๕  ตุลาคม  ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านทุกท่าน

วันอาทิตย์ที่ ๓๐  กันยายน  ๒๕๕๕  ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อไปประชุมคณะทำงานจัดทำแนวทางการคัดเลือกนักเรียนเข้าแข่งขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่โรงแรมเอสดีอเวนิว ปิ่นเกล้า  เป็นวันอาทิตย์ รถไม่ติดใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาทีก็ถึงโรงแรม  เดินผ่านห้องอาหารของโรงแรมเพื่อขึ้นไปห้องประชุมตั้งอยู่บนชั้นลอย ด้านติดถนนใหญ่  คุณปราโมทย์  ขจรภัย และคุณนิจวดี  เจริญเกียรติบวร เป็นเจ้าของเรื่อง สมาชิกมาจากเขตพื้นที่การศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทุกภูมิภาค ผมทำหน้าที่ประธานการประชุมเป็นการทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา ว่ามีความสำเร็จและอุปสรรคอย่างไรบ้าง แม้ สพฐ. จะเป็นเจ้าภาพในการออกงบประมาณ แต่นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกก็มาจากทุกสังกัด ทั้งโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนสาธิต ในสังกัดมหาวิทยาลัย  การคัดเลือกก็แบ่งออกเป็นรอบ ๆ กล่าวคือ รองแรก เป็นการแข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับประถมศึกษา จะคัดวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์  ระดับมัธยมศึกษาจะคัดคณิตศาสตร์  เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จะคัดเลือกเฉพาะนักเรียนจากโรงเรียนในสังกัด ที่เหลือยกให้เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาคัดเลือกทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา  รอบที่สอง การแข่งขันทางวิชาการระดับประเทศ จะมีศูนย์คัดเลือกที่ผ่านมา ๓๘ ศูนย์  รอบที่สาม ค่ายวิชาการอบรมเข้มเพิ่มพูนประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปแข่งขันทางวิชาการ ระดับนานาชาติ พูดอดีตกันจนพักเที่ยง ภาคบ่ายจึงมาลงรายละเอียดแนวทางในการคัดเลือกสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๖ โครงสร้างหลักยังเหมือนเดิม แต่จะเพิ่มรายละเอียดในบางพื้นที่เพื่อความสะดวกของนักเรียน เช่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ ๔ โมงเย็นสั่งปิดประชุมสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้จะแบ่งกลุ่มไปทำรายละเอียด

วันจันทร์ที่ ๑  ตุลาคม  ๒๕๕๕  เป็นวันแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เพื่อนร่วมงานหลายท่านได้อำลาชีวิตราชการไปตั้งแต่เมื่อวาน  วันนี้โรงเรียนหลายแห่งครูลดลง  แต่ก็มีบางแห่งที่ผู้เกษียณแล้วสมัครใจอยู่ช่วยต่อไปอีกระยะหนึ่ง ปกติหากเป็นวันจันทร์การเดินทางเข้ากรุงเทพฯรถจะติดมาก วันนี้กลับตรงข้าม แปลว่าโรงเรียนสอบเสร็จกันแล้ว นักเรียนไม่ต้องไปโรงเรียน เป็นประธานการประชุมเพื่อแบ่งงานออกเป็น ๓ กลุ่ม ให้ไปจัดทำรายละเอียดการคัดเลือกทั้ง ๓ รอบ เที่ยงขอตัวเดินทางกลับที่ทำงาน เพราะนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดสรรอัตราข้าราชการครูจากการเกษียณอายุราชการ การเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด อัตราจัดสรรทดแทนโครงการย้ายครูคืนถิ่น  การพิจารณาได้ยึดนโยบายของ สพฐ. และข้อมูลการขาดครูเป็นเกณฑ์ กว่าจะแล้วก็เย็นเหมือนกัน

