อาบน้ำแร่ แช่ออนเซ็น

                      

เคยไปอาบน้ำแร่ที่โรงแรมจันทร์สมธารา จังหวัดระนองหลายครั้ง  รู้สึกว่าทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า  การนอนแช่ในอ่างน้ำร้อนที่นี่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย  ไม่มีการเขินอายแต่ประการใดเพราะมีการแยกห้องหญิง-ชาย  และไม่ต้องเปลือยกาย  สวมเพียงแค่ชุดว่ายน้ำเท่านั้น  แต่น้ำแร่ที่นี่ค่อนข้างร้อนมาก  ต้องค่อยๆปรับตัวทีละน้อย  โดยการนั่งห้อยเท้าที่ขอบสระ  วักน้ำลูบไล้ตามเนื้อตัว  ให้ร่างกายปรับตัวทีละน้อยๆแล้วจึงค่อยลงไปแช่ทั้งตัว  ต้องคอยระวังอย่าแช่จนนานเกินไปอาจจะหน้ามืดเอาได้  ทุกๆ 15 นาที ต้องขึ้นมานั่งพักที่ขอบสระสักครู่  หลังจากแช่น้ำแร่แล้วจะรู้สึกสบายตัวมากทีเดียว

เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ก็ตั้งใจว่าจะต้องอาบน้ำแร่แบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า "ออนเซ็น" ให้ได้  ว่ากันว่าใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่ได้ออนเซ็นก็เหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่น

การอาบน้ำแร่แบบออนเซ็นนั้นเป็นวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น  เป็นการอาบน้ำที่ต้องเปลือยกายทั้งหมด  ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจะทำให้สุขภาพดี ผิวพรรณผ่องใส   ซึ่งห้องอาบน้ำจะมีทั้งห้องรวม และแยกเพศหญิง-ชาย ไกด์แนะนำว่าเมื่อมาถึงญี่ปุ่นแล้วก็ควรจะลองดูสักครั้ง  แต่ทว่าไม่มีเสียงตอบรับจากคณะทัวร์  ทุกคนบอกว่าทำใจลำบาก  เพราะไทยเราไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเช่นนี้

 คณะทัวร์ของเราเข้าพักที่ Fujinoboukaen Hotel  ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ในเขตซุนโต ชิสุโอกะ ไม่ไกลจากภูเขาไฟฟูจิ  นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยนิยมมาพัก  เห็นได้จากเอกสารในห้องพักมีภาษาไทยกำกับด้วย  ห้องพักเป็นสไตล์ญี่ปุ่น  พื้นห้องปูด้วยเสื่อญี่ปุ่นที่ละเอียดอ่อน  มีที่นอนปูนอนกับพื้นแบบญี่ปุ่น  แต่ที่สุดยอดเห็นจะเป็นพอเปิดผ้าม่านก็มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน

 

 

ในห้องพักจะมีชุดยูกะตะให้สวมใส่  ซึ่งสามารถสวมใส่ในเวลาที่อยู่ในโรงแรมไม่ว่าจะไปดินเนอร์ทีห้องอาหาร  หรือไปออนเซ็นก็ได้

บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารเย็นเป็นเวลาพักผ่อนตามอัธยาศรัย

 ได้เวลาไปออนเซ็น...

ที่ชั้น 3 ของโรงแรมจะเป็นที่รวมของความบันเทิงทุกอย่าง  รวมทั้งออนเซ็นด้วย  ซึ่งที่นี่จะเป็นออนเซ็นแบบแยกหญิง - ชาย ทำให้สบายใจขึ้นหน่อย  ภายในห้องออนเซ็นจะมี 3 ส่วน  ส่วนแรกเมื่อผ่านผ้าม่านแบบญี่ปุ่นเข้าไปจะเป็นส่วนที่วางรองเท้าเกี๊ยะ   สังเกตดูเห็นรองเท้าวางอยู่ไม่กี่คู่ก็เข้าใจว่าคงจะมีคนใช้บริการไม่กี่คน  เมื่อถอดรองเท้าวางให้เรียบร้อยแล้วก็เปิดประตูแบบบานเลื่อนเข้าสู่ส่วนที่ 2 ของห้องออนเซ็น  จะมีล็อคเกอร์เหมือนตามสระว่ายน้ำ  มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งแต่งตัว  มีอุปกรณ์พร้อมทั้งหวี แปรง ไดร์เป่าผม แป้ง โลชั่นทาผิว  ที่จุดนี้จะต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดใส่ในล็อคเกอร์  สามารถถือผ้าขนหนูผืนเล็กเข้าไปได้เพียงผืนเดียวเท่านั้น  ต้องตัดสินใจเองว่าผ้าผืนน้อยนิดนี้จะใช้ปิดร่างกายส่วนใดดี  แต่ขอแนะนำว่าไม่ต้องปิดส่วนใดทั้งนั้น  เพราะจะเป็นจุดสนใจของผู้คนที่เดินเปลือยกายอยู่ภายในห้องนี้  

เมื่อเลื่อนบานประตูเข้าสู่ส่วนที่ 3 ของห้องออนเซ็นซึ่งคิดไว้ว่าคงจะมีคนอยู่ไม่กี่คนตามจำนวนรองเท้าเกี๊ยะที่วางไว้  การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น  ภายในห้องส่วนนี้มีผู้มาใช้บริการออนเซ็นอยู่เกือบ 50 คน เต็มไปหมดทั้งห้อง  แต่เมื่อเข้ามาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป  ด้านหนึ่งของห้องจัดเป็นที่อาบน้ำก่อนลงสระ  มีเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ ให้นั่งอาบน้ำสระผม  โดยจัดครีมอาบน้ำ แชมพูสระผมเอาไว้ให้พร้อมสรรพ  ต้องอาบน้ำให้สะอาดก่อนลงสระไม่เช่นนั้นจะถูกสมาชิกคนอื่นๆต่อว่าต่อขานเอาได้ ที่ขอบสระจะมีขันไม้วางอยู่  ใช้ขันนี้ตักน้ำในสระรดตามร่างกายเพื่อปรับอุณหภูมิให้คุ้นเคย  แล้วก็ก้าวลงไปหาที่นั่งในสระ  แช่น้ำแร่ธรรมชาติซึ่งปรับอุณหภูมิอยู่ที่ 42 องศาให้สบายอารมณ์  นั่งฟังสมาชิกคนอื่นๆ พูดคุยกันเสมือนหนึ่งว่าเข้าใจ  ไม่มีสำเนียงไทยให้ได้ยินเลยแม้แต่คำเดียว...

ผลของการแช่ออนเซ็นทำให้ผ่อนคลาย กระปรี้กระเปร่า  โลหิตสูบฉีดไปทั่วร่างกาย  รู้สึกสบายมากจนแอบวางแผนว่าพรุ่งนี้เช้าจะต้องไปแช่ออนเซ็นอีกสักครั้ง  ห้องออนเซ็นเปิดบริการเวลา 6.00 น. - 23.00 น.  ดังนั้นพอตื่นขึ้นมาตอนเช้า  เปิดผ้าม่านอรุณสวัสดิ์กับฟูจิซังแล้วก็รีบลงมาที่ห้องออนเซ็น  เช้าวันนี้ผิดคาดมากไม่มีผู้มาใช้บริการเลย  ทั้งสระมีเพียงเราคนเดียวเท่านั้น  จึงได้รู้ว่าสวรรค์บนดินนั้นเป็นฉันใด...