เมื่อน้องหยกปิดเทอม หลังจากแล้วเสร็จจากภารกิจการเรียนเสริมมาแล้ว เหลือเวลาสองวันก่อนโรงเรียนจะเปิด ตรงนี้เป็นช่วงผ่อนคลาย ดูการ์ตูน ทำอะไรก็ได้ตามใจ  นี่เป็นโอกาสพักผ่อน

 เราพาพวกเขาไปร้านหนังสือซีเอ็ดฯ  ซึ่งเป็นอะไรที่พวกเขาชอบมากเพราะเบื่อความจำเจที่บ้านสุดๆ

ที่ร้านหนังสือก็เย็น สบาย บรรยากาสนั้นรื่นรมย์มากๆ น้องหยกกับโอปอก็ใช้เวลาสองชั่วโมงที่นี่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  เด็กมอสองเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้วก็อ่านหนังสือมุมหนึ่ง

เจ้าน้องสาวก็ดูเรื่องการ์ตูนไป ช่วงนี้ส่วนใหญ่น้องหยกจะไปอยู่มุมอ่านนิยายนะ

หากแต่มีหนังสือที่ผ่านตาเขา และเขาก็หยิบขึ้นมาอ่าน นั่นเป็นหนังสือแกะรอยแยกสมอง ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการมองภาพเรื่องราว การพยากรณ์ ความสำเร็จของชีวิตที่สร้างด้วยมือของคนธรรมดาๆ  มุมมองต่อการวางแผนเพื่อความสำเร็จ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ สร้างความประหลาดใจแก่ผมอย่างมาก ไม่อยากเชื่อเลยว่า เขาจะสนใจการวางแผนและศึกษาแนวทางสำคัญๆ ต่างๆ ก่อน เพื่อกำหนดเส้นทาง กำหนดการตัดสินใจ

เรื่องราวของเขา เรื่องที่สนใจคือ ทำไมต้องรวย งานหรือสิ่งที่เรามุ่งหวังนั้นสำคัญกว่ากัน ทำไมหลายคนยังยากจนอยู่ทั้งๆที่ขยันทำงานอย่างมากมาย

แนวทางที่ผิดความสำเร็จที่มุ่งหวังก็ผิดไปเช่นกัน

เขาใช้เวลาในการอ่านหนังสือตรงนั้นนานพอสมควร ด้วยความสนใจ ผมจึงเสนอว่า พ่อช่วยออกให้หนึ่งร้อยบาทเอามั๊ย เขาหันมายิ้มและตอบอย่างถูกใจว่า เอาซิ ดีเลยแล้วหนูจะให้แม่ช่วยออกอีก 25 บาท สุดท้ายเขาตัดสินใจซื้อโดยควักกระเป๋าตังส์ตัวเอง 100 บาท

(ที่ผมต้องให้เขาร่วมจ่าย การทำอย่างนี้เพราะเป็นการยืนยันว่า น้องหยกชอบจริงๆ นะจนต้องเสียเงินซื้อเองเลย)

นี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงของสาวน้อยหยก ที่เปลี่ยนไปอย่างมาก ทุกอย่างนั้นชัดเจน เขาเริ่มทุกอย่างจากการคิดที่ถูกต้องก่อน จากนั้นจึงจะดำเนินการตามแผนที่กลั่นกรองอย่างดี แบบนี้แหละที่น่าภูมิใจที่สุดสำหรับคุณพ่อคนนี้ น่ะครับ