ติดต่อ

Baby R2R : แกงเขียวหวาน (กะทิ)

  เสพความสุขจากการได้ทำ เสพความสุขจากกิจกรรมที่ได้สัมผัส เสพความสุขจากชีวิตในครอบครัว   

กะทิ เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหารของไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

กะทิ ก็คือน้ำที่ได้มาจากเนื้อมะพร้าวแก่

กะทิหรือน้ำกะทิ มีลักษณะเป็นน้ำสีขาวข้นคล้ายนม สีและรสชาติที่เข้มข้นของกะทิมาจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำตาลมะพร้าวที่อยู่ในเนื้อมะพร้าว

การทำ R2R คราวนี้ ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุด เราจะเลือกใช้อะไรดีระหว่าง

กะทิจากกระต่ายขูดมะพร้าว หรือ กระทิจาก "กล่อง" ที่เป็นกะทิสำเร็จรูป????

 

แน่นอนครับ กะทิสำเร็จรูปนั้น เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่ายมาก ๆ ทั้งในรูปของกะทิกล่อง UHT กะทิซอง กะทิผง มีหลายรูปแบบ

แต่วันนี้ ผมและแม่ เราทำ Baby R2R กัน ตั้งนั้น เราจะต้องเลือกทดลองการทำกะทิ แบบดั้งเดิมกันเลยครับ

การทำงานของเรานั้น เริ่มตั้งแต่ช่วงว่างในตอนบ่าย

แม่ของผมเริ่มต้นในการปลอกมะพร้าว โดยใช้มีดปลอกทีละลูกครับ

แม่ผมปลอกมะพร้าวชำนาญมากครับ แม่เล่าให้ฟังว่า ช่วงหลังนี่ปลอกปล่อย เพราะว่าจะต้องเตรียมมะพร้าวไปสอนเด็กทำขนม "ทองม้วน"

"ทองม้วน" หลาย ๆ ท่านคงจำกันได้นะครับ กับบันทึกเรื่อง   พลังใจจากทางบ้าน  เป็นงานที่พ่อกับแม่ผมอุทิศตนในการทำเพื่อเป็นวิทยาธานกับเด็ก ๆ นักเรียนครับ ในการสอนเด็ก ๆ นักเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน "โรงเรียนคลองลานพัฒนาจินดาศักดิ์" สอนเด็กทำขนมเพื่อให้มีความรู้เพื่อใช้เป็นการประกอบอาชีพได้ในอนาคต

ดังนั้นก่อนทีจะไปสอนเด็กทำขนม ระหว่างเวลาว่างแม่ผมก็จะเตรียมมะพร้าวไว้ให้พ่อเป็นคนไปสอนเด็กที่โรงเรียนครับ พ่อผมออกจากธนาคารมาได้ 6-7 ปีแล้วครับ ช่วงนี้ก็ทำหน้าที่ "ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"  ก็คือทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมเป็นหลัก และการสอนอาชีพให้กับเด็ก ๆ นี่ก็คือว่าเป็นหน้าที่ที่พ่อและแม่ผมทำด้วยใจจริง ๆ ครับ

แม่ผมเล่าให้ฟังว่า เดี๋ยวนี้มีกะทิหลายรูปแบบครับ ซึ่งก็จะสามาถแบ่งออกได้หลัก ๆ ประมาณ 4 อย่าง เรียงตามลำดับความง่ายของการได้มา ดังนี้ครับ

  1. แบบสะดวกที่สุด ก็คือ กะทิสำเร็จรูป กะทิกล่อง กะทิซอง สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่ว ๆ ไป กล่องละ 15-20 บาท ถ้าต้องการกะทิ 1 กิโลกรัม ก็จะใช้ประมาณ 4-5 กล่องครับ ราคาก็อยู่ที่ 60-80 บาท
  2. แบบสะดวก ก็คือ กะทิที่ซื้อตามตลาดสด เป็นกะทิที่ซื้อเป็นกิโล แล้วทางร้านก็จะเข้าเครื่องคั้นออกมาเป็นน้ำ แยกหัวแยกหางกะทิให้เรียบร้อยครับ แบบนี้ราคาแถว ๆ บ้านผม (อำเภอคลองลาน กิโลละ 50 บาทครับ)
  3. แบบกึ่งสำเร็จรูป ก็คือ กะทิที่ขูดเรียบร้อยแล้ว โดยเครื่องขูดมะพร้าว จะเป็นมะพร้าวขูด หรือมะพร้าวฝอยที่นำมาค้นเองที่บ้านครับ กิโลละประมาณ 30 บาทครับ
  4. แบบดั้งเดิม ก็คือ แบบที่ผมและแม่กำลังช่วยกันทำอยู่ครับ ก็คือ ซื้อมะพร้าวจากชาวสวนหรือมะพร้าวที่ปลูกอยู่แถวบ้าน ตามหัวไร่ปลายนา ที่แม่ผมซื้อไว้ลูกละ 3 บาทครับ ถ้าจะใช้ 1 กิโลกรัมก็ประมาณ 2 ลูกครับ ราคาประมาณ 6 บาทครับ

ส่วนแตกต่างทางด้านมูลค่าของทั้ง 4 แบบนั้นก็คือ "ต้นทุนแห่งความสบาย" ครับ

วันนี้ผมได้ทำการวิจัยแบบง่าย ๆ ครับ โดยใช้เทคนิคการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ก็คือ ช่วยแม่ทำครับ

หลังจากที่แม่ของผมใช้มีดเฉาะเปลือกมะพร้าวด้านนอกออกเป็นชิ้นยาว ๆ แล้ว จากนั้นผมก็มีหน้าที่ดึงเปลือกมะพร้าวออก ดึงทั้งเปลือกและขุยมะพร้าวออกจนหมด เมื่อดึงออกเสร็จแล้วยังไม่จบสิ้นกระบวนการครับ เพราะจะมีขุยเล็ก ๆ ติดอยู่ ซึ่งจะต้องทำให้เกลี้ยงครับ โดยการใช้ช้อนขูด เพื่อให้สะดวกในการที่จะขูดโดยใช้กระต่ายขูดมะพร้าวครับ

เมื่อขูดเสร็จแล้ว ก็ "เฉาะ" มะพร้าวออกครับ "จาวมะพร้าว" น่ากินมาก ๆ เลยครับ

จากขั้นตอนตั้งแต่ปลอกมะพร้าวจนถึงกระทั่งเฉาะนี้ ถ้าเป็นผู้ชำนาญการแบบแม่ของผมก็ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาทีต่อลูกครับ

แต่วันนี้มีลูกมือซึ่งไม่ค่อยนัดเท่าใดนักครับ ก็เลยใช้เวลามากน้อยครับ ก็คือประมาณลูกละ 20 นาทีครับ ซึ่งอีก 10 นาทีที่เกินมาก็เป็นฝีมือในการดึงมะพร้าวของผมเองครับ แต่นี่คือเวลาในลูกแรกครับ

สำหรับลูกที่สอง ผมใช้เวลาลดลง 5 นาที ก็คือ ใช้เวลาดึง 10 นาที แม่ผมใช้เวลาผ่า 5 นาทีเหมือนเดิม รวมแล้วลูกที่ 2 ใช้เวลา 15 นาทีครับ

"ใช้เวลาลดลง เพราะมีความชำนาญมากขึ้น"

ความชำนาญนั้นได้มาจาก เทคนิคที่ได้จากประสบการณ์

ประสบการณ์ที่ได้จากการสัมผัสโดยตรง

สำหรับลูกที่ 3 นั้นผมใช้เวลาลดน้อยลงจากลูกที่ 2 อีกนิดหน่อยครับก็คือประมาณ 2-3 นาทีครับ ส่วนแม่ผมก็ยังใช้เวลาเท่า ๆ เดิมครับ ขึ้นตัวแปรแทรกซ้อนที่จะทำให้เวลาเปลี่ยนแปลงบวกหรือลบก็ขึ้นอยู่กับขนาดของลูกมะพร้าวว่าใหญ่หรือเล็กครับ

จากนั้นเมื่อได้ลูกมะพร้าวที่ผ่าออกมาได้แล้ว ถ้ามีจาวอยู่ก็เอาออกไป "กิน" ให้เรียบร้อยครับ

ส่วนเนื้อที่ได้มานั้น "ขูด" 