วันอังคารที่ ๒  ตุลาคม  ๒๕๕๕  วันนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีแทนท่านเดิมที่เกษียณอายุราชการ จึงขอนำประวัติมาให้พวกเรารู้จักในฐานะเจ้าเมืองคนใหม่ ชื่อ - นามสกุล นายศิริพงษ์ ห่านตระกูลตำแหน่งงาน (ปัจจุบัน) ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  วัน / เดือน / ปี เกิด  ๑๑ กรกฎาคม ๒๔๙๘   การศึกษา ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (พ.ศ.๒๕๑๖-๒๕๑๙) ปริญญาโท Master of Public Administration (MPA), American International College, Massachusetts, USA (พ.ศ.๒๕๒๔-๒๕๒๕)  การอบรม หลักสูตรปลัดอำเภอ รุ่นที่ ๒๙ หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ ๓๑   หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ ๓๓ วิทยาลัยการปกครอง ประวัติการดำรงตำแหน่งสำคัญ    ม.ค.๒๕๒๒ – ต.ค.๒๕๓๕ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง ๓-๗)   ต.ค.๒๕๓๕ – พ.ย.๒๕๔๐ นายอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย   พ.ย.๒๕๔๐ – ต.ค.๒๕๔๑ นายอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์  ต.ค.๒๕๔๑ – พ.ย.๒๕๔๒ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่  พ.ย.๒๕๔๒ – ม.ค.๒๕๔๔ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายเศรษฐกิจและสังคม  สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย  ม.ค.๒๕๔๔ – ๑๒ ก.ย.๒๕๔๔ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง (ระดับ ๘) (เชี่ยวชาญเฉพาะด้านปกครอง) ๑๓ ก.ย.๔๔ – ๑๐ ต.ค.๔๗ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง (ระดับ ๙)  ๑๑ ต.ค.๔๗ – ๒๔ ต.ค.๔๘ ปลัดจังหวัดนครสวรรค์ (ระดับ ๙)  ๒๕ ต.ค.๔๘ – ๑๐ ต.ค.๕๐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา (ระดับ ๙)  ๑๑ ต.ค.๕๐ – ๒๖ ต.ค.๕๑ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง (ระดับ ๙)  ๒๗ ต.ค.๕๑ – ๓๐ ก.ย.๕๒ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม (ระดับ ๙) ๑ ต.ค.๕๒ - ก.พ. ๕๕ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี  ก.พ. ๕๕ - กย ๕๕ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตรา  ม.ว.ม. , ม.ว.ช. สำหรับกระทรวงศึกษาธิการในระดับ ๑๐ (เดิม) ยังไม่มีการแต่งตั้ง  

