วันนี้...ประชุมเรื่อง...พฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior Sureillance) เป็นระบบและกลไก การดำเนินงาน สาธารณสุข "เชิงรุก" เพื่อ "ติดตามสถานการณ์" ติดตาม "พฤติกรรมเสี่ยง" อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง เพื่อ ป้องกันปัญหา ไม่เห็นเกิดปัญหา และ อันตรายต่อสุขภาพ หรือ นำไปสู่ การลดปัจจัยเสี่ยง อย่างมีประสิทธิภาพ ... "ทำให้เราทราบพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน" นำมากำหนดเป็น "ตัวกำหนดปัญหาสุขภาพ" ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อจะได้ นำข้อมูล (Data) ไปจัดการ "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ" ของประชาชน
การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ สามารถดำเนินการได้ทั้ง
-
เชิงรุก (Active surveillance) เป็นการรวบรวม ข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยงที่เฝ้าระวัง ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เรา ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ทราบลักษณะที่เป็นปัญหา ได้เร็ว
-
เชิงรับ (Passive surveillance) คือ การรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมเสี่ยง ที่เฝ้าระวัง ทั้งในชุมชน และผู้มารับบริการ เพื่อวบันทึกตามแบบฟอร์ม ของการเฝ้าระวัง รวบรวม แล้ว นำมาวิเคาระห์ สรุปผล
เช่น
-
1. ความเสี่ยง จาก BMI เกินเกณฑ์ ... เสี่ยงต่อโรค DM เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง (HT)
2. ความเสี่ยง จากพฤติกรรมบริโภคไม่ถูกวิธี (หวานจัด มันจัด เค็มจัด)
3. ความเสียงจาก โรคที่เกิดโรคตามพื้นที่ เช่น อำเภอบ้านลาด มีปัญหา เรื่อง ไข้เลือด จะมีปัญหามาก อำเภอเขาย้อย มีปัญหา เรื่อง โรคนำเข้า (เพราะอำเภอเขาย้อย มีโรงงานมากมาย มีโรคที่นำเข้า เช่น โรคเท้าช้าง หัดเยรมัน ซึ่งจะอันตรายมาก ในหญิงตั้งครรภ์ เชื้อ "ไวรัส" จะมีผลต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ อย่างมากที่สุด
การจัดการเรียน-การสอน ของโรงพยบาลบ้านลาด จะให้ชุมชนมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมเรียนและผู้สอนมีหลายๆๆคน
- ผู้ป่วยสอนผู้ป่วย ใสิ่ดีดี พฤติกรรมดีีดี ทำแล้ว ลดความเสียงจากโรค
- เจ้าหน้าที่ บุุคคลากร สาธารณสุข ร่วมกันสอน (สสจ. + รพช. + สสอ. + รพสต.)
- นศพ. = นักเรียนแพทย์ศิริราช (พอดีที่โรงพยาบาลบ้าลาดมี น้องนักศึกษาแพทย์ ปี 4 มาฝึกงาน) เรื่องเวชศาสตร์ชุมชน ให้ฝึกสอนด้วยนะคะ
ดังนั้น ต้องทำในลักษณะ ต้องให้ชุมชนมีส่วนรวม เพราะ พื้นที่ (Context) เป็นผู้กำหนด ปัญหา สรุปความสำคัญของเรื่องราว ปัญหา ความต้องการของคนในชุมชน ของชาวบ้าน ของตัวปัญหา/โรค ปัญหาพฤติกรรม พอดี... อำเภอบ้านลาด เมืองน้ำตาล เราเลยเน้นเรื่อง "พฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน & ความดันโลหิตสูง" นะคะ ....วันนี้คุยแค่นี้ก่อนนะคะ
ขอบคุณมากค่ะที่ให้เกียรติอ่านบทความ
วัดความดันโลหิต...ทั้ง...อ้วน ... ทั้ง สว. ....ต้องระวังนะคะ
กินอาหารให้ เหมาะสม ได้สัดส่วน นะคะ ... อาหารที่เป็น แป้ง เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน นะคะ
น้องๆ ... นศพ = นักศึกษแพทย์ ศิริราช ปี 4 มาฝึกงาน พี่เปิ้ล ให้ สอนชาวบ้าน ชาวบ้านชอบค่ะ
ความเสี่ยงจาก BMI เกิน ... เสี่ยงต่อโรค DM เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง (HT)
ความเสี่ยงจาก บริโภคไม่ถูกวิธี (หวานจัด มันจัด เค็มจัด)
พี่เปิ้นสบายดีนะครับ
-สวัสดีครับคุณหมอ..
-แวะมาบอกว่าผม "เป็นกลุ่มของ HT" ครับ....
-ทำไงดี...ช่วยทีครับ555
-ออกกำลังกายโดยการเดินเที่ยวงานกล้วยไข่ดีกว่า....
ขอบคุณ ท่าน ขจิตมาก นะคะ ให้เกียรติอ่านบทความP'Ple นะคะ
ใช่แล้วนะคะ อๆเภอบ้านลาด โรคที่ พบมาก มาจาก โรคทางพฤติกรรมบริโภคนะคะ
ไม่พ้นโรค เบาหวาน และ ความดันโลหิตสูงนะคะ
ค่ะ P'Ple สบายดี และ ยุ่งเรื่องงาน ... ในปีงบประมาณใหม่นะคะ
- น้องเพชร เป็นกลุ่ม HT .. ไม่เป็นไรนะคะ (ปลอบใจ..จริงๆเป็น???)
- น้องเพชร ต้อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่
สูตร " 3 ค + 6 อ." ..... คือ
อ. อาหาร ห้ามเค็มจัด ห้ามหวานจัด
อ. ออกกำลังกาย
อ. อารมณ์ (เครียด)
อ.โรคยา (ลดความดัน & วัดความดันโลหิต เสมอๆๆ)
อ.อนามัยสิ่งแวดล้อม (ล้างมือบ่อยๆๆ ก่อนรับประทานอาหาร ...
เพื่อลดการเกิดโรคแทรก ..เช่น ท้องเสีย ถ่ายท้อง...ความดันโลหิตจะขึ้นมากเลยนะคะ)
อ. อบายมุข ..."น้องเพชร......ต้องไม่ ดื่ม สุรา สูบบหรี่"
3 ค. ต้องคุมให้ได้ ได้แก่
- คุมความดัน อย่าให้สูงเกิน 140/90 (สำหรับคนเป็นโรค)
- คุมความเคียด (ไม่ให้เกิด...ถ้าเกิดเมื่อไหร่ BP = ความดัน .... ขึ้นสูงปรี๊ดๆๆ นะคะ)
- เค็ม .. งออาหารเค็ม เช่น ปลาแซ่เกลือ เค็มๆๆๆ.. (จึงเรียกปลาเค็มๆๆๆ)
ขอบคุณนะคะ
-หมอเปิ้ลครับ..
-จะพยายามทำตามสุตร 3 ค+6 อ ครับ...
-อีก 3 เดือนหมอนัดให้ไปเข้าคลีนิก HT ครับ...
-งานนี้คงต้องศึกษาเรื่อง HT มาก ๆ ..
-ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคร๊าบ!!!!
P'Ple ขอบคุณมากๆๆค่ะ ... พี่ๆๆ น้องๆๆเพื่อนๆๆ ทุกท่านค่ะ
เกือบแล้วค่ะ P'Ple เหลืออีก.. โลเดียวเท่านั้น BMI ของ kunrapee ก็จะน้อยกว่า ๒๕ แล้ว ฮ่าฮ่า
จะได้ลดเสี่ยง DM, HT