ไปดู Spiritual Health Care ที่อเมริกา

ที่รพซานดิเอโก รพ แห่งนี้เป็นโรงพยาบาลด้าน Trauma centre ของเมืองนี้ และยังมีความเก่งด้านcardiac. vascular Cancer Orhtopedic ด้วย ได้รับการรับรองจากJoint Commission Health care accreditation ซึ่งขนานนามว่ารพนี้คือTOP Performance 2011 ซึ่งรพภาคภูมิใจมาก

วันที่แม่ต้อยจะออกเดินทางไปดูงานที่อเมริกานั้น ที่กรุงเทพมหานครฯ ฝนตกฟ้าร้องราวกับโลกจะถล่มทะลาย แม่ต้อยนั่งดูสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาพร้อมกับนึกว่านี่เราจะเดินทางข้ามฟ้าไปอีกด้านหนึ่งของโลกได้อย่างไรกัน?

 

แต่เครื่องบินก็พาแม่ต้อยและเบทออกไปได้ด้วยดี  ตลอดระยะทางเจอพายุมาก จนกัปตัน( ชื่อธีระ หรือเปล่า ไม่ได้ถาม อิอิ) ต้องมีคำสั่งให้ผู้โดยสารนั่งรัดเข็มขัดตลอดเวลาตลอดการเดินทาง

ใช้เวลาราว๖ ชั่วโมงเครื่องบินก็ถึงสนามบินนาริตะที่ญี่ปุ่น แม่ต้อยเหลือบมองเวลา ว้าววเหลือเวลาไม่ถึง๔๐นาทีเท่านั้นเราจะทันหรือไม่น้า...

พอดผล่หน้าพ้นเครื่องบิน พนักงานสายการบินUA มารอรับที่ประตูเครื่องบินเพื่อพาผู้โดยสารที่มีเวลากระชั้นชิด ไปส่งที่ประตู เพื่อต่อเครื่องเลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา. แม่ต้อยและเบทวิ่งและเดินตามพนักงานสาวคนนั้นอย่างกระชั้นชิด

เมื่อถึงจุดตรวจก่อนที่จะขึ้นเครื่องอีกครั้ง เสียงดังปิ้ปๆ  เมื่อแม่ต้อยเดินผ่าน

พนักงานให้แม่ต้อยยืนกางแขนกางขาพร้อมกับควานไปทั่วตัว( สยองอิอิ). แม้กระนั้นยังไม่เป็นที่พอใจ

พนักงานชายที่หน้าตาบูดบึ้งมาแต่ชาติปางก่อน บอกให้แม่ต้อยถอดกำไลที่ใส่ติดตัวออกเดี๋ยวนั้น

กำไลอันนี้  ตอนอยุ่ที่บ้าน ใครให้ถอดออกไม่เคยทำได้  จะถอดออกก็ต่อเมื่อต้องใช้สบู่ถูให้ลื่นเท่านั้น

แต่วันนั้นพอแม่ต้อยขยับ พร้อมกับกลั้นใจ  ปรากฏว่าหลุดออกได้ง่ายดาย    จึงสามารถผ่านด่านพี่ยุ่นไปได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว

เบทกับพนักงานเดินล้ำหน้าไปไกลแล้วแม่ต้อยทำสัญญาณให้เดินล่วงหน้าไปก่อน ได้เลย. ไม่ต้องรอ ไหนๆก็ไหนๆ เขาคงไม่ทิ้งเราแน่ๆ

ตลอดเส้นทางยังมีพนักงานขายของหน้าร้านที่มาเรียกร้องเชิญชวนให้เข้าไปซื้อของประเภทต่างๆน้ำหอมเครื่องสำอาง. อิอิ    นี่หากมีเวลาสักหน่อยนะ คงได้เรื่องแน่ๆ

จริงดังคาด ที่หน้าประตูที่จะขึ้นเครื่องมีผู้โดยสารยืนรอเป็นแถวพนักงานกำลัง สาระวนในการเช็ครายชื่อผู้ที่จะมาต่อเครื่องเที่ยวนี้

 

คราวนี้เราต้องใช้เวลาประมาณ ๙ชั่วโมงจึงจะถึงซานฟรานซิสโกเมืองที่ใครต่อใครทำหัวใจหล่นหายไว้ที่นั่น

แม่ต้อยได้ที่นั่ง.  ใกล้กับชายนิรนาม  เขานั่งหน้าตาไม่รู้ร้อนหนาว เหลือบหางตามามองแม่ต้อยเล็กน้อย  แล้วเอาขาพาดชั้นข้างหน้าขวางทางเข้าออกซะงั้น

  จะเดินเข้าออกแต่ละทีคงยากชะมัด เวลาพูดกับพนักงานต้อนรับก็ต้องพูดผ่านหน้าเขาไปอีกที นึกในใจว่าคราวต่อไปขอนั่งใกล้ทางเดินน่าจะดีกว่าสำหรับสาวที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆอย่างเรา. แถมยังหน้าตาดี หุหุ

ตลอดเส้นทาง เจอทั้งลมแปรปรวน ทำให้เครื่องบินตกหลุมอากาศบ่อยครั้งเด็กร้องไห้จ้า ทำให้แม่ต้อยหลับๆตื่นๆ. ไปตลอดทาง

มีครั้งหนึ่งแม่ต้อยไปเข้าห้องน้ำ เอ่ยปากขอทางชายนิรนาม เขาไม่ยอมลืมตา แม่ต้อยจึงตัดสินใจก้าวข้ามเขาไป แฮ่ๆ

พอกลับมายังไม่ทันหย่อนก้นลงนั่ง  (หลังจากข้าม ขาเขามาอีกรอบ). เครื่องบินตกหลุมอากาศวูบ ชายนิรนามลืมตาพร้อมกับเอามือมาจับตัวแม่ต้อยไว้ แอ่น แอ๊น...

คราวต่อไปหากจะให้นั่งกับชายนิรนามอีกน้องปูกรุณาตรวจสอบอายุด้วยนะฮ้า

ถึงสนามบินซานฟรานซิสโกขาเข้าเมืองสะดวกง่ายดายมาก มาต่อเครื่องเล็กจิ๋วเพื่อบินในประเทศไปยังเป้าหมายปลายทางคือPalm springs นั่นเอง

เราเดินทางมานานหลายชั่วโมงจึง ออกอาการเพลีย เบทหน้าซีดเซียว  เมื่อคืนคงไม่ได้นอนคนแน่นออก อย่างนั้น

เครื่องบินตัวจิ๋วพาเราบินลัดเลาะภูเขามาอีกสองชั่วโมง เมื่อนักบินบอกว่าจะร่อนระดับลงแล้วแม่ต้อยมองลงไปข้างล่าง

โห....  มีแต่ภูเขาแห้งๆไม่มีต้นไม้สักต้น ภูเขาสีแดงซีดๆเรียงกันเป็นตับ มีทะเลทรายเป็นหย่อมๆ อากาศข้างล่างคงร้อนน่าดูชม

เครื่องบินกางล้อ แม่ต้อยนึกในใจตายละวา จะลงได้อย่างไรยังไม่เห็นรันเวย์เลย

แต่เขาก็พาลงจนได้แฮ่ๆ   แม่ต้อยออกอาการหิวโหย มองดูนาฬิกาประมาณสี่โมงเย็นที่กรุงเทพฯคงราวตีห้าหรือหกโมงเช้า

นี่เราตื่นตีสามครึ่งเดินทางจนเกิน24ชั่วโมงแล้ว กลับมาว่าจะขอโอที สักหน่อยคงจะดี ฮ่าๆ

 

สนามบินpalm Spring เล็กมากเงียบเหงา เราต้องเดินจากห้องโถงผู้โดยสารฝ่าแสงแดดไปตามทางเดินเพื่อไปรับกระเป๋าอีกตึกข้างหน้า. ความรู้สึกเหมือนเดินทางไปแถวๆอาฟริกา ไม่ใช่อเมริกา  แสงแดดแผดกล้าระยิบระยับ  จนต้องหยีสายตามอง

 บริเวณที่รับกระเป๋า แม่ต้อยเห็นคนใส่ขาสั้น เสื้อสายเดี่ยว ยืนเข้าแถวเพื่อเช่ารถขับ น่าจะราคาถูกแน่ๆเลย. แต่เวลานี้แม่ต้อยคงไม่สามารถ แน่ๆ จึงถามพนักงานว่าเราจะเรียกรถแท็กซี่ได้ที่ไหน เพราะมองออกไปเห็นแต่ต้นปาล์มเรียงกันเป็นตับ

 

ออกไปเรียกรถแท็กซี่ วิธีการคือเราต้องไปที่ตู้โทรศัพย์สีเหลือง แล้วเรียกรถ เขาจะถามว่าเราจะไปไหนตอนนี้เรายืนณที่ใด ของสนามบิน. ง่ายมากคะ

สักนาทีเดียว ชายหนุ่มกางแกงแดงผมยาวก็ขับรถปร๋อมารับเราพี่แกคงจอดรออยู่ใกล้ๆนี่แหละคะ

ไม่พูดพล่ามทำเพลงหนุ่มผมยาวรีบยกกระเป๋าใส่ท้ายรถ เราสองคนขึ้นนั่งเป็นคุณนายได้เสียที

มาประชุมหรือ"  หนุ่มถามหลังจากที่ทราบว่าเราจะไปที่โรงแรมที่จองไว้

แกคงรับส่งมาหลายรายแล้วสินะ

 

ระยะทางที่เข้าเมืองมีแต่ต้นปาล์มเป็นระยะ  บ้านเป็นหลังสี่เหลี่ยม คล้ายๆสิ่งปลูกสร้างใหม่ ไม่มีต้นไม้ดูแห้งแล้งห่อเหี่ยว  คนขับคุยให้เราฟังว่าเพิ่งมีการพัฒนาเมืองเพราะมีนักท่องเที่ยวมามากขึ้น

 

เขาเล่าว่า ส่วนมากคนที่มาอยู่จะเป็นคนแก่ที่รีไทม์แล้ว เพราะอากาศไม่หนาวมาก เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวมาก  และ ลูกหลานนิยมให้มาอยู่  เพราะ จะได้มีโอกาสมาออกรอบตีกลอฟได้ง่าย  เนื่องจาก ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและการเล่นกีฬา ประเภทต่างๆ เฉพาะสนามกลอฟมีมากถึงสองร้อยแห่ง

โรงแรม JW Marriott  ที่มาพักดูหรูหราราคาแพงมาก. แต่อย่าอิจฉาเลยนะคะ

เพราะว่าที่ห้องไม่มีน้ำให้ดื่ม ราคานี้ไม่รวมอาหารเช้า แม่ต้อยต้องต้มน้ำและกินมาม่าในวันแรก แค่นอนกับสุดอากาศก็แพงระยับแล้ว

และที่สำคัญคือเขาไม่มีหมวกอาบน้ำให้เลย  แม้ว่าที่อาบน้ำจะเป็นแบบฝักบัว เขาคงตั้งใจให้เราโพกด้วยผ้าขนหนู แต่มันเปียกซึมเข้าไปถึงไหนต่อไหน

ไม่เห็นเหมือนในหนังที่นางเอกอาบน้ำออกมาเลย ฮ่าๆ

 แม่ต้อยวางเงินทิป ให้พนักงานทำความสะอาดและบอกว่าขอShower cap หน่อยนะคะ. เขาคงไม่มีจริงๆจึงเอาครีมล้างมือมาให้แทนสามขวดพร้อมกับถุงพลาสติคหนึ่งใบให้แม่ต้อยคลุมอาบน้ำแทน  เขาน่ารักนะคะ

เล่ามาตั้งนาน ยังไม่ได้เข้าเรื่องดูงานเลยใช่ไหมคะ

ที่จริงในวันที่มาถึงอาจารย์ผ่องพรรณโทรมาหาบอกว่าจะมารับไปซื้อของที่  Out . Let brand name. แม่ต้อยได้แต่เสียดายๆๆๆๆๆๆ เพราะได้ลงทะเบียนในการไปดูงานไว้ เลยอดเลย. นี่หากรู้ล่วงหน้าคงไม่พลาดแน่ๆ นะคะ

 

ต่อไปนี้จะเป็นการเล่าเรื่องดูงานแล้วละคะ

                         ที่รพซานดิเอโก รพ แห่งนี้เป็นโรงพยาบาลด้าน Trauma centre ของเมืองนี้  และยังมีความเก่งด้านcardiac. vascular Cancer Orhtopedic ด้วย ได้รับการรับรองจากJoint Commission Health care accreditation ซึ่งขนานนามว่ารพนี้คือTOP Performance 2011 ซึ่งรพภาคภูมิใจมาก