วันพุธที่ ๓ ตุลาคม  ๒๕๕๕  เช้านี้ไปโรงเรียนบ้านคลองเจ้าเมือง เพื่อรับมอบโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่ออาหารกลางวันตามรอยพ่อ ที่บริษัทไทยคอนเทนเนอร์และมูลนิธิซีเมนต์ไทยสนับสนุนงบประมาณต่อเนื่องมาหลายปี โรงเรียนอยู่ติดคลองเจ้าเมืองเหมือนชื่อ  จึงเป็นโอกาสที่นักเรียนจะได้เรียนรู้การเลี้ยงปลาในกระชัง  ก่อนน้ำท่วมก็เลี้ยงไว้มากแต่ก็มากก็หาเชือกมาผูกไว้ให้มั่นคง คงจะไม่หลุดลอยไปไหน  ผู้จัดการบริษัทเป็นคนกระบี่จึงส่งเสียงในฟิล์มกันได้ ไปดูโรงเพาะเห็ดนางฟ้า กำลังให้ผลผลิตรุ่นสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน  แปลงผักกางมุ้งหลังโรงครัวก็ได้มาตรฐาน หากปลูกเต็มพื้นที่คงไม่ต้องซื้อหาจากแหล่งอื่น ส่งเข้าโรงครัวน่าจะพอกิน  บ่ายประชุมเจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขตเพื่อชี้แจงนโยบายการทำงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ได้ประกาศให้เป็นปีมุ่งเน้น"การบริหารคนให้สำราญ บริหารงานให้สัมฤทธิ์"  แปลว่าต้องสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตที่ปกติสุขกับงานที่สำเร็จ ไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งมากหรือน้อยเกินไป เช่น ทุ่มเทให้กับงานจนการดำเนินชีวิตย่ำแย่ หรือมุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตนจนเหมือนเป็นกาฝากของหน่วยงาน ก่อนเลิกประชุมได้เล่านิทานพุทธปรัชญาให้ฟัง เรื่องของผู้บริหารที่เก่งการทำงานแต่ไม่เก่งการบริหารชีวิต ที่วัดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีไก่อยู่ครอบครัวหนึ่ง  พ่อไก่เป็นผู้บริหารที่เก่งมาก กางปีกปกป้องเมียและลูกให้อยู่กันมาอย่างเป็นสุข  ก่อนฟ้าสางพ่อไก่ตัวนี้จะบินขึ้นไปเกาะกิ่งไม้และโก่งคอขันไปจนเช้าตรู่ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมาส่องโลกให้สว่างไสว ไก่ตัวนี้จะมีความสุขมาก และชื่นชมว่าตัวเองขันตะวันจึงยอมขึ้นมาจากขอบฟ้า นี่คือ ผลงานและฝีมือของฉัน  ทุก ๆ เช้าพ่อไก่จะทำหน้าที่ไม่เคยหยุดถือเป็นหน้าที่เพื่อให้ดวงอาทิตย์ขึ้นมาส่องโลก จากนั้นก็ไปทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว  พออายุมากขึ้นการบินขึ้นเกาะกิ่งไม้ก็ทำแทบไม่ไหว  แต่ด้วยความสำนึกในหน้าที่ก็กัดฟันฝืนสังขารขึ้นไปขันเรียกดวงอาทิตย์ให้ขึ้น แม้ลูกจะขอทำหน้าที่แทนก็ไม่ยอม เพราะเชื่อว่าตนเองเท่านั้นที่ทำได้  ในที่สุดก็แพ้สังขารตัวเอง ก่อนตายก็เรียกลูกเมียมาสั่งเสียว่า "เมียรัก ลูกรัก ตั้งแต่พรุ่งนี้ต่อไป พ่อคงไม่มีชีวิตอยู่ต่อแล้ว  และพอพ่อไม่ขัน ดวงอาทิตย์ก็คงไม่ขึ้น ความมืดมิดก็คงจะปกคลุมไปทั่วโลก ขอพวกเธอจงดูแลกันดี ๆ พ่อเชื่อว่าสิ้นพ่อแล้วโลกนี้คงถึงคราววิบัติเสียแล้ว" จากนั้นก็ตายไป ตายไปพร้อมความเชื่อที่ว่าตัวเองเท่านั้นที่ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นได้ พอสิ้นตนเองโลกนี้ก็ถึงคราววินาศไปด้วย  ความจริงพอสว่างดวงอาทิตย์ก็คงฉายแสงเหมือนทุกวัน โลกก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ  ผู้บริหารหรือคนทำงานเกือบทุกคน พอทำงานไปได้ระดับหนึ่งก็หลงตัวเอง ว่าถ้าองค์การนี้ขาดฉันมันจะเดินต่อไปไม่ได้  อย่างนี้เขาเรียกว่า ผู้บริหารที่เริ่มล้มเหลวในวันที่ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารที่ดีจึงไม่ใช่ผู้ที่แบกหนักที่สุด ผู้บริหารที่ดี คือ ผู้ที่แบกหนักพอสมควร และกระจายภาระไปให้คนอื่นแบก และประการสำคัญที่สุด ผู้บริหารจะไม่ทำงานจนป่วยตาย

