วน) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน ไม่เพียงพอเพราะไม่เชื่อว่าผู้ให้คำมั่นสัญญานั้นมีฐานะมั่นคงเพียงพอหรือไม่ จึงต้องให้ส่งหลักฐานการเงินของแต่ละท่านไปให้
ผมว่าเป็นความซื่อบื้อของนิติกรท่านนั้น เป็นการทำงานแบบไม่ใช้สมอง เอาแต่ความสบายของตัวเอง ไม่ให้บริการหรืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มีความตั้งใจทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ผมกำลังขอ ชื่อ และ นามสกุลของท่านผู้นั้นอยู่ และคิดว่าจะโทรหานิติกรผู้นั้นหรือหัวหน้าเพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่า ปัญหาจริงๆอยู่ที่ไหน ควรจะแก้ไขอย่างไร หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้
ไม่ใช่ว่าผมจะต่อต้านหรือไม่ยอมปฎิบัติตามกฎข้อบังคับ ผมเป็นคนมีเหตุผล ไม่ต้องการให้สิ่งผิดๆผ่านไป และทำกันโดยความเคยชิน มักง่ายเอาแต่ความสบายของตัว โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและวุ่นวายจากคนที่เขามีความตั้งใจทำความดี เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ คนดีๆพร้อมเสียสละเพื่อส่วนรวม สังคม และประเทศชาติก็จะหมดความอดทนเลยไม่อยากเปลืองตัวและเปลืองเวลากับสิ่งไร้สาระ
ข้าราชการต้องเป็นผู้ให้บริการประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ไม่ใช้คอยแต่จะสร้างเงื่อนไข และความยุ่งยากเกินความจำเป็น
ขอให้พิจารณา ข้อบังคับด้านล่างที่กล่าวถึงเรื่องเกี่ยวกับเอกสารคำมั่นในการบริจาคเงินทุนในการจัดตั้งมูลนิธิ เพราะถ้าผู้ที่ออกหนังสือคำมั่นบริจาคเงินไม่ทำตามหนังสือคำมั่น มูลนิธิที่ได้รับการอนุญาตให้จดทะเบียนก็ต้องสิ้นสุดการเป็นมูลนิธิ
ท่านนิติกรผู้นี้ดูหมิ่นประชาชนที่มีความตั้งใจบริจาคเงินเพื่อการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ผมคิดว่าผมทนไม่ได้ น่าจะฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทให้เข็ด
ข้อความในกฎข้อบังคับมูลนิธิ
ข้อ 41 การสิ้นสุดของมูลนิธินั้นนอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้วให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้
41.1 เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว ไม่ได้รับทรัพย์ตามคำมั่นเต็มจำนวน
ขอบคุณครับท่าน Dr.Ple. ใน facebook ผมได้รับการแสดงความคิดเห็นจากหลายๆท่านแจ้งว่าท่านก็เจอปัญหาเดียวกัน อยากให้ท่านที่มีปัญหากับการยื่นเรื่องราวกับทางราชการและจอปัญหา สืบเนื่องมาจากคนคล้ายๆกับของผมช่วยส่งมาให้อ่านกันบ้างครับ ผมกำลังรอชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของนิติกร เมื่อได้มาจะโทรไปคุยถ้าพูดไม่รู้เรื่อง จะคุยกับหัวหน้า และถ้าไม่ได้เรื่องและตอบยืนยันแบบไม่มีเหตุผล คงต้องพิจารณา ทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้คนเหล่านี้สร้างปัญหาให้กับคนอื่นๆต่อไป
ผมได้ชื่อนิติกร แล้ว พร้อมกับสำเนาเอกสารคำสั่ง เลขที่ มท ๐๓๐๗.๔/ว ๕๖๙ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ลงนามโดย นายศิวะ แสงมณี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จะขอยกเฉพาะข้อที่นิติกรผู้นั้นอ้างดังนี้
๕.การลงนามในหนังสือให้คำมั่นเกี่ยวกับการยกทรัพย์สินให้มูลนิธิ ให้ผู้ที่จะยกทรัพย์สินเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้ให้คำมั่นพร้อมกับแนบรายการทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น สำเนาบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้ให้คำมั่น หนังสือรับรองจากธนาคาร หรือโฉนดที่ดินกรณีทรัพย์สินที่ยกให้เป็นที่ดิน ทั้งนี้ผู้ลงนามในฐานะผู้รับคำมั่นจะต้องเป็นผุ้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะผู้จัดตั้งให้เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ
อนึ่ง ถ้าผู้ให้คำมั่นดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ที่จะต้องรับคำมั่นให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะผู้จัดตั้งให้เป็นประธานกรรมการมูลนิธิมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะผู้จัดตั้งคนหนึ่งเป็นผู้ลงนามรับคำมั่น
จากข้อความดังกล่าว ถือว่าเป็นการเรียกร้องเกิดความจำเป็น และเป็นการละเมิดสิทธฺิ์
ผู้แจ้งความจำนงบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท จำนวน 23 คน เพื่อเป็นทุนในการจัดตั้งมูลนิธิ ล้วนเป็นผู้ที่ทรงเกียรติ ทำไมจะต้องแสดงทรัพย์สินให้เจ้าหน้าที่ด้วย ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธฺ์ และสำเนาคำสั่งที่นำมาอ้างอิงก็เป็นสำเนาตั้งแต่ปี 2547 ผู้ลงนามในคำสั่งก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว ในข้อบังคับก็ระบุไว้แล้วว่า ถ้ามูลนิธิได้รับอนุมุติแล้วและไม่ได้รับทรัพย์สินตามจำนวนที่แจ้งไว้ถือว่ามูลนิธินั้นหมดสิ้นสภาพการเป็นมูลนิธิ การให้ผู้บริจาคเงินซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดตั้งมูลนิธิ ต้องส่งสำเนาบัญชีธนาคารถือว่าเป็นการทำเกินเหตุ เป็นการละเมิดสิทธฺิ์ส่วนบุคคล ไม่เกิดผลประโยชน์ในด้านใดๆ เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนโดยใช่เหตุ
ผมได้โทรไปอธิบายเจ้าหน้าที่เพื่อให้นำเหตุผลของผมไปอธิบายให้ท่านนิติกรผู้นั้นทราบ แต่ถ้ายังดื้อดึง ผมอาจจะไทรไปชี้แจงโดยตรง แต่ถ้ายังไม่ได้ผล อาจต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ทำเรื่องไปที่นิติกรท่านนั้น และถ้านิติกรแทงเรื่องกลับมาโดยยืนยันให้ส่งสำเนาบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้ให้คำมั่น หนังสือรับรองจากธนาคาร ผมอาจนำเรื่องดังกล่าวฟ้องศาลปกครอง
ขอเรียนให้ทราบว่า มูลนิธิศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์ ได้รับการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเรียบร้อบแล้วครับ ทะเบียนเลขที่ กท ๒๒๕๙ ลงนามโดยนายประภาส บุญยินดี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฎิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย นายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง หากบทความของผมกล่าวสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม ก็ขออภัยด้วยครับ