   
ยังได้รับรางวัล Malcom Baldrige National Quality Award และ Magnet designation for excellence in nursing อีกด้วย

ในปี2012 นี้เองได้เข้าเป็นสมาชิกของPlanetree เพื่อนำแนวคิดด้าน patient cantered รวมทั้งFamily& patient experience มาใช้ในการวางระบบงานเพื่อนำเข้าสู่มิติจิตใจมากยิ่งขึ้น

มีโปรแกรม Healing environment. อย่างชัดเจน เน้นการเยียวยาควบคู่กับการรักษาที่เป็นเลิศ

 

เรานั่งรถบัสขนาดใหญ่ไปกับกลุ่มฝรั่ง. บรรยากาศบนรถสนุกสนานกับการให้ออกกำลังกาย การตั้งคำถามเพื่อแลกเปลี่ยนกัน เช่น

 

๑อะไรคือความท้าทายในการทำงานของคุณ

๒. การมาดูงานในวันนี้เราต้องการเรียนรู้อะไร

๓ฉันมีการเตรียมตัวอะไรบ้างในการมาดูงานครั้งนี้

๔.เราคิดว่าเราตั้งเป้าหมายในการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆสักกี่คน

๕ เรามีเรื่องอะไรที่ดีดีที่จะมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้าง

 

 

 

แล้วก็มีแลกเปลี่ยนกัน ในรถ  แต่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรเขาเดินผ่านคนเก่งทั้งสี่ของไทยแลนด์ไปซะงั้น ....

ใช้เวลาเดินทางสองชั่วโมงครึ่งเราไปถึงโรงพยาบาล เขาเตรียมการต้อนรับที่น่ารักอบอุ่นมากใช้สนามหญ้าข้างรพ.ในการวางอาหาร จัดโต้ะน่ารัก บางแห่งปูเสื่อให้นั่งกินคล้ายการไปปิคนิคมีเพลงจากนักร้องให้เราฟังด้วยแบบสบายๆ ทีมงานของรพ มาคอยต้อนรับอำนวยความสะดวก

มีจิตอาสามาคอยต้อนรับด้วย  เมื่อคุยกันจึงรู้ว่า จิตอาสาที่เมืองนี้มีมากถึงสองพันคน แต่จะมีหน่วยงานที่ชัดเจนทำหน้าที่ในการรับสมัคร คัดเลือกอบรมให้มีความชำนาญด้านต่างๆตามความถนัดก่อนส่งเข้ามาทำงานในรพที่ได้เลือกไว้แล้ว

เช่นการนวดเพื่อผ่อนคลาย  reki practitioner. หรือการร้องเพลง การเล่นดนตรี การสื่อสารการให้ข้อมูล

เขาแบ่งคนดูงานเป็นกลุ่มๆ แม่ต้อยได้ดูที่แผนก well being  คล้ายๆกับการแพทย์ทางเลือก ของเรา ER. และคนไข้ใน

พรุ่งนี้เล่าต่อได้ไหมคะ. รับรองเล่าแน่นอน

ง่วงนอนมากแล้วคะ

สวัสดีคะ

๒๙ กันยายน ๒๕๕๕

JW Mariott California.

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SHA~ แม่ต้อย



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 
  • พักผ่อนเยอะๆ นะคะ กำลังสนุกเลยค่ะ
  • ระลึกถึงเสมอค่ะ

 

แม่ต้อยรายงานข่าวจากอเมริกาแบบสดๆเลยใช่ไหมคะ ขะรออ่านอีกนะคะ

เขียนเมื่อ 

เวลาต้องเปลี่ยนเครื่องภายในระยะเวลาที่กระชั้นชิด และ ณ สนามบินที่เราไม่คุ้นเคย น่าตื่นเต้นนะคะ เล่าได้สนุกมากค่ะ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ป้าด น่าสนุกครับท่านพี่

เขียนเมื่อ 

น่าตื่นเต้นเวลาเปลี่ยนเครื่องบินเดินทางนะครับ เพราะทั้งกระเป๋าและสายการบิน เคยมีว่าคนไปได้แต่กระเป๋าไม่รู้ไปสายการบินไหน...