วันพฤหัสบดีที่ ๔  ตุลาคม  ๒๕๕๕  ภาคเช้าประชุมเพื่อเตรียมการรับการประเมินผลการบริหารงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จากคณะกรรมการจาก สพฐ. ได้ให้ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน แจ้งรายละเอียดการประเมินกับผู้ดูแลตัวชี้วัดต่าง ๆ มีการซักซ้อมทำความเข้าใจถึงเกณฑ์คะแนนต่าง ๆ จนคิดว่าหมดข้อสงสัย นัดพบกันอีกครั้งประมาณวันที่ ๑๒  ตุลาคม ๒๕๕๕ เพื่อมาดูว่าทำการบ้านถูกต้องหรือไม่ 

บ่ายมีการประชุมเรื่องการวางแผนสอบ O-Net มอบท่านรองฯ วิรัช  ฐิติรัตนมงคล ดำเนินการประชุมแทน นั่งอนุมัติแฟ้มเอกสารและมีโอกาสอ่านเรื่องราวของผู้นำสำคัญของโลกท่านหนึ่ง นายเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) อดีตผู้นำการต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของคนผิวดำในแอฟริกาใต้ และต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีของประเทศนั้น ปัจจุบันอายุ ๙๔ ปีเศษ ท่านเป็นนักต่อสู้และรัฐบุรุษคนสำคัญคนหนึ่งของโลกผู้ซึ่งเคยถูกรัฐบาลผิวขาวของแอฟริกาใต้จับขังคุกมาถึง ๒๗ ปีเต็ม แต่ก็สามารถต่อสู้จนล้มล้างระบบเหยียดผิว (Apartheid) ได้สำเร็จ จนทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับนาย F.W. de Klerk ประธานาธิบดีผิวขาวคนสุดท้ายในระบบ Apartheid ในปี ค.ศ. ๑๙๙๓ และได้ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของประเทศแอฟริกาใต้เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๔ ทั้งนี้นาย Mandela ได้เคยมาเยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๗ ด้วย เมื่อตอนที่นาย Mandela มีอายุครบรอบ 90 ปี ท่านได้ให้เคล็ดลับ 8 ประการของการเป็นผู้นำ ซึ่งน่าสนใจและหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เคยนำมาถ่ายทอดไว้ขอนำมาบอกต่อดังต่อไปนี้  ๑. ความกล้าหาญไม่ใช่การปราศจากความกลัว แต่เป็นการจูงใจให้ผู้อื่นก้าวข้ามความกลัวนี้ไป ในปี ค.ศ. ๑๙๙๔ ในช่วงหาเสียงเป็นประธานาธิบดี นาย Mandela กำลังนั่งอยู่ในเครื่องบินใบพัดลำเล็ก ๆ เพื่อไปปราศรัยหาเสียงที่เมือง Natal แต่ขณะที่อีก ๒๐ นาทีเครื่องบินจะถึงสนามบินก็ปรากฏว่าเครื่องเสียไปเครื่องหนึ่ง ผู้คนที่นั่งในเครื่องต่างเริ่มเสียขวัญ แต่เมื่องมองไปที่นาย Mandela ต่างก็ใจชื้นขึ้น เพราะเห็นเขาอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปอย่างสงบ ขณะนั้นที่สนามบินก็ได้ตระเตรียมการลงฉุกเฉินไว้แล้ว แต่ในที่สุดนักบินก็นำเครื่องลงได้โดยปลอดภัย เมื่อลงมาได้แล้วนาย Mandela จึงยอมรับว่าเขากลัวอย่างสุดขีดทีเดียวขณะที่เกิดเรื่องบนเครื่องบิน นาย Mandela ยอมรับว่าเขาได้ผ่านความกลัวมามากไม่ว่าในช่วงที่เขาดำเนินการต่อสู้ใต้ดินกับรัฐบาลเหยียดผิว