จะใฝ่ฝันหาวิมานที่ไหนอีก


  ตราบใดที่ยังยืนอยู่บนโลกใบนี้ ทุกคนต่างก็มีความปรารถนาว่า อยากจะอยู่อย่างมีความสุข ความสุขที่ไม่เคยรู้จักหน้าตา ไม่เคยจับต้องได้ เพียงเข้าใจว่าเขาอยู่แค่ปลายตาเรานี่เอง ไม่ได้ไกลเกินมือเอื้อม
 แต่ความสุขของแต่ละคนก็แปลก มีนิยามที่ไม่เหมือนกัน เก็บไว้ให้กันก็ไม่ได้ สุขของคนหนึ่ง อาจไม่ได้เป็นสุขของอีกคนหนึ่ง ความสุขเป็นสิ่งที่เข้าใจยากยิ่ง

       การใช้ชีวิตในโลกนี้ จึงต้องมีศิลปะชีวิตของแต่ละคน บ้างก็ดิ้นรนไขว่คว้า เพื่อจะได้สิ่งที่เรียกว่าสุขมาครอบครอง ทุกลมหายใจที่สูญเสียไป จึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน โผบินเดียวดายอดทน
 บ้างก็เพียงพอกับชีวิตที่เรียบง่ายละมุนละมัย ละเอียดอ่อนกับสรรพสิ่งที่อยู่รอบกาย มองด้วยความเพลิดเพลินเจริญตา มีหัวใจที่เบานุ่ม เหมือนขนนก แล้วก็ยอมรับว่า ตนนั้นได้สัมผัสความสุขแล้ว ในช่วงเวลาที่กล่าวมา อาจไม่ยั่งยืนในอารมณ์ใดๆได้เนิ่น ตามปกติวิสัยมนุษย์เรา แต่ก็พอใจกับสุขที่ราวกับได้อยู่บนวิมานทอง อัครสถานสำหรับรางวัลของผู้ทำคุณงามความดี ณ สวรรค์วิมานแมนนั้น

       เมื่อใดที่ตั้งความหวัง ผลลัพธ์ก็จะมีเพียงสองประการ คือสมหวัง และผิดหวัง
ปล่อยใจสบายๆ ไปกับคืนวันที่หมุนเวียนไม่หยุดหย่อน อาจรู้สึกว่าการเดินทางไปสู่ความสุขนั้น เริ่มช้าขึ้นทุกที แต่เราจงเราจะเป็นผู้สัมผัสได้ทุกกลิ่นอายของความสุขที่ซ่อนเร้นในอณูอากาศ สุขเท่าที่เป็นไปได้ อาจปล่อยไปบ้าง หากรู้สึกว่า สายใจเริ่มรัดตึง ค่อยๆทำ ค่อยๆเปลี่ยน ทีละวัน ทีละวัน...
  ที่จริงวิมานก็อยู่ตรงหน้าเรานี่แหละ จะก้าวล่วงเข้าไปอย่างเต็มสองเท้า หรือจะปล่อยให้วิมานสลายไปต่อหน้าต่อตา
เหมือนคนโบราณ ที่เหน็บให้ได้สติว่า " อันใดก็ไม่พอใจ ก็ไม่ดีพอสักที จะใฝ่ฝันหาวิมานที่ไหนอีก"
   
จะอยู่บนวิมานชั่วคราวบนโลกนี้ หรือจะอยู่บนวิมานเมฆ ที่ล่องลอยมาให้เห็นชั่วคราว แล้วก็สลายไปอย่างรวดเร็ว กันดีนะ?