
.
สำนักข่าว Telegraph ตีพิมพ์เรื่อง Daily 'power walk' can halve heart attack risk
= "เดินอย่างแรง(เดินเร็ว)ทุกวัน ลดเสี่ยงโรคหัวใจ 1/2", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
= "เดินอย่างแรง(เดินเร็ว)ทุกวัน ลดเสี่ยงโรคหัวใจ 1/2", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
การศึกษาใหม่จากเดนมาร์ก (ตีพิมพ์ใน BMJ Open) ทำในกลุ่มตัวอย่างคนที่มีสุขภาพดี อายุ 21-98 ปี 3,968 คน ติดตามไป 10 ปี
.
ผลการศึกษาพบว่า การเดินเร็วหรือที่เรียกว่า 'เพาเวอร์ วอล์ค (power walk)' หรือ 'บริสค์ วอล์ค (brisk walk)' ลดเสี่ยงสโตรค (stroke = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต), และโรคหัวใจได้ 1/2
.
ธรรมดาของข่าวดี คือ มักจะมาคู่กับข่าวร้าย, ข่าวร้ายที่ว่า คือ การศึกษานี้พบว่า เดินช้าดี แต่ไม่ช่วยลดเสี่ยงสโตรค (บางรายก็ตายไปเลย ไม่มีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต), อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจ
.

การศึกษานี้พบว่า
- เดินเร็วมาก > ลดเสี่ยง 1/2
- วิ่งเร็ว (jogging) > ลดเสี่ยง 40%
- เดินช้า เรื่อยๆ สบายๆ 1 ชั่วโมง/วัน > ไม่ลดเสี่ยง
กลไกที่อาจป็นไปได้ คือ
- การออกกำลังหนักช่วยบริหาร หัวใจ-ระบบไหลเวียนเลือด และเผาผลาญกำลังงานได้นานกว่าออกกำลังเบาๆ (การเผาผลาญจะสูง ป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้ แม้หลังออกกำลัง 1/2-17 ชั่วโมง)
- การเดินบริหารกล้ามเนื้อหลายส่วน (จากเท้าถึงเอว) มากกว่าวิ่ง (ส่วนใหญ่ใช้กล้ามเนื้อจากเท้่าถึงน่อง ยกเว้นการวิ่งระดับวิ่งแข่งหรือวิ่งขึ้นเนิน จึงจะใช้กล้ามเนื้อหน้าขาท่อนบนมาก)
.
การศึกษานี้บอกเป็นนัยว่า
- ถ้าเดินช้าอยู่แล้ว > ขอให้เดินเร็วสลับ โดยค่อยๆ เพิ่มจำนวนก้าวต่อนาทีช้าๆ ไม่หักโหม, ถ้าเกิน 100 ครั้ง/นาที ได้จะดีมากในระยะยาว
- ถ้าวิ่งอยู่แล้ว > ขอให้เดินเร็วบ้าง จักรยานบ้าง ออกกำลังอย่างอื่นบ้าง เพื่อจะได้บริหารกล้ามเนื้อหลายส่วนมากขึ้น
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- ขอขอบพระคุณ >
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 9 ตุลาคม 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
ขอบคุณความรู้ดีดีค่ะ
มีประโยชน์มากครับ