ผมได้ชื่อนิติกร แล้ว พร้อมกับสำเนาเอกสารคำสั่ง เลขที่ มท ๐๓๐๗.๔/ว ๕๖๙ ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ลงนามโดย นายศิวะ แสงมณี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จะขอยกเฉพาะข้อที่นิติกรผู้นั้นอ้างดังนี้
๕.การลงนามในหนังสือให้คำมั่นเกี่ยวกับการยกทรัพย์สินให้มูลนิธิ ให้ผู้ที่จะยกทรัพย์สินเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้ให้คำมั่นพร้อมกับแนบรายการทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น สำเนาบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้ให้คำมั่น หนังสือรับรองจากธนาคาร หรือโฉนดที่ดินกรณีทรัพย์สินที่ยกให้เป็นที่ดิน ทั้งนี้ผู้ลงนามในฐานะผู้รับคำมั่นจะต้องเป็นผุ้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะผู้จัดตั้งให้เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ
อนึ่ง ถ้าผู้ให้คำมั่นดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ที่จะต้องรับคำมั่นให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะผู้จัดตั้งให้เป็นประธานกรรมการมูลนิธิมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะผู้จัดตั้งคนหนึ่งเป็นผู้ลงนามรับคำมั่น
จากข้อความดังกล่าว ถือว่าเป็นการเรียกร้องเกิดความจำเป็น และเป็นการละเมิดสิทธฺิ์
ผู้แจ้งความจำนงบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท จำนวน 23 คน เพื่อเป็นทุนในการจัดตั้งมูลนิธิ ล้วนเป็นผู้ที่ทรงเกียรติ ทำไมจะต้องแสดงทรัพย์สินให้เจ้าหน้าที่ด้วย ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธฺ์ และสำเนาคำสั่งที่นำมาอ้างอิงก็เป็นสำเนาตั้งแต่ปี 2547 ผู้ลงนามในคำสั่งก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว ในข้อบังคับก็ระบุไว้แล้วว่า ถ้ามูลนิธิได้รับอนุมุติแล้วและไม่ได้รับทรัพย์สินตามจำนวนที่แจ้งไว้ถือว่ามูลนิธินั้นหมดสิ้นสภาพการเป็นมูลนิธิ การให้ผู้บริจาคเงินซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดตั้งมูลนิธิ ต้องส่งสำเนาบัญชีธนาคารถือว่าเป็นการทำเกินเหตุ เป็นการละเมิดสิทธฺิ์ส่วนบุคคล ไม่เกิดผลประโยชน์ในด้านใดๆ เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนโดยใช่เหตุ
ผมได้โทรไปอธิบายเจ้าหน้าที่เพื่อให้นำเหตุผลของผมไปอธิบายให้ท่านนิติกรผู้นั้นทราบ แต่ถ้ายังดื้อดึง ผมอาจจะไทรไปชี้แจงโดยตรง แต่ถ้ายังไม่ได้ผล อาจต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ทำเรื่องไปที่นิติกรท่านนั้น และถ้านิติกรแทงเรื่องกลับมาโดยยืนยันให้ส่งสำเนาบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้ให้คำมั่น หนังสือรับรองจากธนาคาร ผมอาจนำเรื่องดังกล่าวฟ้องศาลปกครอง