แบก...สมมุติ (3-71)


...อย่ามัวไปแบกเรื่อง “สมมุติ” กันให้มากนักเลย เรื่อง “จริงๆ” ที่เราต้องแบกในชีวิตน่ะ มันมากพออยู่แล้ว

           

              วันก่อน น้องที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำโครงการ เดินเข้ามาหาผู้เขียนด้วยหน้าตาบึ้งตึงไม่พูดไม่จา เห็นไวๆว่ามีซองกฐินหลายใบอยู่ในมือ ด้วยช่วงนี้เป็นเทศกาลออกพรรษา ซองกฐินเชิญชวนทำบุญจึงมีเวียนมาทุกวัน ผู้เขียนกำลังง่วนกับการร่างงานจึงไม่ได้ทักทายน้อง สักครู่ได้ยินเสียงว่า

น้อง  :  หนูโกรธแล้ว...เพิ่งทะเลาะกับคน...มา

ผู้เขียน  :  อ้าว...โกรธเรื่องอะไร  เงยหน้าขึ้นมองเห็นซองกฐิน จึงเอื้อมมือไปรับ โกรธทำไมล่ะ ได้ทำบุญทุกวันดีออก...

น้อง  :  ไม่ได้โกรธเรื่องทำบุญนะคะ  แต่หนูว่าเขาทำไม่ถูก ...

ผู้เขียน  :  อ้าว...ไม่ถูกยังไงล่ะถามยิ้มๆ

น้อง  :  ก็...ดูสิเขาไม่ใส่ “ดร.” ให้พี่ หนูบอกไปสองครั้งแล้ว ยังใส่ น.ส. มาอีก ชี้ให้ดูรายชื่อผู้เป็นกรรมการในใบที่แนบมากับซองกฐิน

ผู้เขียน  :  อ้อ...อย่าไปซีเรียสเลย ทำเสียงขำๆ ปลอบใจ  ก้มหน้าก้มตาเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเงินเพื่อร่วมทำบุญ

น้อง  :  พี่ใจดีเกินไปนะคะ พวกนี้เลยทำอะไรก็ได้ เป็นหนู หนูไม่ทำบุญด้วยหรอกให้มันรู้บ้าง...เสียงยังติดโกรธ

ผู้เขียน   :  อ้าว...งั้นหรือ ไม่ทำบุญเพราะแค่เขาไม่ใส่คำว่า “ดร.” เหรอ... ถามหัวเราะๆ

น้อง  :  คนบางคนนะ พอเห็นใครไม่เอาเรื่อง ก็ทำชุ่ยๆ หนูเคยบอกเขาแล้ว ทีคนอื่นเขาก็ยังแก้ให้ แต่กับของพี่ เขาไม่สนใจจะแก้ เพราะพี่ใจดีไม่ว่าอะไร ... นี่ไงเห็นไหมๆ ... เสียงน้องตำหนิ

ผู้เขียน  :  ขำก็ขำ เห็นใจน้องก็เห็นใจ จึงบอกว่า... พี่จะบอกอะไรให้อย่างไหม…

น้อง  :  ค่ะ...

ผู้เขียน   :  อย่างนี้นะ...อย่ามัวไปเสียอารมณ์กับเรื่องแค่นี้... แต่ต้องโกรธมากๆ หากโดนว่าเรื่องที่เราไม่ได้ทำ...อย่างเช่น...

น้อง  :  อะไรคะ เสียงถามยัง งงๆ

ผู้เขียน  :  ...เป็น ดร. แล้วยังทำงานไม่เป็น ไม่ทำงานให้เต็มที่  ยังเห็นแก่ตัว...  ตอบยิ้มๆ

น้อง  :  ทำหน้ายุ่ง ด้วยไม่สบอารมณ์... พี่ก็เป็นซะอย่างนี้ ยอมเขามากไปแล้ว...

ผู้เขียน   : อีกอย่างนะ ที่มีคำนำหน้าว่า “ดร.” นี่น่ะนะ ก็ไม่ได้ทำให้พี่ฉลาดขึ้นเท่าไหร่หรอก ดีขึ้นนิดเดียวตรงที่รู้ว่า... ยังโง่เรื่องอะไรบ้าง เท่านั้นเอง...ฮาๆๆๆๆ



             

             ไม่ได้บอกน้องตามที่คิดทั้งหมดหรอกว่า... การได้ “ดร.” นำหน้าชื่อนี่ออกจะรู้สึกเป็น “ปมด้อย” สำหรับผู้เขียนเสียด้วยซ้ำไป เพราะคนมักคาดหวังว่า ดร. ต้องเก่ง มีมาดดี รู้ทุกเรื่อง ฯลฯ ซึ่งสำหรับต้วเองนี่ มันไม่จริงเลย...ดร.ก็คนธรรมดาที่รู้บางเรื่องและไม่รู้บางเรื่องนั่นแหละน่า คนเราก็ต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ

