จากตอนก่อน....นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี (ที่เข้าใจผิดตามแฟชั่นว่า ฝรั่งดีกว่าเราในเรื่องนี้) อาจจะโต้ว่าแล้วทำไมในสมัยก่อนไทยเราจึงจำกัดการศึกษาของลูกผู้หญิง ทำไมผู้ชายได้เรียนแต่ผู้หญิงทำกับข้าวอยู่กับบ้าน จนต๊อกต๋อย กลายเป็นช้างเท้าหลัง
อ๊ะอ๊ะ...อย่าเพิ่งด่วนสรุป ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะว่าพ่อแม่รักลูกสาวมากกว่าลูกชายก็เป็นได้ ส่วนฝรั่งเองก็ห้ามนะ ผู้หญิงก็ต้องเน้นการบ้านการเรือนยิ่งกว่าเราเสียอีก
คือในสมัยก่อนโน้นส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ (ชาย) จะต้องเดินทางรอนแรมไปเป็นระยะทางไกลๆเพื่อไปเรียนหนังสือ โดยไปอาศัยอยู่กับวัดในตัวเมือง การที่ลูกผู้หญิงไม่ได้ถูกส่งให้ไปเรียนนั้นก็คงเป็นเพราะความรักและเป็นห่วงลูกผู้หญิง กล่าวคือพ่อแม่ไม่อยากเห็นลูกผู้หญิงซึ่งเป็นเพศที่อ่อนแอต้องเดินทางรอนแรมห่างจากอกพ่อแม่ไปเป็นแรมเดือนแรมปี เกรงว่าจะถูกคนรังแกข่มเหงเอาบ้าง เพราะเป็นเพศที่อ่อนแอด้านกายภาพ
จะเห็นว่าพอทางรัฐบาลเปิดโรงเรียนให้เรียนกันได้โดยสะดวกแบบฝรั่ง (สมัย ร ๕) พ่อแม่ก็ส่งลูกสาวของตนเข้าเรียนกันอย่างล้นหลามเทียมหน้าเทียมตาลูกชายทุกประการ คณะสำคัญๆหลายคณะในมหาวิทยาลัยตอนนี้ก็มีผู้หญิงเป็นกลุ่มข้างมากด้วยซ้ำไป
แต่ไม่น่าเชื่อว่า ฝรั่งนั้นกีดกันการศึกษาของสตรีมากจริงๆ เมื่อสัก คศ . ๑๙๖๐ นี้ (หยกๆ มีเครื่องบินแล้ว) ใน usa ยังห้ามผู้หญิงเข้าเรียนมหาลัยในสาขาเก่งอยู่เลย บังคับว่าเรียนได้เฉพาะ พยาบาล การเรือน เศรษฐศาสตร์ในบ้าน เท่านั้น ซึ่งล้าหลังกว่าไทยเราเสียอีก (แล้ววันนี้เราไปเห่อว่าฝรั่ง มีสิทธิสตรีดีกว่าเราได้ไง ???)
โปรดติดตามตอนต่อไป
...คนถางทาง