หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป กับการที่ต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วม จันทร์ที่แล้ว ดิฉันตื่นขึ้นมาแล้วออกไปยืนอยู่ทีระเบียงหลังห้องค่ะ ปรากฏว่าระดับน้ำสูงประมาณ 100 เซนติเมตร เห็นจะได้ค่ะ เพราะหอพักดิฉันอยู่ในช่วงที่น้ำลึกมากที่สุดค่ะ ในใจคิดว่าเราจะออกไปเรียนยังไงดี เพราะรถไม่สามารถผ่านไปได้แน่นอนเลยค่ะ ก็เลยคุยกันกับเพื่อน ตัดสินใจว่าเราจะลุยน้ำออกไปเรียนกัน เก็บของที่จำเป็นออกไอยู่หอเพื่อน เพราะดูจากสถานการณ์แล้วอีกหลายวันแน่ กว่าน้ำจะลด ดิฉันเดินลุยน้ำไปพร้อมกระเป่าเสือผ้า และกระเป้าหนังสือกับเพื่อน คนละ 2-3 ใบค่ะ เดินผ่านหน้าร้านข้าว มีเจ้าของร้านเดินออกมาพร้อมกับส่งถุงพลาสติกใบโต ให้ดิฉันสองคน แล้วบอกว่าน้อง ข้างหน้าน้ำมันลึกมากเลยนะเอาใส่ถุงนี้ไปแล้วช่วยกันถือนะ เพราะมันเปียกแน่นอนพี่เคยถือออกไปแล้ว ดิฉันขอบคุณเค้ามากเลยค่ะ เพราะถ้าไม้ได้ถุงพี่เค้ามันคงจมน้ำจริงๆๆค่ะ เพราะน้ำสูงมาก ดิฉันเดินเลอะริมทางมาค่ะผ่านถุงขยะทีก็ใจหายเพราะน้ำมันไม่สะอาดเลย มีแต่ขยะ ทำใจอยู่นานค่ะกว่าจะลุยออกมาได้ พอได้ครึ่งทาง ก็มีน้องผู้ชายเดินมาช่วยถือของมาส่ง มันอาจจะดูเป็นความโชคร้ายที่โดนน้ำท่วม แต่ในความโชคร้ายนี้ ก็มีสิ่งดีๆที่แอบซ้อนอยู่ค่ะ รู้สึกประทับใจและขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ จากน้องชายคนนั้น และถุงจากเจ้าของร้านข้าวค่ะ เรามองในมุมกลับกันวันนั้น ดิฉันรู้สึกดีๆมากกว่านะคะ และก็ไม่รูสึกว่าลำบากเลย เพราะเราโดนแค่หอพักยังมีหอเพื่อนให้ไปพักอยู่ด้วย แต่นึกถึงคนที่โดนน้ำท่วมแล้วบ้านพัง เขาไม่เหลืออะไรเลย เค้าคงรู้สึกแย่ไปอีกนานกับความทรงจำแย่ๆๆ ดิฉันโดนแค่นี้ ยังรู้สึกทำอะไรก็ติดขัด เกรงใจเพื่อน ไม่มีรถไปเรียน ต้องเดินบ้าง ไม่มีหนังเรียนเพราะเอาออกมาไม่ได้ ไม่ได้ทำการบ้าน ในบางครั้งที่เรารู้สึกว่าเราลำบาก เราเหนื่อยเราท้อ แต่ถ้าเรานึกถึงคนที่เค้าเจอปัญหาที่หนักกว่าเรา แล้วเราจะรู้สึกว่าโชคดีกว่าเค้าเยอะเลยค่ะ มันทำให้ดิฉันมีกำลังใจทีจะสู้ต่อไป