น้อง  :  หัวเราะไปด้วย สีหน้าคลายความเครียดลง  จริงด้วย...ที่เขาว่า ดร.นี่มักจะเป็นคนแปลกๆ เนอะ...สงสัยเรียนมากไป...น้องพึมพำเบาๆ

ผู้เขียน  :  ใช่ๆ โดยมากต๊องส์ๆๆ ทั้งนั้นแหละ...อิอิ ไม่งั้นจะไปเรียนทำไมเยอะแยะกันเล่า การงานไม่ยักจะทำ...

              น้องเดินกลับไปทำหน้าที่ของเธอแล้ว คิดต่อไปถึงวันที่สอบปกป้องวิทยานิพนธ์ (ใช้ศัพท์ของอ.มกุฏ อรฤดี) เมื่อผ่านแล้ว อาจารย์ทุกท่านจะเข้ามายินดีด้วยและเรียกว่า...”ดอกเตอร์......”  ตอนที่ฟังคำนั้น รู้สึกโล่งใจว่าเราได้ผ่านกระบวนการ เรียนจบแล้ว (หมดภาระไปที) พอกลับมาทำงาน ใครเรียก “ดร.” แรกๆ ก็จะขำๆ เขินๆ  หลังๆ เมื่อต้องประชุมทั้งในสำนักงานฯและนอกสำนักงานฯ ก็มักจะถูกแนะนำชื่อด้วย “ดร.” ก็เริ่มเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองดีเด่นอะไรกว่าคนอื่น หลายครั้งกลับรู้สึกอึดอัด เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยรู้อีกหลายเรื่อง จะแสดงความคิดเห็นก็ต้องระวังตัว คิดแล้วคิดอีก พูดผิดพูดถูกจะกลายเป็นทำให้เสียสถาบันฯ ที่เรียนจบมาไปเสียอีก กลายเป็นผู้ทรงภูมิที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาอะไร นอกจากจำเป็นจริงๆ (ไม่ค่อยกล้าพูด กลัวผิด) ฮาๆๆๆ

               ตอนที่ยังไม่มี “หัวโขน” รู้สึกมีความสุขกว่า เพราะจะนั่งง่วงนั่งหลับนั่งชมนกชมไม้ ถามอะไรๆที่ผิดๆ ถูกๆ ได้ตามที่อยากรู้อยากเห็น...แล้ว “หัวโขน” นี่นะ นอกจากทำให้อึดอัดแล้ว ยัง “หนัก” ด้วย เพราะใครไม่ใส่คำนำหน้าชื่อให้ถูกต้อง ก็มีการผิดใจกัน มีเรื่องมีราวทะเลาะกันใหญ่โต เห็นตัวอย่างมาหลายรายแล้ว...

               คิดอย่างเพลียๆ   มีอีกนะ...เราไม่แบก ยังมีคนเดือดร้อน “แบก” แทนเราอีกด้วยซี... ใครอยากแบก เราก็ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร (บางคนอาจไม่รู้สึกว่าต้องแบกอะไร ก็แล้วไป)  สำหรับคนที่บอกได้ ก็จะบอกว่า...อย่ามัวไปแบกเรื่อง “สมมุติ” กันให้มากนักเลย  เรื่อง “จริงๆ” ที่เราต้องแบกในชีวิตน่ะ มันมากพออยู่แล้ว แล้วไอ้เจ้า “หัวโขน” นี่น่ะ เขามีไว้ให้ใส่ตอนที่ต้อง “แสดง” นี่นา ขืนแบกใส่ไว้ตลอด ไม่รู้จักถอดให้ถูกที่ถูกเวลา...ก็ทั้งหนักทั้งทุกข์เลยน่ะซี...


หมายเหตุไว้ว่า ... ด้วยความเคารพ เรื่องนี้ไม่ตั้งใจพาดพิงถึง "ดอกเตอร์" ท่านใดค่ะ 


หมายเลขบันทึก: 507207เขียนเมื่อ 30 ตุลาคม 2012 23:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 ธันวาคม 2012 17:18 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (24)

" โดยมากต๊องส์ๆๆ ทั้งนั้นแหละ...อิอิ ไม่งั้นจะไปเรียนทำไมเยอะแยะกันเล่า การงานไม่ยักจะทำ... ."