หรือในช่วงการไต่สวนคดี Rivonia ที่นำไปสู่การถูกจำคุกของเขาที่เกาะ Robben Island เขายอมรับว่าเขาไม่สามารถหลอกตัวเองได้ว่าไม่กลัวและจะเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แต่การที่เป็นผู้นำได้ทำให้เขามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาท่าทีไว้ แสดง ออกมาว่าไม่กลัวจึงจะนำผู้อื่นได้ เขาทราบดีว่าเขาเป็นแบบอย่างให้กับผู้อื่น และสิ่งนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาเอาชนะความกลัวได้  ๒. การนำต้องนำจากข้างหน้าและต้องไม่ทิ้งฐานการสนับสนุนไว้เบื้องหลัง ตลอดเวลาของการต่อสู้ของเขามาตั้งแต่ต้น เขาได้ใช้ไม้แข็งมาโดยตลอดโดยได้เลือกใช้วิธีการต่อสู้กับรัฐบาลเหยียดผิวด้วยอาวุธ แต่จู่ ๆ ในปี ค.ศ. ๑๙๘๕ ในขณะที่เขาก็ยังถูกขังอยู่ที่เกาะ Robben เขาก็ประกาศว่าจะเริ่มหันมาใช้การเจรจาแทน ซึ่งก็ทำให้พวกลูกน้องและกลุ่มผู้สนับสนุนต่างก็นึกว่าเขาถอดใจที่จะทำการต่อสู้เสียแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็พยายามชี้แจงกับทุกคนทุกฝ่ายได้สำเร็จและทำให้ทุกคนเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนยุทธวิธีมาเป็นการเจรจา สำหรับเขาแล้ว จุดมุ่งหมายใหญ่หรือหลักการสำคัญในการต่อสู้ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การล้มระบบเหยียดผิวและให้คนดำมีสิทธิมีเสียงเท่าเทียมกับคนขาว ส่วนการเจรจาหรือการต่อสู้ด้วยอาวุธคือเป็นเพียงกลยุทธ์เท่านั้น มิใช่หลักการ นาย Cyril Ramaphosa อดีตเลขาธิการพรรค African National Congress หรือ ANC ซึ่งได้เป็นพรรครัฐบาลเรื่อยมาหลังล้มระบบเหยียดผิวได้กล่าวว่า นาย Nelson Mandela เป็นผู้ที่เชื่อในประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์อยู่ข้างเขา เขาสามารถคิดไปไกลกว่าคนอื่น ๆ โดยมองไปข้างหน้าเป็นสิบ ๆ ปี ไม่ใช่เพียงเป็นอาทิตย์หรือเดือน และเข้าใจด้วยว่าต่อไปในอนาคต ผู้คนทั่วไปจะคิดถึงสิ่งที่เขาทำไปอย่างไร เขาเป็นผู้มีสายตายาวไกลเสมอและรู้ว่าผลจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาจะชอบพูดอยู่เสมอว่า “ทุกสิ่งจะดีขึ้นเองในระยะยาว”  ๓. นำจากข้างหลัง และทำให้คนอื่นเชื่อว่าพวกเขาอยู่ข้างหน้า หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในการจะกระทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ควรใช้วิธีการชักจูงใจให้คนทำ ขณะเดียวกันก็ควรให้ผู้นั้นนึกว่าเป็นความคิด ของเขาเองด้วย ในสมัยเด็ก นาย Mandela ได้รับอิทธิพลจาก Jongintaba กษัตริย์หัวหน้าเผ่าที่เป็นผู้เลี้ยงดูเขามามาก ในการออกว่าราชการ Jongintaba จะให้ผู้เข้าร่วมประชุมนั่งเป็นวงกลม และเขาจะให้ทุก ๆ คนพูดให้หมดก่อนแล้วเขาถึงจะพูด นาย Mandela เห็นว่าวิธีการเช่นนี้จะช่วยให้หาฉันทามติได้ง่ายขึ้นและไม่ควรเข้าร่วมการโต้เถียง เร็วเกินไป ต่อมานาย Mandela เองก็จะใช้วิธีการนี้ เขาจะปล่อยให้นาย Ramaphosa หรือนาย Thabo Mbeki ผู้ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนปัจจุบันของแอฟริกาใต้และผู้นำคนอื่น ๆ โต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนให้เสร็จสิ้นก่อน หลังจากนั้นนาย Mandela จึงจะเริ่มพูดช้า ๆ สรุปความเห็นของทุกคนที่พูดไปแล้วจึงเริ่มออกความคิดเห็นของตนเองด้วยเหตุด้วยผล และเป็นไปในวิถีทางที่ไม่ได้บังคับให้ผู้อื่นรับความเห็นของตน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะสามารถชี้ชวนผู้อื่นยอมรับความเห็นของตนได้สำเร็จ ๔. รู้จักศัตรูของตนและควรรู้ด้วยว่าเขาชอบกีฬาอะไร ตั้งแต่อายุ ๔๐ กว่า นาย Mandela ได้เริ่มเรียนภาษา Afrikaans ซึ่งเป็นภาษาของคนผิวขาวในแอฟริกาใต้เพราะต้องการที่จะรู้ว่าคนผิวขาวเหล่านี้มีความคิดความอ่านอย่างไร เขารู้ว่าวันหนึ่งเขาจะต้องต่อสู้หรือต้องเจรจากับคนเหล่านี้ ซึ่งทำให้เขาเข้าใจถึงจุดอ่อนและจุดแข็งรวมทั้งประวัติศาสตร์ความเป็นมาและความรักกีฬารักบี้ของคนผิวขาวในแอฟริกาใต้เป็นอย่างดี และทำให้เขาวางแผนการเจรจาได้อย่างดี อีกอย่าง ที่สำคัญที่เขาเรียนรู้ก็คือจริง ๆ แล้ว รัฐบาลอังกฤษและผู้มาตั้งถิ่นฐานชาวอังกฤษก็มีความรู้สึกดูถูกคนผิวขาวในท้องถิ่นเองด้วย เพราะฉะนั้นคน ขาวในแอฟริกาใต้ก็มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่แตกต่างกับคนดำเช่นกัน ๕. รักษาความใกล้ชิดกับผู้เป็นเพื่อนไว้ ขณะเดียวกันก็ควรใกล้ชิดกับคู่แข่งมากกว่าด้วย นาย Mandela เป็นคนที่มีเสน่ห์และหลายครั้งที่เขาใช้เสน่ห์ดังกล่าวกับคู่แข่งหรือศัตรูของเขาเองอย่างได้ผลดีด้วย เขาจะถือโอกาสโทรศัพท์ไปอวยพรวันเกิด หรือไปร่วมงานศพของครอบครัวผู้ที่ไม่หวังดีต่อเขาเสมอ เมื่อเขาออกจากคุกแล้วเขาก็ยังเป็นเพื่อนกับพวกผู้คุมในคุก และยังแต่งตั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการส่งเขาเข้าคุกเข้ามาเป็นรัฐมนตรีชุดแรกของเขาด้วย นาย Mandela เชื่อว่าการทำความดีกับคู่แข่งไว้จะทำให้สามารถควบคุมคนเหล่านี้ได้ดีกว่าการกระทำตรงข้าม แน่นอน เขาชอบคนที่จงรักภักดีแต่เขาก็เข้าใจดีว่าธรรมชาติของมนุษย์ย่อมทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตนเองเป็นสำคัญ แต่ก็เป็นการดีกว่าที่จะทำดีกับบุคคลเหล่านี้ไว้      ๖. กิริยาท่าทางและการแต่งตัวเป็นสิ่งสำคัญและต้องจำไว้ว่าต้องยิ้มอยู่เสมอ นาย Mandela เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญต่อการแต่งตัวและบุคลิกภาพของตัวเองมาก เขาได้เปรียบอยู่แล้วเนื่องจากเป็นคนหน้าตาดี สูงและมีบุคลิกของการเป็นลูกผู้นำเผ่าอยู่แล้ว เมื่อนาย Walter Sisulu อดีตผู้นำคนหนึ่งของ ANC ได้พบนาย Mandela ขณะที่เขายังเป็นนักศึกษาวิชากฎหมายอยู่ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาได้พบผู้ที่จะมานำมหาชนของ ANC ที่จะต่อสู้กับรัฐบาลเหยียดผิวได้แล้ว นาย Mandela เข้าใจถึงความสำคัญของการปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชนอยู่เสมอ กล่าวกันว่าเขาเป็นคนผิวดำคนแรก ๆ ที่ไปตัดชุดสูทแบบวัดตัว นอกจากนั้น