การรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องวโรกาส เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
การรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องวโรกาส
เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
: ความประทับในดวงใจมิรู้ลืม
*ทิพยวรรณ นิลทยา
บทนำ
“วันนี้ มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยเสียทีนะ” คำกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้เขียนได้พบปะประชาชนในจังหวัดนราธิวาสภายหลังจากที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ได้มีการประชาสัมพันธ์ข่าวผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ซึ่งการกำเนิดของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ที่มีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆที่ต่างมีความครบถ้วนตั้งแต่เริ่มดำเนินการโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่แสดงถึงอาณาจักรมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์รวมของความรู้และแหล่งวิทยาการ ทำให้สายตาประชาชนคอยจับจ้องและมองความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเมื่อเปิดดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแต่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังไม่มีการประสาทปริญญาบัตร
การเปลี่ยนแปลงของคณะพยาบาลศาสตร์สู่การรับพระราชทานปริญญาบัตร
คณะพยาบาลศาสตร์เดิมชื่อ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นราธิวาส สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อได้รับนโยบายให้มีการหลอมรวมสถาบันการศึกษาเข้ามาสังกัดมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กระทรวงศึกษาธิการ นับตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 เป็นต้นมา สามารถสรุปการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2551 โดยอธิบายจากว่า McKinney 7-S Framework ได้ดังนี้
1. กลยุทธ์ขององค์กร (Strategy)
คณะพยาบาลศาสตร์มีพันธกิจในการผลิตพยาบาลวิชาชีพในระดับปริญญาตรีมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2535 โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อเข้าทำงานในกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเจตนารมณ์ของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย มาตรา 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัย “เป็นสถาบันวิชาการที่ให้ความรู้ความชำนาญในการปฏิบัติที่เกี่ยวกับวิชาชีพและวิชาชีพชั้นสูง ... เพื่อพัฒนาสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมดุลยภาพ...โดยยึดหลักความรู้คู่คุณธรรม และหลักการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน ...”คณะพยาบาล
ศาสตร์ซึ่งมีการผลิตพยาบาลซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงจึงมีพันธกิจที่สอดคล้องกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นคือ ผลิตบัณฑิต วิจัย บริการวิชาการแก่สังคมและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยเป้าหมายที่สำคัญของการผลิตจะเน้นผู้เรียนที่มาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขี้น โดยมีแผนการรับนักศึกษาโดยวิธีรับตรง แอดมิชชั่น และในปีการศึกษา 2552จะมีการรับโดยโควต้าผู้เรียนจากโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ การได้รับพระราชททานปริญญาบัตรนับเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคคลภายนอกที่เฝ้ามองการเติบโตของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
2. โครงสร้างองค์การ (Structure)
เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพันธกิจขององค์กร ในปัจจุบันคณะพยาบาลศาสตร์ได้คำนึงถึงการจัดโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบตามการบริหารงานแนวใหม่ และดำเนินงานในรุ)คณะกรรมการ เพื่อกระจายอำนาจการบริหารองค์กร ในระดับรองคณบดีและระดับภาควิชาให้สามารถบริหารจัดการละตัดสินใจโดยมีความเป็นอิสระทางวิชาการเช่นเดียวกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น รวมทั้งเกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานเกิดความสะดวกในการติดต่อประสานงาน มุ่งสู่การให้บริการนักศึกษามากยิ่งขึ้น โครงสร้างการดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว มีผลต่อการดำเนินงานรับพระราชทานปริญญาบัตร ในส่วนของคณะพยาบาลศาสตร์มีการมอบหมายความรับผิดชอบในการเตรียมการตามโครงสร้าง เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการสั่งการ และสะดวกรวดเร็ว
3. ระบบการปฏิบัติงาน (System)
การจัดระบบการทำงานนั้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านต่างๆจึงมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบพัสดุ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบบริการห้องสมุด เป็นต้น การวางระบบการปฏิบัติงานนี้เมื่อมีการดำเนินการรับพระราชทานปริญญบัตรมีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการใช้เงินก่อนสิ้นปีงบประมาณ แม้ว่าจะค่อนข้างยุ่งยากในการสรุปงบประมาณ แต่ระบบที่วางไว้สามารถช่วยให่การเบิกจ่ายรายงานการเงินของคณะพยาบาลศาสตร์สำเร็จตามกำหนดของมหาวิทยาลัย
4. บุคลากร (Staff)
บุคลากรในคณะพยาบาลศาสตร์แบ่งเป็นสายอาจารย์และสายสนับสนุน โดยอาจารย์ในคณะพยาบาลศาสตร์ตามโครงสร้าง ตำแหน่งของข้าราชการยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์สภาการพยาบาลในขณะที่ต้องรับนโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา เพิ่มจำนวนนักศึกษามากขึ้น การสรรหาอาจารย์ใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาจารย์โดยการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยตามนโยบายของอธิการบดี ให้รับอาจารย์วุฒิการศึกษาปริญญาตรีโดยได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าระดับปริญญาตรีของข้าราชการ ตลอดจนการอนุมัติให้ใช้เงินรายได้เป็นทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท นับเป็นโอกาสของคณะพยาบาลที่จะเพิ่มจำนวนอาจารย์มากขึ้น นอกจากนี้แล้ว การเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยตัวชี้วัดอีกประการหนึ่งคือ วุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอก ดังนั้น ในระยะ ปี 2549- ปัจจุบัน มีอาจารย์จากคณะพยาบาลศาสตร์ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทั้งเต็มเวลาและใช้เวลาบางส่วนจำนวน 9 คน ส่วนบุคลากรสายสนับสนุนนับตั้งแต่เป็นมหาวิทยาลัยสามารถขออนุมัติจัดจ้างด้วยเงินรายได้อย่างรวดเร็วและได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น
บทบาทของเจ้าภาพสถานที่ที่รับพนระราชทานปริญญาบัตร ส่งผลต่อความรับผิดชอบในทุกหน้าที่และความรอบรู้ในทุกบทบาทของการเตรียมการ ดังนั้น จึงเกิดภาวะผู้นำของคณะฯที่เข้ามาร่วมกันออกแบ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งในการจัดครั้งต่อไป จะต้องเสนอผู้นำเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆพร้อมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์ รวมทั้งการแต่งตั้งมอแบหมายหน้าที่ที่เป็นลายลักษณ์อักษรมากยิ่งขี้น
5. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ (Skill)
ด้วยการที่คณะพยาบาลศาสตร์มีการดำเนินการสอนในระดับปริญญาตรีมาก่อน จึงได้รับการยอมรับจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยให้เป็นแกนนำในการดำเนินกสารด้านต่างๆ เช่น การประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีบทบาททั้งแกนนำและเป็นผู้ประเมินคุณภาพในระดับภาควิชา ระดับคณะ/วิทยาลัย และระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ระบบการสรรหาผู้บริหารในระบบมหาวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้คนที่มความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมบริหารงาน ทั้งในคณะและในระดับมหาวิทยาลัย เช่น การดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นต้น
6. รูปแบบการบริหารจัดการ (Style)
เพื่อให้การบริหารจัดการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์และพันธกิจของคณะพยาบาลศาสตร์ ดังนั้น การบริหารงานปัจจุบันจึงเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกภาคส่วน โดยการกระจายอำนาจการบริหารงาน นับตั้งแต่การจัดทำแผน การปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการ การติดตามกำกับการดำเนินงาน และการปรับปรุงการทำงาน โดยเชิญวิทยากรที่ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับของคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเกณฑ์การประเมินของหน่วยงานต่างๆ การบริหารดังกล่าวส่งผลดีในการที่ทุกคนรู้สึกถึงการเป็นเจ้าภาพงาน โดยเฉพาะหากมีความขัดเจนในการดำเนินงานจะยิ่งช่วยให้บุคลากรเหล่านี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและเกิดผลงานยิ่งขี้น
