สาขาการบริหารงานยุติธรรม: งานและการศึกษาต่อ
โดย นราชัย ทิศทองคำ
E-mail Address: [email protected]
สาขาการบริหารงานยุติธรรม หรือชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Criminal Justice Administration” เป็นการบริหารจัดการงาน ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานยุติธรรม ได้แก่ องค์กรตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์และคุมประพฤติ โดยเฉพาะเรื่องหลักการบริหาร การบังคับใช้กฎหมายอาญา การแก้ปัญหาการกระทำความผิดในสังคม ตลอดทั้งการบริหารเพื่อความปลอดภัยภายในองค์กรเอกชน
ในภาคเอกชน สามารถทำงานบริษัทเอกชนในแผนกานบริหารความสงบและความปลอดภัย เกี่ยวกับบุคลากรและกิจกาของบริษัทโดยทั่วไป แผนกวิจัยและการวางแผน
ในส่วนของภาครัฐบาล สามารถทำงานในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แผนกสวัสดิภาพเยาวชน พนักงานสอบสวน กองการเจ้าหน้าที่ แผนกวินัยและวางแผนพัฒนา กรมราชทัณฑ์ ซึ่งทำงานหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ประจำทุกเรือนและทัณฑสถาน ทำงานในกองต่างๆได้ทุกกอง เช่น กองทัณฑวิทยา กองคุมประพฤติ กองพักการลงโทษ กองฝึกอบรม เป็นต้น กรมพัฒนาชุมชน ทำหน้าที่พัฒนากรประจำเขตต่างๆ กรมการปกครอง ทำหน้าที่ปลัดอำเภอ กระทรวงยุติธรรม กรมคุมประพฤติ ทำหน้าที่พนักงานคุมประพฤติประจำศาลทุกจังหวัด ศาลเยาวชนและครอบครัว ทำหน้าที่เป็นพนักงานคุมประพฤติ ประจำศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีอยู่ทุกศาล กรมบังคับคดี ทำหน้าที่ประสานงานติดตามคดี ศาลทุกศาล ทำหน้าที่เป็นจ่าศาล ดูแลกิจการกระบวนการยุติธรรมและธุรการทั่วไป สถาบันพัฒนาข้าราชการตุลาการ ทำหน้าที่เป็นนักวิชาการ ดำเนินงานและประสานงานในการจัดฝึกอบรม และวางแผนพัฒนางานของศาลโดยทั่วไป
นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานได้ในส่วนของภาครัฐวิสาหกิจและธนาคาร ทำงานแผนกบุคลากรกองการเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมและรักษาไว้ซึ่งระเบียบ กฎ ข้อบังคับและอื่นๆ เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นในกรณีมีปัญหาพิพาทและการใช้กฎหมายโดยทั่วไป รวมทั้งทำงานแผนกวางแผนและพัฒนา
สำหรับการศึกษาต่อในประเทศไทยผู้ที่เรียนสาขาบริหารงานยุติธรรมสามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในคะสังคมศาสตร์ สาขาบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ สาขาบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะสังคมศาสตร์ สาขาอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาบริหารงานยุติธรรม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือจะศึกษาต่อในสาขาวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำหรับการศึกษาต่อในต่างประเทศก็สามารถศึกษาต่อได้ในลักษณะเดียวกัน แต่ต้องมีความสามารถด้านการใช้ภาษาตามที่สบันการศึกษานั้นๆ ต้องการ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาก็ไม่ควรเรียนภาษาของชนชาติอาเซียนเสริมไว้ด้วยนะครับ เช่น ภาษาพม่า ภาษามาลายู ภาษาเขมร ภาษาลาว ภาษาเวียดนาม ภาษาตากาล็อก เป็นต้น
อ้างอิง:
[2] สาขาการบริหารงานยุติธรรม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง