ชัก ชัก แล้วก็ชัก

ชักเพราะครูหมอโนราห์ไม่มีใครรับช่วงต่อ

 

          หลายคนเคยเชื่อเรื่องราวที่อยู่นอกเหนือการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์บ้างหรือไม่ สำหรับแพทย์ พยาบาล แล้วคงปฏิเสธเรื่องราวเหล่านี้อยู่มาก เพราะเราทุกคนถูกหล่อหลอมมาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้ จนเมื่อเราทำงาน เราจะใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ หรือที่ทุกคนทราบดีกว่า เราใช้ผลการวิจัยใหม่ๆ มาปรับปรุงการรักษา หรือการพยาบาลนั่นเอง แต่เมื่อเราเจอเหตุการณ์ต่อไปนี้ทุกคนต้องหันมามองบางอย่างที่พิสูจน์ไม่ได้ ไม่มากก็น้อย เชื่อเถอะ

          หนุ่มน้อย อนาคตไกลที่สอบเรียนต่อตำรวจได้แล้ว ต้องมาเจอเหตุการณ์ชัก ชัก แล้วก็ชัก โดยไม่ทราบสาเหตุ หลักจากที่เขาไปช่วยคุณพ่อทำสวนยาง เพียงครั้งเดียวของชีวิตในสวนยางของเขาเอง เขาถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหนึ่ง อาการทรุดลงวันแล้ววันเล่า ชักไม่มีสิ้นสุด จนต้องย้ายมาโรงพยาบาลใหญ่ เพื่อพึ่งพาความชำนาญเฉพาะทางของผู้รู้

          แต่ที่นี่ผู้เชี่ยวชาญทุกศาสตร์สาขาไม่ว่าจะเป็น ผู้เชี่ยวด้านระบบประสาท ระบบการติดเชื้อ โรคปอด แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ป่วยวิกฤตก็ตาม อาการชักไม่ยอมหยุดหรือจากเขาไปได้นานเกินหนึ่งชั่วโมง จนต้องติดเครื่องตรวจคลื่นสมองตลอดเวลานานหลายวัน ทุกคนลุ้นว่ายาสารพันชนิดที่ผู้เชี่ยวชาญพยายามหามาให้นั้น ช่วยบรรเทาเยียวยาให้หนุ่มน้อยบ้างหรือไม่

          ยาในโรงพยาบาลใหญ่แห่งนี้ ทั้งยานำสลบ ยากันชัก ยาแก้ชัก หมดโรงพยาบาล ยืมโรงพยาบาลอื่น โรงพยาบาลแล้วโรงพยาบาลเล่า แพทย์เปลี่ยนยาตัวแล้วตัวเล่า หลายตัวไม่อยู่ในบัญชียาหลัก พ่อแม่หนุ่มน้อยต้องซื้อเองบ้าง ซึ่งนับรวมกันใช้เงินจำนวนมากโข แต่ทุกครั้งที่คุยกับพ่อแม่ บอกว่าเท่าไหร่เท่ากันก็จะหาเงินมาเพื่อซื้อยาให้ลูก พระคุณท่านยิ่งใหญ่เหลือคณา รอยยิ้มปรากฏบนหน้าท่านทุกครั้ง ที่พยาบาลบอกว่า ชักน้อยลงแล้วนะ แต่ไม่นานรอยยิ้มมักต้องจางหายเมื่อได้เห็นลูกชักอีกแล้ว แพทย์คนแล้วคนเล่า พยายามบอกผลการรักษาหรือผลตรวจต่างๆ พ่อและแม่นั่งฟัง ก้มหน้า เหมือนต้องการสะกดอะไรบางอย่างให้หยุดนิ่งไว้ตรงหน้า เดาได้ว่าคงอยากให้โลกหยุด ไม่อยากได้ยินในสิ่งที่มีคนบอกเพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่น่าฟังเสียเหลือเกิน “อาการน้องไม่ดีขึ้นเลยนะ สมองไม่ตอบสนองอะไรเลย เกินกำลังของหมอจริงๆ ตรวจไม่เจออะไรเลย” นี่คือสิ่งที่พ่อและแม่ได้ยินซ้ำๆ ทุกๆ วัน

          ใครจะรู้เลยว่าหน้าห้องไอซียู พ่อ แม่ และคุณยายต่างพยายามทำบุญขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรม นายเวร ใครว่าที่ใดล้างของ (คุณไสย) ได้ พ่อแม่ให้ญาติไปทำให้ เมื่อวัน เวลาผ่านไปทุกอย่างดูริบหรี่เหลือเกิน ทุกคนจึงลงความเห็นว่า เป็นเพราะครูหมอโนราห์ไม่มีใครรับช่วงต่อนี่เอง จึงตัดสินใจยกหนุ่มน้อยผู้นี้ให้รับครูหมอไว้กับตัวเอง ถ้าหายดีแล้วให้ดำเนินพิธีกรรมทางโนราห์ต่อไป หนุ่มน้อยจึงมีด้ายแดงผูกไว้ที่ข้อมือให้รู้ว่า นี่แหละคนที่รับช่วงครูหมอไว้กับตัวแล้ว

          ไม่ใช่เฉพาะพ่อ แม่ และยายเท่านั้นที่คิด ทีมรักษาพยาบาลก็เริ่มหันกลับมามองว่า หรือเป็นเพราะอย่างอื่นที่เราพิสูจน์ไม่ได้ เริ่มหาทางเลือกให้หนุ่มน้อย จากเดิมที่เราคิดว่า การให้น้องได้ฟังเพลง หรือบทสวดอาจเป็นการรบกวนระบบประสาท ทำให้เขาชักมากขึ้น ทุกคนเริ่มยอมให้ฟังบทสวด บทเพลงต่างๆ เมื่อถามพ่อและแม่ จึงทราบว่าน้องชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต ชอบไปอยู่ที่วัด ไปช่วยงานพระคุณเจ้า ได้การล่ะ หนุ่มน้อยเริ่มได้ฟังบทสวด บทแล้ว บทเล่า ต่างก็บอกว่า หรือว่าปากน้องที่ขมุบขมิบตลอดเวลา เราคิดว่าเขาชัก เขาอาจท่องบทสวดมนต์อยู่ก็ได้ ใครจะรู้

          พรุ่งนี้หมอระบบประสาทจะมาติดเครื่องตรวจคลื่นสมองให้รู้กันไปเลยว่าหนุ่มน้อยจะยอมหยุดชัก เพราะบทสวดหรือไม่ ................เดี๋ยวได้รู้กันนะน้องนะ    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน nurse_ICU_psu



ความเห็น (2)

เอ สวดมนต์หรือ ร้องเพลงครับผม

 

สวดมนต์ค่ะ หรือว่าน้องร้องเพลง ไม่แน่ค่ะ