 

ดีนะครับที่ยังมีหมายเหตุต่อท้าย.....555

ใส่หัวโขนนั้น ยังดีกว่าใส่หน้ากาก บ่หน้อ???

โดนใจมากเลยน้องปิง

เอามาฝาก   506481

แค่.....ภายนอกที่เขาให้มาเท่านั้นเอง.....

สวัุสดีครับ

วันนี้อากาศปลอดโปร่ง ไร้ฝน ลมหนาวคงใกล้มาแล้ว (สักหน่อยก็ยังดี)

สวัสดีครับ

เราไม่จำเป็นต้องเป็น ดร.ตลอดเวลา เราสามารถเป็นอย่างอื่นได้อีกมากมาย

เป็นอะไรก็ได้ แต่ขอให้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติ ก็พอแล้วครับ

ขอบคุณครับ

  • สงสัยจะจริง
  • แต่ทำไมเลือกหัวโขนจากหนุมานครับ
  • เพราะปกติลูกพระพายจะซนมาก
  • 555

สวัสดีค่ะท่าน Blank

หมายเหตุไว้เพราะเกรงจะไปกระทบกับ ดอกเตอร์ ท่านอื่นๆ น่ะค่ะ เพราะที่พูดนี่ก็ว่าตัวเองล้วนๆ มีคนอื่น (ไกลๆ ไม่ได้อยู่ในนี้) เป็น "ครู" ให้ดูเป็นตัวอย่างเล็กน้อยค่ะ ฮาๆๆๆ

ไม่ว่าจะแบก/ใส่ หัวโขน หน้ากาก... ใดๆ ก็ไม่แปลก ขอให้ใช้อย่างถูกที่ถูกทางถูกเวลาวาระ... ไม่มีปัญหาค่ะ  :)

สวัสดีค่ะพี่ Blank

จริงด้วยค่ะ ก็แค่ภายนอกที่เขาให้มา..แค่นั้นเอง

แล้วเลขที่ให้นี่...ยังไงดีคะ ไปซื้อล็อตเตอรี่น่าจะดีนะคะ

ขอบคุณค่ะ  :)

สวัสดีค่ะคุณครู Blank

อากาศเย็นลงแล้ว คงจะได้สัมผัสลมหนาวในเร็วๆนี้ค่ะ

สงสััยจะยุ่งๆ รักษาสุขภาพนะคะ  :)

ถ้าคิดได้แบบนี้ทุกคนก็คงดีนะค่ะ จะได้ไม่เห็นใครแบก หัวโขน ให้หนักหัวอีก อิอิ

...หัวโขนที่เห็น..เป็นหนุมาณ..หรือเจ้าคะ..ไม่ใช่..ทศกัณฑ์..นะเจ้าคะ...(ฝรั่งขับแทคซี่ในเยอรมัน..มี..ดร นำหน้า ก็เยอะ)คุณหมอ..ตา..สอง..ตา..ทั้งสองคน..ก็ไม่ยอมทำ..ดอกเตอร์..แกบอกว่าไม่รู้จาทำไปทำไม..เขียนๆก็ลอกๆกัน..เหมือน..เขียน เอถึงเซ้ด..เนี่ยยายธีว่าเองอ้ะะๆๆๆ...แกเลยเป็นหมอ..ธรรมดาๆไม่มี..ดอก..นำหน้า..อิอิ..(ยายธี)

...เฮ้อ..ลืมบอกไป..ที่เยอรมัน..(ยายธี.).ก็เป็น..คุณ(นาย) สอง ดอกเตอร์..มานาน..ว่าจะเลิก"แบก"ซ๊ะทีเหมือนกัน..หมดไปหนึ่งเหลืออีกหนึ่ง....๕๕๕๕๕...สวัสดีเจ้าค่ะ...

สวัสดีค่ะอ.Blank

ดร.มาอีกคนแล้ว เลือกหัวโขนหนุมาน เพราะเป็นทหารเอกของพระราม คงคล้ายข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  .... 5555555 ว่าไปเรื่อยเปื่อย ความจริงก็คือหาภาพชัดๆ ได้เป็นภาพนี้ ก็เลยใช้ภาพนี้ไม่มีนัยอะไรค่ะ   :)

สวัสดีค่ะคุณ Blank

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ เป็นอะไร ๆ ก็ได้

แต่ที่สำคัญต้องเป็นคนซึ่งทำประโยชน์ให้แก่สังคม และประเทศชาติ   

ขอบคุณค่ะ  :)

ขอบคุณคุณ Blank

หัวโขนนั้นหากมีภาระหน้าที่ก็จำเป็นต้องใส่ ใส่แล้วก็ต้องรู้จักถอดออกให้ถูกกาลเทศะบ้าง ไม่งั้นทั้ืงตัวเองและคนอื่นเครียดแย่เลยค่ะ  :)

-สวัสดีครับ..

