อาหารลดน้ำหนัก <dd>ภาวะน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน เป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ ที่ตามมาคือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคข้อเข่าอักเสบ โรคหัวใจขาดเลือด และภาวะไขมันในเลือดสูง ฯลฯ
เราจะทราบว่าน้ำหนักตัวเกิน สามารถคำนวณได้ดังนี้ </dd><dd> 1. การใช้ดัชนีมวลกาย (BMI, Body mass index) </dd><dd><p>ข้อเสนอแนะในการลดน้ำหนักคือ </p></dd><dd>1. ลดพลังงานที่ควรจะได้ต่อวัน โดยพลังงานที่แนะนำคือ </dd><dd>    หญิง = 20 กิโลแคลอรี x น้ำหนัก (IBW) = พลังงานที่ควรได้/วัน </dd><dd>    ชาย = 25 กิโลแคลอรี x น้ำหนัก (IBW) = พลังงานที่ควรได้/วัน </dd><dd>หรือลดปริมาณพลังงานที่ควรได้จากตารางของกรมอนามัยอีกร้อยละ 10-20 ของพลังงานที่ต้องได้ต่อวัน </dd><dd>การลดน้ำหนักต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ลดอย่างเร็ว เพื่อให้ร่างกายปรับตัว สัปดาห์ละ 1/2 - 1 กิโลกรัม ถ้าต้องการลดอย่างรวดเร็วและมาก ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เช่น การลดน้ำหนักในเด็ก </dd><dd>2. กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ห้ามงดมื้อใดมื้อหนึ่ง และอาหารต้องประกอบด้วยอาหาร 5 หมู่ ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวแป้งและเผือก มัน น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากแป้ง ผลไม้ ผักใบเขียว-ขาวทุกชนิด ไขมันจากพืชและสัตว์ เป็นต้น </dd><dd> สรุปข้อแนะนำในการลดน้ำหนัก </dd><dd>1. ลดน้ำหนักทีละน้อย สัปดาห์ละ 1/2-1 กิโลกรัม </dd><dd>2. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ไม่ขาดหมู่ใดหมู่หนึ่ง </dd><dd>3. กินอาหารให้ครบทุกมื้อและลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง </dd><dd>4. งดอาหารขบเคี้ยวทุกชนิดและอาหารว่างระหว่างมื้อ </dd><dd>5. งดขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม อาหารขยะทุกชนิด </dd><dd>6. งดอาหารทอดที่มีไขมันสูง เช่น ปาท่องโก๋ กล้วยแขก ฯลฯ </dd><dd>7. งดการใช้น้ำตาลในการปรุงอาหาร </dd><dd>8. งดเนื้อสัตว์ติดมัน และหนังสัตว์ ใช้เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ (Lean meat) ปลา ฯลฯ </dd><dd>9. กินผลไม้ที่มีรสหวานไม่จัด และกินผลไม้ทั้งผล งดการกินน้ำผลไม้คั้น ผลไม้กระป๋อง </dd><dd>10. กินผักใบเขียว-ขาว และผักอื่น ๆ ทุกมื้อ และหลากหลายชนิดใน 1 วัน </dd><dd>11. ตักข้าวตามจำนวนที่ต้องกินครั้งเดียว ไม่ตักเพิ่มอีก </dd><dd>12. กินอาหารช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียดประมาณคำละ 10 ครั้ง </dd><dd>13. กินอาหารพออิ่ม ไม่เสียดายอาหารที่เหลือ </dd><dd>14. ออกกำลังกายให้เพียงพอและสม่ำเสมอทุกวัน </dd>