เขาก็ทราบดีว่าเขามีเสน่ห์ในการยิ้ม รูปโฆษณาในการหาเสียงประธานาธิบดีจะเป็นรูปที่ปรากฏรอยยิ้มของเขาอยู่เสมอ เพราะเขารู้ว่าสำหรับคนขาว รอยยิ้มของเขาแสดงถึงความใจกว้างที่ไม่ได้คิดถึงการจองเวรจองกรรม และมีความเห็นอกเห็นใจคนผิวขาวอยู่ด้วย และสำหรับคนผิวดำเอง รอยยิ้มของเขาก็บ่งบอกถึงความเป็นนักต่อสู้ที่จะประสบความสำเร็จและชัยชนะในที่สุด  ๗. ไม่มีอะไรขาวหรือดำโดยสิ้นเชิง นาย Mandela เคยถูกถามว่า การที่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์จากการต่อสู้ด้วยอาวุธมาเป็นการเจรจานั้น เป็นเพราะเขาเห็นว่าไม่มีทางล้มล้างรัฐบาลด้วยอาวุธได้ หรือว่าเขาเห็นว่าประชามติโลกจะช่วยให้เขาเอาชนะได้ คำตอบของเขาก็คือ “เป็นเพราะทั้งสองอย่างได้ไหม” เขาเชื่อว่าทุก ๆ อย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นเสมอไป ปัญหาใหญ่แต่ละอย่างต่างมีสาเหตุที่สับสนวุ่นวาย เช่น ปัญหานโยบายเหยียดผิว ก็เป็นทั้งปัญหาประวัติศาสตร์ สังคมและจิตวิทยาไปพร้อมกัน ดังนั้น ในหัวคิดของเขาจึงมีแต่คำถามว่าในที่สุดแล้ว ผลจะออกมาเช่นใดและจะทำอย่างไรให้ได้ผลนั้นมาในวิถีทางที่เหมาะสมที่สุด ๘. การยอมแพ้และการวางมือจากอำนาจก็เป็นลักษณะของผู้นำเช่นเดียวกัน ในปี ค.ศ. ๑๙๙๓ นาย Mandela ได้พยายามจะออกนโยบายใหม่เพื่อลดอายุผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งให้เหลือเพียง ๑๔ ปี (ในอินโดนีเซีย คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือและนิการากัว ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถมีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีได้) เขาได้พยายามหาเสียงกับพรรคและประชาชนทั่วไปอย่างแข็งขัน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ กระนั้น เขาก็ยอมรับความพ่ายแพ้ดังกล่าวแต่โดยดี อีกโอกาสหนึ่งก็คือ ในขณะที่เขาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ในปี ค.ศ. ๑๙๙๔ นั้น เขาเป็นที่นิยมของประชาชนเป็นอย่างมากและมีหลายฝ่ายที่เสนอให้เขาเป็นประธานาธิบดีไปจนตลอดชีวิต แต่เขาก็เลือกที่จะปฏิเสธเพราะเขาต้องการที่จะให้เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำแอฟริกาคน อื่น ๆ ด้วยเท่านั้น.

วันศุกร์ที่ ๕  ตุลาคม  ๒๕๕๕  เช้ามีการประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีวาระพิจารณาสำคัญหลายเรื่อง เช่น การจัดสรรอัตรากำลังให้โรงเรียน  การเรียกบรรจุครู การอนุมัติเลื่อนเงินเดือน  การอนุมัติแต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียนให้มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ การพิจารณาการร้องทุกข์  ประชุมกันจนเที่ยง  บ่ายทำงานเอกสารที่ห้องจนเย็น  พรุ่งนี้มีภารกิจต้องมาต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ในเวลา ๐๙.๐๐ น. ครับเหนื่อยนักพักบ้าง อย่าทำงานจนป่วยตาย เป็นอุทาหรณ์สอนใจ

กำจัด  คงหนู
 
 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต ๑