7. ค่านิยมร่วม (Shared values)
การ่วมมือในการปฏิบัติงานเป็นค่านิยมร่วมขององค์กร ซึ่งบุคลากรส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติงานในคณะพยาบาลศาตร์เป็นคนพื้นที่นราธิวาส เมื่อมีโอกาสได้เข้าเฝ้ารับเสด็จจึงเป็นจุดสร้างค่านิยมร่วมในการดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อถวายแด่พระองค์ท่านด้วยความจงรักภักดี
ปณิธานอันแน่วแน่ในการเตรียมการ
การรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยที่คณะพยาบาลศาสตร์ได้รับการกำหนดให้เป็นสถานที่ในการรับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นครั้งแรกนั้น ทุกคนในคณะพยาบาลศาสตร์รู้สึกปลาบปลี้มใจที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้ารับเสด็จอีกครั้งหนึ่งภายหลังจากหอประชุมแห่งนี้ พระองค์ได้เสด็จมาพระราชทานเหรียญกาชาด ครั้งหลังสุดเมื่อ พ.ศ.2536 ซึ่งความรักสามัคคีในคณะฯส่งผลให้บุคลากรมีความทุ่มเทเสียสละเวลาให้กับการเตรียมการที่แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาเตรียมการ สถานที่ในการเตรียมการตลอดจนความรู้และประสบการณ์ในการเตรียมพิธีดังกล่าว ทุกคนเกรงว่า ข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน แต่เมื่อถึงวันงาน ทุกคนรู้สึกปิติปลาบปลื้ม ประทับใจที่สามารถสร้างพลังจนงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี สิ่งที่ทุกคนประทับใจคือ การได้เข้าเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นศิริมงคลทั้งต่อจังหวัดนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ คณะพยาบาลศาสตร์เองและที่สำคัญส่วนบุคคลคือสิ่งที่จะบอกเล่าถ่ายทอดวัฒนธรรมดังกล่าวให้คนรุ่นต่อไป
การสนับสนุนจากผู้บริหาร
สิ่งสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ คือ การสนับสนุนจากอธิการบดี ทั้งในส่วนของงบประมาณ การเข้ามาเยี่ยมเยียน ให้ความช่วยเหลืออย่างสมำเสมอ และการรับฟังความคิดเห็นที่เสนอแนะ ด้วยความโดดเด่นในเรื่องการสร้างเครือข่ายกับประชาชน หน่วยงานราชการ และการดูแลบนความเข้าใจผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ผู้ปฏิบัติงานแม้จะอยู่ในพื้นที่ความไม่สงบ มีข้อจำกัดในการดำเนินงานต่างๆก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ โดยที่ท่านได้กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเป็นเทพที่ท่านนับถือมาโดยตลอด ขอให้ครธพยาบาลศาสตร์ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน เป็นเจ้าภาพในการเตรียมการทุกคน เพื่อเป็นศิริมงคลต่อตนเองและลูกหลานสืบไป” เมื่อเสร็จสิ่นงนแล้วท่านก็ยังประชุมบุคลากรของคณะทั้งหมดเพื่อแสดงความขอบคุณ
บทสรุป
ด้วยความมุ่งมั่นความสามัคคี และการสนับสนุนจากผู้บริหาร ส่งผลให้ ณ วันนี้ภายหลังจากพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มีความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ภาพแห่งความทรงจำ ของวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2551 ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคน รอยแย้มพระสรวลของพระองค์ท่านทำให้ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าหายไป มีแต่ความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรู้ความสามารถในผืนแผ่นดินไทยที่เราจะต้องช่วยกันรักษษไว้ตราบนานเท่านาน และเตรียมการต่างๆเพื่อจะถึงวันพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรปีต่อไป
บรรณานุกรม
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสสราชนครินทร์ พุทธศักราช 2548
อำนาจ วัดจินดา ประเมินองค์การด้วย McKinsey 7s
http://www.hrcenter.co.th/HRKnowView.asp?id=647
เรียนอาจารย์ บอกน้องพยาบาล เลือกอาจารย์เป็นกรรมการสมาคมพยาบาลได้หลายตน
ขอบคุณค่ะ คุณ วอญ่า-ผู้เฒ่า สำหรับการสนับสนุน จริงๆแล้ว ที่พัทลุงก็มีศิษย์รุ่นเกาพอควร แต่เขาอาจจะจำไม่ได้เพราะเปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนสังกัด แถมหุ่นเปลี่ยนจึงทำให้หน้าตาเปลี่ยนมากมาย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