วัดพุทธแห่งแรกในศรีลังกา

 

๒๕-๒๙ กรกฏาคม ๕๕

วันแรก : กรุงเทพฯ-โคลัมโบ-อนุราธปุระ

 04.30 น.     พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ F สายการบิน Air Asia AIRLINES  โดยมีพี่เรียม เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯSamart Tour คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

07.00 น.     ออกเดินทางสู่ นครโคลัมโบ โดยสายการบิน Air Asia AIRLINES เที่ยวบินที่ ........ทัวร์แจกข้าวเหนียว เนื้อหมูหวาน คนละชุดก่อนขึ้นเครื่อง (ควรเก็บไว้ทานบนเครื่อง)เพราะจะเริ่มหิวตอนแอร์เขาแจกอาหารคนที่สั่งไว้ล่วงหน้า


At the last seat of the plane....


My BIG BOSS who sponsored me to this trip.

สนามบินเมืองโคลัมโบ นำคณะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอนุราธปุระ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง     



12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ( มื้อ 1 ) 

               หลังจากรับประทานอาหารนำชมเมืองอนุราธปุระ  เมืองหลวงแห่งแรกของประเทศ ซึ่งมี อายุกว่า  2,400 ปี นำท่านไปชม สถานที่สำคัญ 8 แห่ง ในเมืองอนุราธะปุระ ได้แก่

1. เจดีย์ถูปาราม  เจดีย์พุทธศาสนาองค์แรกที่สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 300 เป็นเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุด  ในเกาะลังกา ซึ่งประดิษ ฐานกระดูกพระรากขวัญ (ไหปลาร้า) เบื้องขวาของพระพุทธองค์ 



2.ลังการาม  3. เจดีย์อภัย คีรี  4. เจดีย์เชตวัน    5. โลหะปราสาท ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แห่งของโลก อายุกว่า 2,100 ปี แห่งแรกอยู่ที่อินเดีย แห่งที่สอง อยู่ในศรีลังกา และแห่งสุดท้ายอยู่ที่ วัดราชนัดดา กรุงเทพฯ6.  เจดีย์มิริสวัติยา   7. เจดีย์รุวันเวลิ เป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองอนุราธปุระ เคยเป็นที่ตั้งของสำนักมหาวิหาร อันเป็นสำนักสงฆ์ที่สำคัญของศรีลังกามาแต่ก่อน  ตั้งอยู่ในวัดอภัยคีรีวิหาร 8. วิหารอิสุรุมุณิยะ วัดในพระพุทธศาสนา สถานที่ประดิษฐานรอยพระบาท ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และประติมากรรมสลักหิน “คู่รัก”อันโด่งดัง 

นำนมัสการ  9. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพราะเชื่อกันว่าเป็นหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากพุทธคยาประเทศอินเดีย  ถูกนำมา โดยพระนางสังฆมิตาเถรีในสมัยพระเจ้าเทวานัมปิยะติสสะ (ประมาณ พ.ศ.235   สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งชมพูทวีป)   ให้เวลา  ปฏิบัติบูชา ณ  บริเวณวิหารใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์