สำหรับผู้ที่รับหน้าที่การขูดในวันนั้น เป็นแม่ผมครับ

เพราะว่าตอนนั้นเริ่มเย็นแล้ว ถ้าให้ผมขูดมะพร้าวสองลูกเนี่ย สงสัยกว่าจะแกงเสร็จก็จะประมาณเที่ยงคืนแน่ ๆ เลยครับ

ที่ผมทำอะไรไม่ค่อยเป็นก็เพราะว่าช่วงเด็ก ๆ จนถึงกระทั่งโต ผมจะไปเรียนอยู่ต่างจังหวัดตลอด เพราะฉะนั้น ก็เข้าสูตรของการ "ซื้ออยู่ ซื้อกิน" ครับ

 

ดังนั้น ผมจึงรอทำหน้าที่หลัก นั่นก็คือ "คั้นมะพร้าว" เป็นหน้าที่ที่เคยทำมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็จะเป็นมะพร้าวขูดสำเร็จรูปตามข้อที่ 3 ครับ ก็คือซื้อมะพร้าวที่ขูดแล้วมาเป็นกิโลแล้วคั้นเองครับ

 

สำหรับเทคนิคที่ได้จากการทำ R2R ในเรื่องของการคั้นกะทินั้น ที่ได้จากการสัมภาษณ์แม่ และทดลองปฏิบัตินั้นก็คือ

ในการคั้นกะทิ แม่บอกว่า ให้ใช้น้ำอุ่นในการคั้น เพื่อที่จะทำให้มีน้ำกะทิออกมามากที่สุด

ร้อนขนาดไหน?

ใช้หลังมือสัมผัสครับ เวลาเทน้ำร้อนลงไป ให้ผ่านตรงหลังมือก่อน ถ้าเราไม่สะดุ้ง ก็คือ ทนได้ ปกติ ก็แสดงว่าใช้ได้ เพราะถ้าร้อนจนเกินไป ก็จะทำให้มะพร้าวสุก หรือมะพร้าวสุก กะทิก็จะออกมาน้อยเช่นเดียวกันครับ

สำหรับการคั้นนั้น จะต้องกะปริมาณน้ำให้พอดีกับเครื่องแกงและผักที่เป็นวัตถุดิบในการแกง อันนี้เป็นศาสตร์และศิลปครับต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่ได้มาจากประสบการณ์ครับ

แต่เทคนิคเล็ก ๆ ที่ได้ ก็คือ ใช้น้ำน้อยดีกว่าน้ำมากครับ เพราะถ้าตอนแกงแล้ว น้ำน้อยไปก็พอจะเติมได้ ส่วนถ้าน้ำเยอะไปนี่ก็คงจะทำให้เครื่องแกงที่เตรียมไว้อาจจะไม่พอดีกับน้ำกะทิ จนทำให้น้ำแกงที่ได้ออกมานั้นขาดความกลมกล่อมไป

สรุปเวลา

ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการปลอกมะพร้าว ขูดมะพร้าวและคั้นกะทิ จำนวน 2 ลูก เพื่อให้ได้กะทิประมาณ 1 กิโลกรัมนั้น ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีสำหรับผู้ชำนาญการณ์

ส่วนมือสมัครเล่นหรือผู้ไม่มีความชำนาญ ก็จะใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีครับ

แล้วคุณล่ะครับ จะใช้วิธีการใดดีระหว่าง

ซื้อกะทิกล่อง

ซื้อกะทิคั้นสำเร็จแล้วจากตลาด

ซื้อมะพร้าวขูดมาค้นเองที่บ้าน

หรือว่า ซื้อมะพร้าวเป็นลูก ๆ แล้วปลอก ผ่า ขูด และคั้น

สำหรับทางเลือกและคำตอบของแต่ละท่านนั้นก็ขึ้นอยู่กับบริบทและความต้องการที่จะได้รับในขั้นสุดท้ายว่า

"การกิน" กับ "การเสพ" นั้นแตกต่างกันอย่างไร

ทำแค่กิน ซื้อแค่กิน

กับการทำเพื่อ "เสพ"

เสพความสุขจากการได้ทำ

เสพความสุขจากกิจกรรมที่ได้สัมผัส

เสพความสุขจากชีวิตในครอบครัวนั้น

เราจะเลือกทางใด...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50592, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #อาหาร#r2r#ครอบครัว

