ผ่านไปสัปดาห์ที่เจ็ดแล้วสำหรับการฉีดยาอินเตอเฟอรอนและยากินไรบาไวริน อาการข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์เริ่มจะแสดงอาการตามมา แม้แรกๆผมจะรู้สึกว่าจะเป็นเพียงไข้ปวดหัวหลังฉีดยา1-2วันเท่านั้น
ผื่นคันที่ขึ้นตามตัวเป็นเม็ดเล็กๆเกาแล้วคันๆมันๆ สิ่งนี้ผมคุ้นเคยกับมันแล้วแม้ว่ามันจะเกิดนานหลายวันกว่าก่อน แต่ผมก็ทำใจได้ว่ามันจะต้องเกิด
อาการคลื่นไส้คล้ายจะอ้วกเกิดถี่ขึ้น ถ้าอยู่บ้านก็จะมีส้มหรือน้ำส้ม รสเปรี้ยวๆกินให้หายคลื่นไส้ ถ้าอยู่ที่ทำงานผมจะหาลูกอมแก้ได้บ้างเล็กน้อย หลายคนถามผมว่าเป็นอะไรเมื่อเห็นผมทำท่าเหมือนจะอ้วก ผมบอกไปว่าคลื่นไส้สงสัยจะท้อง พวกเขาก็ได้แต่ขำๆ
อาการระคายคอ คอแห้ง กินอะไรก็ไม่อร่อยเป็นมาประมาณสองสัปดาห์ ไม่หาย รสชาติอาหารเปลี่ยนไป อยากกินสิ่งที่คิดว่าแซ่บอร่อยแต่ก็ได้แต่รสเผ็ดร้อนหาความอร่อยไม่เจอ สิ่งนี้ทำให้ผมกินได้น้อยลง แต่ถึงยังไงผมก็พยายามกินเข้าไป แม้รสชาติจะไม่อร่อยแต่ก็จะกินให้มันหมดจาน เพราะถ้าน้ำหนักต่ำกว่านี้จะขาดสมดุล
ความหงุดหงิดแม้จะเป็นอารมณ์ที่มากระทบทั้งจากภายนอกและภายใน เป็นสิ่งที่ควบคุมยากมากที่สุด โดยเฉพาะอารมณ์ที่อยู่ภายในตัวผมเอง ที่ตามไม่ทันแล้วก็ทำให้พูดระบาย บ่น ในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา รู้ตัวอีกทีก็สายเสียแล้ว
อย่างเช่นโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทั้งที่โต๊ะทำงานหรือมือถือ จะรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่ได้ยินเสียงและไม่อยากจะรับสาย และพอรับสายถ้าเป็นเรื่องงานหรือเรื่องที่มีปัญหาร้องเรียนมาก็จะเงียบไปเฉยๆไม่อยากพูดเอาดื้อๆจนคนที่คุยด้วยสงสัยทวนเรียกชื่อว่าใช่ผมหรือไม่
"นี่คุณ..อยู่ในสายหรือเปล่าคะ"
"ใช่ครับ"
"นี่พี่..จากองค์การฯนะคะ จำได้ไหมคะ"
"จำได้ครับ"
"เออ...เข้าใจที่เราคุยกันนะคุณ.."
"ครับพี่ หวัดดีครับ"
ผมพูดประมาณนี้ในอารมณ์นั้น ที่เข้าใจในสิ่งที่คุยกับสายและยินดีที่จะทำตามสิ่งที่ตกลงคุยกันนั้น แต่ใจผมตอนนั้นประมาณว่าไม่ชอบที่งานมันต้องแก้ไข หรือมีใครมาจี้ให้ทำตามนั้น
เหตุการณ์ทางโทรศัพท์เกิดขึ้นทำนองนี้บ่อย แม้หลังจากเกิดจะรู้ว่าไม่ควรพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่รู้ตัวทุกครั้งที่รับสาย จนหลายๆคนที่ไม่รู้ว่าผมป่วยเขาก็แปลกใจที่ผมเปลี่ยนไป บางคนขอโทษที่โทรฯมารบกวนให้เข้าประชุม แม้ว่าผมจะให้ความร่วมมืออย่างดีขณะเข้าร่วมประชุม เหมือนพวกเขารับรู้ในน้ำเสียงขณะพูดทางโทรศัพท์ของผม
สำหรับที่บ้าน ความเป็นตัวตนมีมากอยู่แล้ว ทุกอย่างขวางหูขวางตาไปหมด อาหารไม่อร่อยก็เหน็บคนซื้อ แม้ส้มเขียวหวานที่แฟนซื้อมาให้ก็โดนความหงุดหงิดของผมรังครวญว่า
"ซื้อมาได้ยังไงไม่มีรสชาติเลย จะเปรี้ยวก็ไม่เปรี้ยว จะหวานก็ไม่หวาน"ผมกินไปชิ้นหนึ่ง ที่เหลือผมเขวี้ยงลงถังขยะ
"อ้าว เธอ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะเพราะไม่ได้ชิม ก็เลือกลูกสวยๆมาทั้งนั้น"แฟนผมโต้
ผมเงียบพยายามดึงสติกลับมา เก็บชิ้นส้มที่ทิ้งในถุงขยะขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะนึกสงสารแฟนที่อุตสาห์ซื้อของกินมากมายมาให้ แต่กลับโดนผมบอกว่าไม่ได้เรื่องพร้อมโยนทิ้งเสีย โดยหารู้ตัวไม่ว่าเกิดจากตัวเองที่รสชาติของอาหารได้เปลี่ยนไป
ผมหยิบชิ้นส่วนส้มนั้นขึ้นมากินอีกครั้งเพื่อชดเชยความผิดของอารมณ์ตัวเอง แม้รสชาติมันจะจืดชืดแค่ไหนก็ตาม....
เพื่อ .... ไถ่บาป นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
เชิญอ่าน เข้าค่ายหมอเขียว ตอนผู้ป่วยอาการดีขึ้นไหมค่ะ
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/504832
คนอยู่ทางเมืองนอกกำลังสนใจ อาจจะดีขึ้นก็ได้นะครับ
อาจารย์คะ เข้าใจและเห็นใจค่ะ
เคยเป็นตอนกินยาต้านไวรัสวันละสิบครั้ง ตอนหลังใช้วิธีกินแต่น้ำผลไม้และเลยถือโอกาสลดน้ำหนัก
เรียนดนตรีด้วยค่ะ ทำอะไร ๆ ที่เพลิดเพลินและใช้เวลามาก ๆ
ผ่อนคลาย และคิดถึงมันให้น้อยลง ราวกับว่า เธอชนะฉันหรือ ไม่ใช่นะ ฉันไม่รับรู้เธอต่างหาก
คนที่เป็นไวรัส ซี ค่าของตับลงมาเกือบปรกติหลังจากการเข้าค่ายหมอเขียว
ลองฟังดูครับ
http://www.youtube.com/watch?v=SAUdraFkqhE&feature=relmfu