ถนนท้องถิ่นทอดผ่านชุมชนและหน้าบ้านผม ที่บ้านห้วยส้ม สันป่าตองนั้น รกมาก หญ้าและไม้ไร่ที่กอปรกันเป็นความรก ก็มักจะเป็นจำพวกไมยราพและพืชมีหนามแหลมคมสารพัดชนิด ทั้งชนิดเป็นพุ่ม ยืนต้นเดี่ยว เป็นแขนงแผ่ไปตามหน้าดิน เป็นเถาเลื้อยพันไปตามกอหญ้า สอดแทรกอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ใบเขียวหนาแน่น

สภาพอย่างนี้ มักจะปรากฏให้เห็นตามทางสัญจรสาธารณะอยู่ทั่วไป หากเห็นรกๆจนทำให้เราทนเพิกเฉยดูดายไม่ได้ แล้วลองเดินไปดึงหญ้าและเถาวัลย์รกๆที่เห็นเหล่านั้นแล้วละก็ เป็นต้องมีอันได้ปวดเจ็บจากหนามทิ่มแทงและตำเต็มแขนเต็มมือ ระบมอยู่นานเลยทีเดียว เหตุนั้น จึงมักจะถูกปล่อยให้มีสภาพรกๆตามบุญตามกรรม กระทั่งรุกล้ำพื้นที่สัญจรให้แคบลงไปเรื่อยๆ รวมทั้งบดบังทัศนียภาพรอบข้างจนกลายเป็นพื้นที่อับสายตาและสร้างชุมชนให้แวดล้อมไปด้วยทัศนอุจาด

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูทำนาเมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา นอกจากหักล้างถางพงตามคันนาเพื่อทำนาข้าวบนพื้นที่เกือบ ๑ งานแปลงหนึ่งของผมแล้ว ผมเลยถือโอกาสถือเอาเครื่องตัดหญ้าเดินตลุยตัดหญ้าตามริมถนนและบนคันนาที่อยู่ติดกับหน้าบ้าน เรื่อยไปจนถึงสองริมถนนที่ทอดผ่านหน้าบ้าน ๒ ช่วงเสาไฟฟ้า เผยให้เห็นท้องนา เชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ความเขียวขจีกินอาณาบริเวณกว้างขวาง http://www.gotoknow.org/blogs/posts/498110

เสร็จแล้ว ก็ขุดหลุมเตรียมดินและปุ๋ยอินทรีย์แบบทดลองสูตรต่างๆเล่นไปในตัวตามแต่ใบไม้ใบหญ้าที่มีให้มากมายในบ้านและตามละแวกบ้าน จากนั้น ก็นำเอาต้นลั่นทมและต้นจำปามาลง  

พื้นที่ความรกเรื้อ อับสายตา เลยถูกจัดวางองค์ประกอบใหม่ ผ่านไปเพียงเดือนสองเดือน ก็กลายเป็นพื้นที่สำหรับลอยชายและเลียบเลาะชมทุ่ง สภาพแวดล้อมและไม้ไร่รอบข้างเชื่อมโยงตนเองเป็นสุขภาวะนิเวศ บางวันในยามแดดร่มลมตก ก็เริ่มได้เห็นเพื่อนบ้านของผมพาลูกหลาน หมา และสมาชิกในครอบครัว ออกมาเดินเล่น ถนนชุมชนเริ่มมีความเป็นห้องกลางแจ้ง สำหรับเดินออกจากบ้าน มาสร้างความมีชีวิตที่อิงอาศัยกันของผู้คนในชุมชน

พื้นที่ใช้สอยเพื่อการสัญจร จึงเหมือนกับมีมีบทบาทต่อการได้เพิ่มพูนพื้นที่กิจกรรมชีวิตสำหรับกล่อมเกลาการอยู่ร่วมกัน ให้เพิ่มขึ้นมาอีกมิติหนึ่ง เกิดพื้นที่สุนทรียภาพ เห็นความรื่นรมย์ในชุมชน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมบนรายทาง 

กลุ่มชาวต่างชาติพากันถีบจักรยานท่องเที่ยว ในแนวท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และท่องเที่ยวแบบสร้างสุขภาพ ถีบรถพลางก็ตะโกนส่งเสียงคุยกัน บ้างก็มองซ้ายขวาชมทัศนียภาพรายทาง ผ่านมาถึงหน้าบ้านและเห็นผมกำลังเดินตัดหญ้าจากหน้าบ้านออกไปยังสองริมถนนที่พวกเขาได้อาศัยเที่ยวท่องและสัญจรผ่านทาง ก็ส่งเสียงทักทาย ส่งยิ้ม ส่งภาษาสื่อความสุขและความรู้สึกดีต่อกันในอก ให้กัน  

ลั่นทมและจำปาที่ปลูกแม้ยังไม่ทันโต แต่ก็กลับออกดอกเป็นดอกความสุขความรื่นรมย์ใจ ที่ผลิจากข้างในแล้วเบ่งบานเป็นรอยยิ้มสื่อความสดใสบริสุทธิ์จากใจของผู้เยือนผ่านทาง แม้ต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์กัน ก็อยู่ในบรรยากาศที่เอื้อให้นำมาแบ่งปันกันได้ จึงต่างมีความสุขและต่างได้เป็นพลวัตรปัจจัยของชีวิต เพื่อเป็นความรื่นรมย์เบิกบานใจ เพิ่มพูนโอกาสของน้อมนำชีวิตไปสร้างสิ่งดีๆในวิถีแห่งตนได้มากยิ่งๆขึ้น ทั้งเมื่อพำนักอาศัยอยู่ในสังคมไทยหรือในสังคมไหนก็ได้ในโลกนี้ ย่อมส่งผลดีต่อกันแน่นอน.