-แวะมาเยี่ยมซองกฐินครับ 55

-ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยนะครับ...

-เดี๋ยววันที่ 10 นี้จะไปทำบุญกฐินที่เชียงใหม่..

-วันนี้ไปทำบุญที่วัดก่อนละกันครับ..

 

สวัสดีค่ะคุณยาย ดร. ธี

บันทึกนี้แปลกๆ ตั้งแต่เมื่อวานค่ะ เพราะไม่มีภาพโปรไฟล์ของผู้คอมเม้นท์ แต่ไม่เป็นไรค่ะ

แบกมากก็หนัก วางก็เบาค่ะ

เขียนบันทึกนี้ โดน ก้อนหินไปหลายก้อน ...ฮาาาาา

ก้อนหินแห่ง อัตตาตัวตน นี่...มีเยอะจริงๆ   :)

สวัสดีค่ะคุณ Ico48

พอโพสต์ของคุณยาย ดร. ธี เสร็จ ภาพก็มาเลย... ฮาาาา

อนุโมทนาบุญค่ะ  สาธุ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนและนำภาพมาฝากค่ะ  :)

ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ชอบมากค่ะ คิดได้ด้วย

กำลังจะไปบอกคนดูแลที่วัดว่า พิมพ์ซองกฐินมา ๔ - ๕ ปี แล้ว พิมพ์คำนำหน้าไม่ถูก

อ่านเรื่องนี้จบ....ช่างเถอะ

สวัสดีค่ะคุณหมอIco48

ขอบพระคุณที่มาเยือนและให้ข้อคิดไว้ค่ะ

เรื่อง "สมมุติ" สร้างตัวตนให้โดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลยค่ะ 

เพิ่งโดนมาสดๆร้อนๆ...ค่ะ

:)

บันทีกนี้โดนใจเต็ม ๆ เลยครับคุณหยั่งรากครับ

สมัยนี้ ...คำนำหน้าว่า ด๊อกเตอร์  ถือเป็นสิ่งดี  เป็นภูมิคุ้มกันเราได้ระดับหนึ่งครับ

 

คนทางใต้  ชอบพูดสั้น ๆ นะครับ  กับ ด๊อกเตอร์บางคนที่ทำตัวเวอร์เกินไป  ผมเคยได้ยินกับหูเลยนะครับว่า  ....นั่นไง! ด๊อกมาแล้ว

 

ผมว่า....หากเราเพียบพร้อม ทั้งวัตถุและโลกธรรม ทำตัวเหมือนที่เคยเป็น และทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ตามกำลังความสามารถที่เรามี  ....ดีเสียกว่า  การมีคำนำหน้าแต่ไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

 

...

มาเยี่ยมด้วยความระลึกถึงครับ

 

สวัสดีค่ะคุณ Ico48

ขอบคุณข้อคิดที่นำมาฝากค่ะ

ที่ทำงานมีคนบอกตอนก่อนจะไปเรียนว่า ควรเรียนป.เอกนะ จะได้มี "ไม้กันหมา" ตอนนั้นทั้งขำทั้ืงทึ่ง...

ไม่รู้คิดได้ไง!!!

ส่วนตัวยังเชื่อและคงจะเชื่อเรื่อยไปว่า ไม่ว่าจะเรียนจบอะไร แค่ไหน คนเราต้อง เรียนรู้ตลอดชีวิต และยิ่งมีโอกาสเรียนมากกว่าคนอื่น ยิ่งต้องอ่อนน้อมและสร้างประโยชน์ตอบแทนโลกและคนอื่นๆ ที่เปิดโอกาสให้เราได้เรียน... ค่ะ

คุณแสงแห่งความดีคงยุ่งๆ รักษาสุขภาพมากๆ ค่ะ  :)

สิ่งสมมตินี้เป็นความสำเร็จที่สังคมยอมรับ การที่เราไม่ยึดติดนับว่าเป็นการเข้าถึงสัจธรรม ต้องขอบคุณมากค่ะ จะได้เตือนตนไม่สนใจกับสิ่งพะรุงพะรังนี้มาก เนื้อแท้สำคัญกว่า

สวัสดีค่ะคุณ Ico48

สมมุติ นั้น เป็นสิ่งคู่้กันมากับ สัจจะ 

บางคนปนเป แยกไม่ได้ว่า อะไรคือสมมุติ อะไรคือความจริง... ทุกข์เลยค่ะ  :)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี