เมื่อวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมโครงการวิัจัยเรื่องสิทธิชุมชน
และผลกระทบจากโครงการแผนพัฒนาภาคใต้ ณ ห้องประชุมรุ่งฉัตร โรงแรมวีแอล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ผมไปถึงก่อนการเริ่มประชุมประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีโอกาสได้ดูเนื้อหาเอกสารประกอบการประชุมนิดหน่อยซึ่งเป็นสรุปสถานการณ์ปัญหา การดำเนินการของชาวบ้าน ประเด็นคุกคามเรื่องสิทธิของแต่ละโครงการพัฒนาในแผนพัฒนาภาคใต้ที่ลงในพื้นที่สงขลา อาทิ โครงการโรงแยกก๊าซไทยมาเลเซียและโรงไฟฟ้าจะนะ โครงการท่าเรือน้ำลึก กรณีเขาคูหา เป็นต้น พี่น้องชาวบ้านจากหลายพื้นที่เริ่มทยอยมาถึงที่ประชุม
10 โมงเช้า ผู้ดำเนินการประชุมเริ่มกล่าวต้อนทักทาย ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งมาจากหลายพื้นที่จากทั้งพื้นที่จะนะ คูหาใต้ บ้านหูแร่ สมาคมชาวประมงพื้นบ้าน 3 จังหวัด เป็นต้น
เริ่มการประชุมด้วยกล่าวปาฐกถา "สิทธิในการพัฒนาและแผนพัฒนาภาคใต้ " โดย อ.ประสาท มีแต้ม อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ท่านมาในฐานะของอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำหรับการปาฐกถาท่านขอใช้คำว่าชวนคิดชวนคุยมากกว่า ท่านเริ่มด้วยการกล่าวทักทายผู้เข้าร่วมประชุมว่าเป็น "พี่น้องร่วมพิทักษ์บ้านเมือง" ท่านเริ่มจากชวนทำความเข้าใจคำว่าสำคัญ "การพัฒนา" "สิทธิ" "สิทธิชุมชน" เริ่มจาก
การพัฒนา ? ซึ่งจากข้อสรุปของท่านพบว่าการพัฒนามี 2 ขั้นตอน คือ 1. ล้างสมอง 2. ปล้น
ภายใต้ขบวนการปล้นที่สำคัญ ท่านใช้คำว่า สามเหลี่ยมทรราชย์+สื่อ ประกอบด้วย นักการเมือง นายทุน และข้าราชการ+สื่อ
สิทธิ ? สิทธิชุมชน ?
ปัจจุบันกฎหมายได้รองรับสิทธิชุมชนใน รธน.ปี 2550 มีมาตราสำคัญ ได้แก่ มาตรา 66 มาตรา 67
จากข้อมูลที่นำเสนอก็จะเห็นว่าทิศทางการพัฒนาของประเทศเราให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก และพอเห็นตัวเลขการส่งออก 10 อันดับแรก ประกอบด้วย
1). รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 513,153 ล้านบาท
2) เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ 450,899 ล้านบาท
3) อัญมณีและเครื่องประกอบ 340,389 ล้านบาท
4) น้ำมันสำเร็จรูป 301,702 ล้านบาท
5) ยางพารา 6) เม็ดพลาสติก 7)เคมีภัณฑ์ 8) ผลิตภัณฑ์ยาง 9) แผงวงจรไฟฟ้า 10) เครื่องจักรกล (ซึ่งข้อมูลก็เผยแพร่เป็นสาธารณผ่านเว็ปไซต์ แค่ลอง search ใน google ก็จะเจอครับ)
คำถามของผม แล้วที่เราพูดว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว "ข้าวผมอยู่ไหน ?" (สงสัยอยู่ในโกดังที่ไม่รู้จะขายใครดี) และเริ่มไม่แปลกใจว่าทำไมทิศทางการพัฒนารัฐจึงให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรม แถมเป็นอุตสาหกรรมไม่ได้สอดคล้องกับฐานทรัพยากรในประเทศ อีกทั้งข้อมูลรายได้ที่ท่านนำเสนอก็จะเห็นความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ระหว่างคนจนและคนรวย
ในขณะที่ประเทศไทยมุ่งการพัฒนาไปในเส้นทางนี้ แต่กลับมีบางประเทศไม่ได้เลือกทิศทางการพัฒนาเดียวกันนี้ ท่าน อ.ประสาท ยกตัวอย่างกรณีภูฐานที่วัดการพัฒนาจากดัชนีความสุข GNH เช่น การใช้เวลา ธรรมาภิบาล วัฒนธรรม สุขภาพ สุขภาพจิต ความเป็นชุมชน นิเวศน์ การศึกษา เป็นต้น
ประเด็นสำคัญที่ท่านเน้นคือ "สิทธิ-หน้าที่" ท่าน อ.ประสาท ชวนทำความเข้าใจเรื่องนี้ผ่านสไลด์ powerpoint ที่เป็นรูป เด็กทารกคนหนึ่งในอ่างอาบน้ำ ท่านตั้งคำถามเปรียบเทียบว่า เด็กทารกคนนี้มีสิทธิอะไรบ้าง และ หน้าที่ในการปกป้องเด็กทารกคือใคร ? เมื่อเราพูดถึง "สิทธิชุมชน" ในพื้นที่เป้าหมาย "การพัฒนา" ซึ่งจะมีโครงการขนาดใหญ่ลงมาในพื้นที่หลายชุมชนลุกขึ้นมาทำ "หน้าที่"ในการปกป้อง แต่กลับพบว่า "รัฐ" ละเลยในการปกป้องชุมชนท่านใช้คำว่า "สิทธิของเรา หน้าที่ของรัฐ"
แล้วอะไรจะเป็นพลังอำนาจในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ได้บ้าง ท่านพูดถึง "การปฏิวัติเริ่มต้นที่การส่งข้อความเพียงข้อความเดียว" ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ใช้ต้นทุนต่ำ สะดวก ง่าย สอดคล้องกับยุคสมัยกระแส social media แต่ประเด็นสำคัญเราเชื่อหรือศรัทธากับมันหรือเปล่า ?
แต่พลังที่สำคัญที่สุดคือ "พลังที่แท้จริงของตนเอง" แต่ประเด็นปัญหาคือ "ประชาชนไม่รู้พลังที่แท้จริงของตนเอง"
จบการชวนคิดชวนคุยของ อ.ประสาท ผมเกิดทั้งคำถามและคำตอบในเรื่อง "การพัฒนา" และ "สิทธิชุมชน"
ท่านละครับคิดเห็นกันอย่างไร ?
การพัฒนา วาทกรรมนี้เพื่อใคร (1)
1 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น