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (4)

nidnoi
เขียนเมื่อ 
ถ้าให้เลือก  คงจะเลือกกะทิ  แบบที่ 3   เอามาคั้นเอง  เพราะจะได้ความข้นตามที่ต้องการ     แต่แบบนี้ต้องอดกินจาวมะพร้าวแน่ๆ เลย   จำได้ว่าสมัยเด็กๆ  แม่เฉาะมะพร้าวเมื่อไหร่    พี่ๆ น้องๆ  คอยแย่งกันกินจาวมะพร้าวทุกที
^ - ^
เขียนเมื่อ 

อืมม์ น่าคิดนะครับ

เสพสุขจากกิจกรรมที่ทำ อร่อยกว่าเสพสุขจากรสชาดอาหารเป็นไหนๆ

สองปีก่อน ผมกับน้องสาว เกิดไอเดีย อยากให้เพือนบ้านได้มีกิจกรรมร่วมกัน โดยการเป็นเจ้าภาพในการ กวนขนมปาดข้าวเหนียว (ซึ่งเป็นขนมมักจะทำในงานบวชของทางเหนือ) จากนั้นก็ขอแรงเพือนๆ บ้าน และก็เกลอเก่าของพ่อแม่ มาร่วมกันกวน และอุบายของเราก็คือ กวนจากเม็ดข้าวเหนียวจนเม็ดข้าวแตกละเอียด (คิดดูละกันว่าทรมานแค่ไหน)

เรากวนขนมโดยใช้กระทะใบเขื่อง และต้องใช้คนกวนถึงสามคน   ใช้เวลากวนไปวันเต็มๆ แต่ช่างเป็นวันที่มีความสุขที่ได้เห็น ความร่วมแรง การพูดคุย ยิ้มหัว ระหว่างที่กวนขนม 

จากนั้นพวกเขาก็บอกว่า เข็ดละ ปีหน้า อย่าทำแบบนี้อีกนะ เพราะมันเหนื่อยมาก 

 "ถ้าจะทำแบบนี้ ให้เอาไปฆ่าให้ตายดีกว่า" 

ผมก้บน้องได้แต่ยิ้มๆ เพราะเรารู้ผลล่ะว่าเขาต้องบ่นแน่ๆ แต่เราอยากให้เขาได้มีกิจกรรมร่วมกันมากกว่า

ผมเห็นด้วยครับ

เสพสุขจากการทำกิจกรรมร่วมกัน

น่าเสียดายนะคนรุ่นหลังชอบทำอะไรแบบเร่งด่วน เบ็ดเสร็จ  ความเอื้ออาทรกันก็เลยหดหายไปแบบไม่รู้ตัว

 

  • ใช่แล้วครับคุณ Nidnoi จาวมะพร้าวเป็นอะไรที่อร่อยมาก ๆ เลยครับ
  • เมื่อก่อนผมก็ใช้บริการแบบที่ 3 เป็นประจำเลยครับ
  • แต่ช่วงปีที่ผ่านมานี้ มีเครื่องค้นมะพร้าวเข้ามาที่ตลาด ก็เลยไขว้เขวไปใช้บริการแบบที่ 2 เสียหลายครั้งเลยครับ ราคาค่อนข้างสูงครับ
  • แต่อย่างไรก็สู้แบบที่ 3 และแบบที่ 4 ไม่ได้ครับ เพราะเหตุผลอย่างที่คุณนิดหน่อยบอกครับ ก็คือเราสามารถเลือกความข้นจากสิ่งที่เราสัมผัสได้
  • ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่เข้ามาแลกเปลี่ยนและเติมเต็มครับ
  • ขอพลังแห่งความรู้จงสถิตกับท่านตลอดไป
  • ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับคุณคนไกลที่ได้เข้ามาเติมเต็มและให้ความเห็นที่ดียิ่งครับ
  • ขนมปาดข้าวเหนียว ที่คุณคนไกลเล่าให้ฟังน่าทานมาก ๆ เลยครับผมไปอยู่อุตรดิตถ์มา 4 ปี ยังไม่เคยได้สัมผัสขนมชนิดนี้เลยครับ
  • เสพความสุขจากการทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก ๆ เลยครับ
  • ขอบพระคุณคุณคนไกลอีกครั้งครับ
  • ขอพลังแห่งความรู้และพลังแห่งกิจกรรมจงสถิตกับท่านตลอดไป