เราสามารถเลือกหนทางที่จะเดินได้ ถ้าเราไม่รู้สึกกลัว
เรื่องเช่นนี้...มีด้วยฤๅ
เมื่อวาน ประมาณ ๒๑.๐๐ น. น้องที่รู้จักกันได้มาขอคำปรึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมหนักใจมาก เพราะเป็นเรื่องของสามีภรรยา เลยคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจแล้วร่วมกันหาทางออกให้แก่คน ๆ นี้
น้องคนนี้เล่าให้ผมฟังว่า เพื่อนของเขานั้น เป็นเพื่อนผู้หญิง ชื่อว่า หมู เธอเป็นคนเหนือ ซึ่งบิดาและมารดาของเธอนั้นได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอเลยอาศัยอยู่คนเดียวมาตลอด
เวลาได้ผ่านไปจนเธออายุได้ ๑๘ ปี เธอก็ได้พบเจอกับคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งอายุมากกว่าเธอ ๑๐ กว่า ปี และเธอก็ได้ตัดสิ้นใจที่จะไปอยู่ที่ญี่ปุ่นกับคนญี่ปุ่นคนนี้ ชีวิตเหมือนจะสมบูรณ์ดีและมีความสุข จนเมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา เธอได้ขอแฟนเธอกลับมาเที่ยวที่เมืองไทย สักหนึ่งเดือน แฟนเธอก็อนุญาต พอเธอได้มาอยู่ที่ประเทศได้สัก ๒ สัปดาห์ ก็ปรากฏว่ามีหนุ่มคนไทยคนหนึ่ง ได้มาคุยกับเธอทุกวัน ตลอดระยะเวลาที่เหลือ (๒ สัปดาห์) ก่อนที่เธอจะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น พอเธอเดินทางกลับไปที่ญี่ปุ่นประมาณเดือนเศษ
ปรากฏว่าหมอที่ญี่ปุ่น บอกว่าเธอตั้งครรภ์เธอก็บอกกับแฟนญี่ปุ่นว่าจะขอกลับไปดูแลที่ประเทศไทยก่อนที่จะคลอด โดยได้บอกกับแฟนคนญี่ปุ่นว่าจะไปอยู่กับญาติ ๆ ที่เมืองไทย
เธอได้เดินทางกลับมาที่ประเทศไทย แต่เธอไม่ได้ไปหาญาติ ๆ ของเธอ (เพราะญาติของเธอมีอยู่ แต่ว่าต้องจ่ายเงินค่าพักหรือไปอยู่กับญาติ ๆ ด้วย ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับเธออยู่คนเดียวดีกว่า) เธอได้ไปหาหนุ่มคนที่มาคุยกับเธอ ตลอดระยะเวลา ๒ สัปดาห์นั้น
เธอบอกกลับหนุ่มคนนี้ว่า เธอได้ท้องลูกกับหนุ่มคนนี้ ซึ่งหนุ่มคนนี้ก็รับและดูแล หมู และลูก แต่มีข้อแม้ว่า หมู ต้องโทรไปหาคนญี่ปุ่นให้ส่งเงินมาให้ในการดูแลลูกและเป็นค่าอาหารเธอ เธอก็ทำตามทุกอย่าง เพราะเธอก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าคงจะต้องใช้เงินจริง เลยได้โทรศัพท์ไปหาคนญี่ปุ่นคนนี้ ซึ่งคนญี่ปุ่นคนนี้ ดีมากได้ส่งเงินมาให้เธอแต่ละเดือนนั้น ประมาณเดือนละ ๓ – ๕ แสนบาท ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี โดยคงคิดว่าเป็นลูกของตัวเอง
ปรากฏว่าปัญหาของเรื่องจึงเริ่มก่อตัวและเกิดขึ้น พอได้คลอดลูกออกมาเป็นลูกชาย และหนุ่มคนนี้ก็ได้บอกให้เธอไปซื้อบ้านให้ราคา ๕ แสนบาทที่ต่างจังหวัด เพื่อใช้ในการดูแลลูกและเธอ โดยบ้านที่ซื้อนั้นก็ให้เป็นชื่อของหนุ่มคนนี้และเธอ ต่อจากนั้นได้บอกให้เธอไปซื้อรถกระบะหนึ่งคัน และรถเก่งหนึ่งคัน คนเก่งนั้นเป็นชื่อเธอ แต่รถกระบะนั้น เพื่อนที่มาคำปรึกษาไม่ทราบ เพราะไม่ได้ถาม
ระยะเวลาก็ได้ผ่านมาจนถึงต้นปีที่ผ่านมานี้ ปรากฏหนุ่มคนนี้ ได้นำเงินจากเธอไปให้สาว ๆ คนอื่น และนำไปใช้อย่างสบาย โดยที่หนุ่มคนนี้ ยอมออกจากงาน เพื่อมาเฝ้าเธอไม่ให้ไปไหน และเธอก็ไม่มีญาติสนิทที่ไหนเลย ลูกชายของเธอ ปัจจุบันก็อายุ ๔ ขวบ ซึ่งเกิดกับหนุ่มคนนี้ เธอรักลูกมาก จึงเป็นเหตุทำให้เธอไปไหนไม่ได้ด้วย และหนุ่มคนนี้ก็ได้ขังเธอไว้ในห้องตลอดเวลา
เมื่อวันนี้ที่ผมเขียน ตอนบ่าย ๆ เธอได้โทรมาน้องคนที่มาเล่าเรื่องให้ผมฟัง บอกว่าเธอโทรมาเล่าให้ฟัง แต่เพื่อนคนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะว่าหนุ่มคนนั้นได้เก็บเอกสารต่าง ๆ ของเธอไป และ ATM ด้วย และที่เธอสามารถโทรศัพท์ในวันนี้ก็เพราะหนุ่มคนนี้ไปซื้อข้าว จึงได้มีเวลาโทรศัพท์มาหาเพื่อนคนนี้ ซึ่งเป็นคนเหนือด้วยกันและอยู่บ้านเดียวกัน
เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังในวันนี้นั้น ผมไม่สามรถบอกได้เลยว่า ควรทำอย่างไรดี ได้แต่รับฟัง และบอกเพียงไปว่า ถ้าเธออยู่ไม่ได้จริง ควรต้องแจ้งตำรวจให้มาดูแล้ว เพราะวันก่อนเข้าพึงตีเธอไปเป็นครั้งที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่าไม่อนาคตอาจจะมากกว่านี้เป็นไปได้ เพราะหนุ่มคนนี้กลัวว่า ถ้าเธอหนีไป เงินทองที่เคยใช้จะหมดไปด้วยก็เป็นแน่
บทสรุปนี้ ใคร ๆ ก็ยากที่จะตอบได้ ยกเว้นตัวเขาเอง
... เก็บเล็กผสมน้อยกับนานาสาระ ... ดีจริงๆๆ ... นะคะ
ขอบคุณ ข้อมูลดีดีนี้นะคะ
ขอขอบพระคุณ ...พี่ Ple
คุณ ขจิต ฝอยทอง
คุณtuknarak
คุณชยพร แอคะรัจน์
ด้วยนะครับที่แวะมาให้ดอกไม้และ Comment ให้นะครับ
ขอบคุณ ทิบดาบ ด้วยนะครับที่แวะมาให้ดอกไม้