ค่ำ รับประทานอาหารเย็น (มื้อ2) เข้าที่พัก  Anuradha Resort in Anuradhapura 

วันที่สอง :  อนุราธปุระ-แคนดี้ เพื่อชมขบวนแห่พระธาตุเขี้ยวแก้ว

  1. เดินทางไปยัง ดัมบุลลา (Dumbulla) เป็นชื่อของถ้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดราชมหาวิหาร ด้านหน้าเป็นลานจอดรถกว้างขวาง มีบันไดทางขึ้นสะดวกสบาย มีพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่สีทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ ความเป็นมาของพุทธสถานแห่งนี้ พระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย กษัตริย์องค์ที่ 19 แห่งกรุงอนุราธปุระ เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 440 เมื่อมีการผลัดแผ่นดินจึงเป็นช่องทางห้ศัตรูผู้รุกรานคือ พวกทมิฬหาโอกาสบุกเข้ายึดกรุงอนุราธปุระจนเสียกรุงให้แก่พระเจ้าปุลหัตถ์ ซึ่งภายหลังตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงอนุราธปุระ พวกทมิฬยึดกรุงแล้วเข้าทำลายพุทธศาสนา ทันที จนพระเณรหนีตายไปอยู่ตามป่าตามถ้ำ ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 5 คูหา ผนังและเพดานเป็นจิตรกรรมวาดขึ้นในราวศตวรรษที่ 15-18 ถ่ายทอดเรื่องราวล้วนเกี่ยวกับพุทธศาสนาทั้งสิ้น มีปฏิมากรรมปูนปั้น พระพุทธรูปปางต่างๆ  หลายขนาดกว่า 150 องค์ ห้องใหญ่สุดมีพุทธไสยาสน์ยาว 47 ฟุต และยังมี พระศิวะและพระวิษณุประทับยืน ทำให้พุทธศาสนิกชนและชาวฮินดูเข้ามาสักการะหลังจากนั้น เดินทางต่อสู่เมืองแคนดี้ เพื่อชมขบวนแห่พระธาตุเขี้ยวแก้วซึ่งเป็นไฮไลท์ของการมาทริบนี้ เมื่อถึงเมืองแคนดี้ 

        


เที่ยง ทานอาหารที่ร้านอาหารระหว่างทาง ก่อนเดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จสังฆราชศรีลังกา และเตรียมตัวไปจองที่นั่งชมขบวนแห่พระธาตุเขี้ยวแก้ว      


เดินทางเข้าสู่ วัดพระเขี้ยวแก้ว นมัสการ พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งประดิษฐานอยู่ในผอบและอยู่ในเจดีย์อีก 4 ชั้น อยู่ในห้องกระจกกันกระสุน มีประตูเงิน ประตูทอง




รับประทานอาหารค่ำ จะดึกหน่อย เพราะต้องรอชมขบวนแห่ก่อน 

ค่ำ เดินทางเช็คอินสู่โรงแรมที่พัก Hotel   จากนั้นเดินทางไปยัง ที่พักบนเขา

วันที่สาม :  ขึ้นเมืองภูเขา  

07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม (มื้อ 6)

         หลังจากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองแคนดี้ เมื่อถึงเมืองแคนดี้ระหว่างทางแวะสวนสมุนไพร ที่ เมืองMatale พร้อมเลือกซื้อยาสมุนไพรที่มีชื่อเสียงของศรีลังกา

เที่ยง  รับประทานอาหารที่ห้องอาหาร(มื้อ 7 ) 

วันที่สี่ :     เดินทางลงจากเมืองภูเขา-  โคลอมโบ

 06.00 น.   รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารภายในโรงแรมที่พัก(มื้อ 9)

               ออกเดินทางสู่ กรุงโคลัมโบ แวะชม วัดกัลณียา ชมมหาวิหารและเคยเป็นวัดที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาด้วยพระองค์เองเมื่อ 2,500 ปี ชมภาพ จิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามและพระพุทธรูปที่นำมาจากประเทศไทยไปประดิษฐานไว้              

เที่ยง       รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อ 10)

               หลังอาหารนำท่านชม วิหารกลางน้ำ ซึ่งรอบๆวิหารมีพระพุทธรูปมากมายที่นำมาจากประเทศไทย จากนั้นนำท่านชม วัดคงคาราม อันเป็นที่สังฆกรรม ชมรูปปั้นสลักปูนอันสวยงามในวิหาร

                เดินทางเข้าที่พักโรงแรม เดิม Hotel in Colombo

 วันที่ห้า : โคลัมโบ- กรุงเทพฯ

08.00 น.   บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 11)

               ให้ท่านได้อิสระพักผ่อน หรือเลือกซื้อของฝากเพิ่มเติม

12.00 น    บริการอาหารกลางวัน( มื้อที่ 12 )

14.20 น.   ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์เอเชีย 

16.20 น.   เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพทุกท่าน

  กิจกรรม ระหว่างรอชมขบวนแห่พระธาตุเขี้ยวแก้ว

 

  

ทีมงาน..ที่ไปด้วยกัน ๔๗ คน 

ระหว่างรอชมขบวนพระธาตุเขี้ยวแก้ว วันที่สอง

วันที่สาม




วันสุดท้ายที่ ๒๙ กค.๕๕ - ที่สนามบินโคลอมโบ ก่อนขึ้นเครื่อง