วันอาทิตย์ ที่ 21 ตุลาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                วันนี้เป็นอีกวันที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ที่ต้องบันทึก หลังจากครูทุบเมื่อวาน หนูก็ตะกายตนเองขึ้นมาเขียนงานถอดบทเรียน แม้จะด้วยวิบากของการร้องไห้จะปวดหัว แต่สุดท้ายก็ยังลงร่องเดิม คือ หนูหลับง่าย เดินก็ยังหลับ ครูเคยให้ทางแก้คือ “เดินไปเรื่อย ๆจนกว่าจะตื่น” แต่ก็ยังเพียรไม่พอสำหรับตนเอง

                เช้ามาออกไปทำกับข้าว ตีห้าเข้ามาชวนเด็ก ๆ โดยทำเมนูมาม่าผัด เด็กสนุกสนานที่มีโอกาสได้ช่วยค่ะครู เขาทำผัดมาม่าเป็นหลักแล้วก็ช่วยงานอื่น ๆที่เปิ้ลมอบหมาย กลับเข้าสำนักครูเมตตามอบหมายให้หนู ทำทางจงกรมให้น้องๆ และบันไดขึ้นเต้นท์ให้บิ๋มและกอ

                หลังรับข้าวล้างบาตรเห็นครูเข้ามา หนูจึงลงมือรดน้ำต้นไม้แล้วก็เล็งทางจงกรม ว่าจะเลือกทำอันไหน เด็ก ๆ กลับเอาเสื้อผ้ากลับบ้าน แววตาของเด็ก ๆ ในวันนี้ทำให้หนูได้เรียนรู้ว่า

 “ภาพเมื่อวานระหว่างหนูกับครู สั่นสะเทือนจิตใจเขา”

เหมือนที่ครูเมตตาชี้

หนูทบทวนกับตนเอง รวมถึงภาพการร้องไห้เสียใจของหนูด้วย เด็ก ๆ ได้รับพิษจากจิตใจของหนู หนูถามตนเองว่า

“ครูเมตตาลงทุน ให้หนูอย่างไม่มีประมาณขนาดนี้ หนูจะยังเห็นแก่ตัวไม่ปรับปรุงแก้ไขอยู่อีกเหรอ”

ทั้งๆที่ครูทราบว่า สิ่งแวดล้อม คือ ผู้คนและเด็ก ๆ จะรู้สึกสั่นสะเทือน แต่ครูก็เมตตาทำ เพื่อให้หนูดีขึ้น

หนูไปยืนพิจารณาเส้นทางที่ครูเมตตาให้เลือก รวมถึงทางจงกรมใหม่ กวาด ๆ เสร็จแล้วกำลังว่าจะลงมือขุด ได้ยินเสียงรถมองเห็นคนเดินชัด หนูทบทวน อืม ถ้าเดินตอนกลางวัน แล้วมีคนและรถผ่าน ใจหนูจะรู้สึกยังไงนะ ทางเดิมที่ใช้ยังรู้สึกว่ามีกุฏิและร่มไม้บัง จึงกลับมาพิจารณาใหม่ ตัดสินใจทำทางจงกรมแฝดให้น้องค่ะครู

ระหว่างทำครูก็เมตตาส่งเด็ก ๆมาช่วย ช่วยทั้งแรงกายแรงใจ ทางจงกรมเสร็จก็ต่อเนื่องด้วยบันได

น่าประทับใจมากเจ้าค่ะ แม้หนูจะใช้เวลาทำไม่น้อย

เด็ก ๆก็เลี่ยงไปทำความสะอาดกุฏิที่เขาพัก ยิ้มกับตนเองว่า น้องๆเป็นเด็กมีบุญจริง ๆ จิตใจดี ค่ะครู

หนูตัวเหม็นเป็นสิ่งสะท้อนกับตนเองว่า “ภาวนาไม่ดี ศีลขาด”

ทำบันไดเสร็จก็บ่ายสามกว่าแล้ว เด็ก ๆ อยู่จนบันไดเสร็จ แววตาที่ฉายความสุขและชอบของน้องทำให้หนูรู้สึกดีมากเจ้าค่ะครู

รู้สึกทึ่งในความเมตตาเอาใจใส่เด็ก ๆของครู และเมตตาหนูได้ฝึกตนเองสั่งสมบารมี ในทุกช่องทางที่พอทำได้

หนูอาบน้ำแล้วค่อยตามเด็ก ๆ ออกไป รู้สึกพลาดที่ไม่ออกไปพร้อมเด็ก ๆ ไม่ทราบเหมือนกันค่ะครู การเดินออกมาด้วยกัน น่าจะอบอุ่นใจเด็กๆมากกว่านี้แต่ด้วยความไม่ใส่ใจของหนูทำให้เห็นว่า ต้องฝึกอีกมาก

