เรื่องราวของชีวิตช่วงหนึ่งนี้มีโอกาสเดินทางไปเติมเต็มอาหารสมองกันถึงกรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมร บวรรัตนโกสินทร์กันเลยทีเดียว สภาพภูมิอากาศเป็นใจเห็นก้อนเมฆสีขาว ๆ ลอยไปตามสายลมขณะเครื่องบินผ่านพ้นไป สักประเดี๋ยวก็มุดเข้ากลุ่มเมฆฝนเกิดลำตัวเครื่องบินสั่นไหวและโผล่พ้นเห็นพื้นล่างกันอีกครั้งมองเห็นไกล ๆ ริบ ๆ นี่ในยุคการเดินทางผ่านเหนือเมฆจากเมืองหาดใหญ่ถึงดอนเมืองกรุงเทพ ฯ เพียงชั่วโมงกว่า ๆ เอง ถ้าเป็นสมัยก่อนเดินทางเรือก็ปาเข้าไปสามเดือนละ ไม่ต้องคิดถึงคนเดินทางเท้าไม่รู้เมื่อไหร่จะถึง คือถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่งอย่างนั้นละ

เห็นแหลมตะลุมพุก เมืองคอน
การเดินทางได้พบเพื่อน ๆ พี่ ๆ และน้อง ๆ สายวิชาที่สนใจเดียวกัน และ ที่สำคัญคือได้มีโอกาสพบคุณครูอาจารย์ที่เคยสอนตนมาอย่างครั้งนี้ มาพบเจอคนคุ้นเคยเหมือนพี่ชายคือ ท่านศาสตราจารย์ ดร. ไพฑูรย์ พัฒน์ใหญ่ยิ่ง และท่านศาสตราจารย์ ดร. สมภาร พรมทา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านอาจารย์เป็นรุ่นพี่ที่จบ ม. เดียวกันช่วงเรียนอยู่ ป. ตรี ยังเคยเจอกันอยู่ ต่อมาเมื่อผมต่อ ป. โท ท่านอาจารย์ยังหนุ่มกำลังต่อ ป. เอก ที่จุฬา ฯ ท่านอาจารย์ก็มาสอนพวกเราวิชาเกี่ยวศาสนามหายาน ระดับ ป . โท ถ้าผมจำไม่ผิดก็ในปี พ. ศ. 2534 นั้น

ท่าน ศ. ดร. ไพฑูรย์ กับของโปรด หนังสือท่านครับ วางชั้นบันได
วันนี้ดูท่านอาจารย์หุ่นสมบูรณ์ขึ้นมาก ไว้หนวดเหมือนนักปรัชญาดัง ๆ มีลีลาชีวิตที่เรียบง่าย สบาย ๆ อย่างท่านเล่าเล่าว่า...เมื่อทำงานแล้วกลับบ้านเจ้าหมาที่เลี้ยงไว้มักจะวิ่งมาตระกุยตระกายเอาเล็บข่วนประตูรถ ( ดีใจ ) ก็มีความสุขอยู่กับครอบครัวดูต้นไม้ใบหญ้าเห็นสัจธรรมครับ

ท่าน ศ. ดร. สมภาร พรมทา กับยูมิ
นับเป็นความสุขทางพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่งคนที่เข้าถึงเข้าใจแล้วคงเห็นแจ้งตรงกันเหมือนแนวคิด ท่าน ศ. ดร. อาจอง ชุมสายที่บรรยายพอจับประเด็นได้ว่า...ฉัน ต้องการ ความสุข = ความสุข,
I + NEED + HAPPY = HAPPY โดยตัด ฉันต้องการออก ก็เหลือแต่ความสุข = ความสุข นั้นหมายถึง คนเราถ้าตัดตัวกูของกู ตัดความต้องการออกแล้ว ใจก็พบสุขนั้นแล คุณหาความสุขเจอรึยังละ..?
ตัดต้องการออก ก็เหลือแต่ ... ความสุข = ความสุข
ขอบคุณนะคะ ท่านยูมิ
เขียนได้แจ่มมากครับ น่าคิด
สวัสดีครับ ...Dr. Ple
ความสุขอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนะครับ อิ อิ อิ
สวัสดีครับ นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
ขบ คิด ปริศนาธรรมนี้แตก เราจะสบายใจ นะครับ