การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ปัจจุบัน ค่านิยมที่จะให้ทุกคนที่เป็นบุตร ได้รับการศึกษาอย่างต่ำปริญญาตรี และรับปริญญา ถ่ายรูปมาแปะฝาบ้านหรือโพสในโทรศัพท์มือถือ ไว้อวดคนที่รู้จักว่า ลูกเราจบปริญญาเหมือนกัน กลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยไปเสียแล้ว
ย้อนหลังไปประมาณยี่สิบปี ในครอบครัวหนึ่งๆผู้ที่จะจบปริญญาตรีได้ ต้องเป็นเด็กที่เก่งที่สุดในหมู่บ้าน หรือในครอบครัวที่มีอันจะกิน แต่ภายหลังค่านิยมประกอบกับมีสถาบันการศึกษาทั้งรัฐและเอกชนเปิดสอนวิชาที่หลากหลาย ทำให้คนจบปริญญาตรี และหากจะแจงนับในเวลาเดินศูนย์การค้า คาดดะเนว่า ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ที่จบปริญญาในช่วงแจงนับนั้น
สภาพการดังกล่าว ทำให้เกิดค่านิยมใหม่ คือ จบปริญญาตรีแล้ว งานระดับทักษะพื้นฐาน ด้านช่าง หรือด้านบริการ การใช้แรงงานจะหาคนทำยาก ยอมว่างงานเสียดีกว่าที่จะไปทำงานเหล่านั้น และส่งผลต่อประเทศ เช่น
-
การว่างงานมีมาก
-
แรงงานต่างชาติมาทดแทนแรงงานไทย เช่น พม่า อินเดีย ลาว
-
คนไทยขาดฝีมือในระยะยาว
-
หากเปิดประเทศอาเซี่ยนในปี 58 แรงงานต่างชาติกลับประเทศ ไทยจะขาดแรงงานมาก
-
ครอบครัวล่มสลาย ขาดรายได้
-
ยาเสพติด เกิดขบวนการค้ายา ที่หารายได้แบบความรู้ดี ใส่สูท
-
ฯลฯ

ทุกวันนี้ก็แนะแนวให้นักเรียนเรียนต่อสายอาชีพค่ะ...เพราะเป็นเด็กบ้านนอกที่ผู้ปกครองมีฐานะค่อนข้างยากจน..เมื่อทำงานจึงเรียนต่อในวันเสาร์ขอาทิตย์ ส่วนมากนักเรียนจะเรียนสายอาชีพมากขึ้น
เดี๋ยวนี้ค่านิยมใหการส่งเสริมให้ลูกศึกษาต่อต้องคิดต่าง และต้องยอมรับกับการมองด้วยสายตาแปลกๆจากคนรอบข้าง ที่คนส่วนใหญ่อยากให้ลูกเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง โดยไม่ได้คำนึงว่าเมื่อจบมาแล้วจะทำอะไร จึงมีหลายๆคนที่จบมหาวิทยาลัยมาแล้ว ยังไม่มีงานทำกลายเป็นคนว่างงานยุคใหม่ที่ไม่กล้าจะทำอะไร