สิ่งที่หนูกังวลก็คือกำหนดการ แต่พอจะกลับครู เมตตาช่วยทุกอย่าง ถ้าไม่มีครูหนูก็คงจะยังหนี แล้วทุกอย่างก็จะออกมาเสียหาย แต่เพราะครูเมตตา ขากลับได้ไปส่งครู รู้สึกดีใจที่ตนเองเลือกที่จะล้างรถก่อนมารับครู บอกไม่ถูกเจ้าค่ะ รถหนูเน่ามาก ล้างอย่างเร่งด่วนเพื่อมารับครูโดยเฉพาะ พอครูเอ่ยขอโทษที่เอาดินขึ้นมาหนูได้ยิ้ม เพราะรู้สึกไม่เป็นไรเจ้าค่ะ

“รถคันนี้ล้างมาเพื่อรับครูโดยเฉพาะ”

ระหว่างทางได้จอดรถคุยกับแม่กุล เป็นความเมตตาที่หนูได้รับจากกัลยาณมิตรอย่างไม่มีประมาณ พอแยกออกมาครูเจอครอบครัวของน้องหนุ่ย ครูเอ่ยชมความอดทนและให้กำลังใจหนู เหมือนทำเป็นตัวอย่างให้ดูเรื่อง การมุฑิตาจิต ครูค่ะคำกล่าวที่ว่า “มาทุกเสาร์อาทิตย์ตลอดพรรษา”

ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไหลวนเข้ามา เหมือนหนังสั้น หนูได้ครูคอยดึงคอยประคับประคองตลอดเส้นทาง ถึงยังคงดำรงไว้ได้

ครูเอ่ยต่ออีกว่า “หลวงปู่จึงเมตตาให้ตั้งจิตอธิษฐานมาจนกว่าเจดีย์จะเสร็จ จะได้ไม่เหลาะแหละ”

ตาหนูลุก รู้สึกงงแล้วเสียงข้างในก็ดังว่า “โห ครูค่ะ ต้องมาแบบนี้ จนกว่าเจดีย์เสร็จเลยเหรอค่ะ”

นี่คือทางที่ครูเมตตาชี้ และย้ำคำสอนของหลวงปู่ที่เมตตาต่อ หนูและน้องภัส

หนูทบทวนกับตนเองว่า กว่าจะครบพรรษาหนูก็ปางตาย ที่ยังอยู่เดินตามหลังครูอยู่ได้ก็เพราะ

“อึด”

 คำเดียวเลยค่ะ อย่างอื่นยังหาได้ยากอยู่ ยังต้องสู้กันอีกมากกับกิเลสในใจ

ระหว่างทางไปส่งครูที่บ้าน ครูเมตตาให้หนูได้ฟังธรรม แล้วระลึกถึงอานิสงส์ของการรักษาข้อวัตร ซึ่งเป็นคำพูดเดียวกับหลวงพี่ท่านบอกว่า “เป็นพระต้องทำกิจของพระ ทำไม่ได้มันอายผ้า ทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม ก็เท่านี้แหละ”

ท่านเคยพูดแบบนี้ให้ฟังเจ้าค่ะ

และครูก็เมตตาเปิดเผยสภาวธรรมของครูให้ฟังให้ได้ร่วมอนุโมทนา

พอส่งครูถึงบ้าน ได้โอกาสกราบขอขมาครู ตั้งจิตกับตนเองว่า

“จะตั้งใจเพียรภาวนาทำให้ดีที่สุด”

ตั้งใจกับตนเองน้ำตาก็ไหลพราก ครูเมตตาให้ได้กอด ช่างเป็นความรู้สึกอบอุ่นในใจ

ครูเมตตาให้กำหนดข้อวัตรของตนเอง แล้วก็ส่งมาให้ครู

รับคำครูแบบตั้งใจพิจารณากับตนเอง

ระหว่างทางกลับได้โทรปรึกษาหลวงพี่ ถามคำถามที่ครูเมตตาให้ตามว่า

“ปฏิบัติอย่างไรจึงก้าวหน้า”

ท่านบอกว่า ก็ไม่มีอะไร

“มีสติ ทำข้อวัตร เพียร เท่านี้แหละ”

ท่านเมตตาขยายอีกว่า

“หลวงปู่เคยบอกไว้ ดี ชั่ว มันรู้อยู่กับตัวเอง อันไหนเป็นกุศล อันไหนเป็นอกุศล แล้วท่านก็ท่องมรรคข้อสัมมาวายาโมให้ฟังให้ละอกุศลให้เจริญกุศล”

พอคุยแล้วก็ได้กำลังใจเจ้าค่ะ

ขับรถพอถึงบ้าน กะว่าของีบครึ่งชั่วโมง แต่หลับยาวไปห้าชั่วโมง

ยังไม่ทันจะเริ่มตั้งท่ากิเลสก็แสกกลางหน้าเลยเจ้าค่ะ