ผมไปร่วมประชุมระดมความคิดเพื่อวางแนวทางจัดทำโครงการ คศน. ระยะที่ ๒ ที่เชียงใหม่   ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๔ มิ.ย. ๕๕ โดยเราไปพักและประชุมกันที่ปานวิมาน รีสอร์ท  และผมกล่าวปิดประชุมตอนบ่ายวันที่ ๒๔ ว่า    เหตุที่การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จสูงมาก   นอกจากเป็นเพราะมีการวางแผน วางรูปแบบการประชุมอย่างดีเยี่ยม   และผู้เข้าประชุมมีความสามารถสูง มีความตั้งใจสูง และอุทิศเวลา แล้ว    สถานที่ประชุมที่ธรรมชาติสวยงาม อากาศเย็นสบาย และบริการต่างๆ ดีเยี่ยม ก็มีส่วนช่วยให้ทุกคนจิตใจเบิกบาน เกิดความคิดริเริ่มสูง    ช่วยให้การประชุมได้ผลดียิ่ง

 

          นั่นคืองานสร้างคนให้แก่บ้านเมือง    คนที่เป็นผู้นำด้านสุขภาวะแนวใหม่

 

          กว่าเราจะไปถึงที่พักในคืนวันที่ ๒๒ มิ.ย. ก็ปาเข้าไปห้าทุ่ม    เพราะเครื่องบินเสียเวลาซ่อมระบบ flap สองชั่วโมง    และเราไปแวะกินข้าวต้มที่ร้านนายดำ ๒ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนนั่งรถตู้ไปแม่ริม ใช้เวลาชั่วโมงเศษ

 

          การเข้านอนดึกทำให้ผมนอนหลับได้ไม่ลึก   และเช้าวันที่ ๒๓ ผมก็ตื่นขึ้นมาแบบงัวเงีย   แต่เมื่อสำรวจที่พัก   และออกมานอกห้องพักผมก็ตาสว่าง    เพราะสถานที่สวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับ และอากาศเย็นสดชื่น   โดยที่ รีสอร์ท นี้ปลูกบนภูเขาที่ค่อนข้างชัน   ที่บ้านโป่งแยงใน  ตำบลโป่งแยง  อ. แม่ริม

 

          บันทึกส่วนข้างบนนั้น พิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. ๕๕ แล้วก็ลืม   มัวยุ่งๆ ไปทำอย่างอื่น   เมื่อกลับมาที่ปานวิมานอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒๘ ก.ย. ๕๕   แล้วเช้ามืดวันที่ ๒๙ ค้นหาบันทึกของการมาคราวที่แล้ว จึงรู้ว่ายังเขียนไม่จบ   จึงต้องเขียนต่อด้วยความจำ    โดยที่ผมเป็นคนที่ความจำไม่ดี

 

          จำได้ว่าผมออกไปเดินออกกำลัง ๓ ครั้ง    ครั้งแรกเป็นเช้าวันที่ ๒๓ มิ.ย.  เป็นการเดินตามถนนใน รีสอร์ท ที่ชันมาก   ผมเดินขึ้นเขาไปจนเกือบสุด มองลงมาในส่วนของรีสอร์ทที่อยู่ในหุบเขาเห็นลิบๆ   คือส่วนที่เป็นสระน้ำ และสถานที่นวด สปา    แล้วเดินลงมาชมสวน ใกล้ๆ กับ ล็อบบี้ ของ รีสอร์ท   ได้ทั้งออกกำลังขา หัวใจ และความสดชื่นของอากาศ   แต่ใจอดคิดไม่ได้ว่า รีสอร์ทนี้บุกรุกที่สาธารณะ   พื่นที่ภูเขาที่ชันขนาดนี้เอกชนไม่ควรจับจองเป็นเจ้าของได้ ผิดกฎหมาย   ทำให้คิดต่อว่า ตราบใดที่การบังคับใช้กฎหมายยังเลือกปฏิบัติ ก็ยากที่บ้านเมืองของเราจะเจริญจริงๆ  

 

          บ่ายวันที่ ๒๓ ผมออกไปเดินในหุบเขา ไปที่สระว่ายน้ำ  ส่วนฟิตเนส  และถนนฟิตเนส   เดินลงไปชมบรรยากาศของถ้ำหินย้อยจำลอง    แล้วเดินข้ามสระน้ำไปทางฝั่งตรงกันข้าม ที่มีที่นวดเรียงราย แต่ไม่มีคนเลย   และเดินกลับมาที่สำนักงานสปา  ซึ่งอยู่ตรงเชิงเขาทางเข้า รีสอร์ท

 

          ผมจึงได้เดินขึ้นบริเวณ รีสอร์ท เอง    เพราะเมื่อคืนวานตอนมาถึง เขาขนคนและกระเป๋าด้วยรถตุ๊กตุ๊กๆ แผดเสียงลั่น เพราะเขาชันมาก   เมื่อผมเดินเอง ก็ต้องพักเป็นระยะๆ    แต่ก็ทำให้ได้โอกาสดื่มด่ำต้นไม้ วิว และถ่ายรูป    เดินขึ้นจนถึงอาคาร ล็อบบี้   แล้วเดินขึ้นเขาต่อจนถึงบ้านพัก

 

          เช้าวันที่ ๒๔ ผมเดินชุดเล็ก    คือกลับไปชมถนนฟิตเนส ซึ่งเป็นถนนทางราบเส้นเดียวใน รีสอร์ท   เป็นโอกาสเดียวที่จะวิ่งเหยาะได้ใน ปานวิมาน รีสอร์ท

 

          วิวเนินเขาโดยรอบปานวิมาน รีสอร์ท มีแปลงเกษตรที่มีหลังคาคลุมกระจายโดยทั่วไปเป็นหย่อมๆ    ตกกลางคืนหย่อมเหล่านั้นเปิดไฟฟ้าสว่างไสว    เป็นแปลงดอกเบญจมาศ สำหรับส่งออกต่างประเทศ    เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่า เขาเปิดไฟให้ออกดอกเร็ว และมีวิธีติดตั้งตำแหน่งหลอดไฟอยู่ข้างล่าง เพื่อให้ก้านดอกยาว    นอกจากนั้นยังมีแปลงพริกหยวก   แปลงมะเขือเทศ   แปลงดอกกระดาษ เป็นต้น

 

          ที่ปานวิมาน รีสอร์ท เอง ก็มีแปลงผักปลอดสารพิษ   และเอามาให้แขกที่มาพักกินเป็นสลัดด้วย

 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ ก.ย. ๕๕

ปานวิมาน รีสอร์ท

 

หน้าบ้านพัก

 

ถนนขึ้นบริเวณบ้านพัก

 

ตัวอาคารโรงแรม

 

บริเวณรีสอร์ท ถ่ายจากบนเขา

 

ถ่ายจากที่เดียวกัน ให้เห็นทั้งหุบเขา

 

ถ่ายย้อนขึ้นไปบนเขา

 

หน้า ล็อบบี้

 

บริเวณสระน้ำสีมรกตถ่ายจากห้องอาหาร

 

ต้นอะไรไม่เคยเห็น

 

นี่ก็ไม่เคยเห็น

 

ลงไปเที่ยวบริเวณสระน้ำ

 

วิวหุบเขาเต็มไปด้วยแปลงดอกไม้ ส่งออกต่างประเทศ