อาจารย์ประมวลเล่าถึงการที่อินเดียตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ทำให้มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยแบบอังกฤษ 3 แห่ง จากจุดเริ่มแล้วการขยายตัวก็เพิ่มมากขึ้น ทำให้บรรยากาศการเรียนรู้แบบอินเดียแตกต่างจากเดิมไป รวมถึงผังเมืองแบบเป็นบล็อก ๆ ที่จะไม่มีเลข 13 เพราะตามความเชื่อของศาสนาคริสต์เป็นเลขอัปมงคล ทั้งชื่อถนน ก็พลอยถูกข้ามเลขนี้ไปด้วย

                ทำให้หนูมองย้อนเข้ามาที่เมืองไทย นึกย้อนถึงการเรียนรู้ที่มีอยู่ตลอดเวลาในสังคมโบราณ หากว่าด้วยยาแผนโบราณ กว่าจะได้ร่ำเรียนกันสักคน ก็ต้องไปฝังตัว ฝากตัวเป็นศิษย์จนท่านอาจารย์เห็นว่าพร้อมแล้วค่อยสอน แล้วค่อยออกมาทำหน้าที่ หมอยา ระยะเวลาของแต่ละคนแตกต่างกันตามแต่ศักยภาพของลูกศิษย์ หรือบางทีการเรียนรู้บางอย่างที่มีในชุมชนเช่นงานจักรสาน เมื่อก่อนก็จะอยู่ในรูปแบบการทำช่วยกัน ไปทักทายพูดคุยแล้วก็มาแชร์กัน หรือ แม้กระทั่งการลงแขกต่าง ๆ ลงแขกเกี่ยวข้าว เหล่านี้คือ กระบวนการเรียนรู้ ผ่องถ่ายโดยธรรมชาติแบบเป็นธรรมชาติไร้ข้อจำกัด ของเวลา

                แต่เดี๋ยวนี้หลักสูตรต่าง ๆ ในระบบการศึกษาเต็มไปด้วยภาวการณ์แข่งขันแย่งชิง ชิงดีชิงเด่น เพื่อให้ได้ขึ้นชื่อ

เรียนอะไรๆแบบสูตรลัดเสียเยอะจนหลงลืมที่มา หลงลืมประวัติศาสตร์ แต่ในความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันก็เริ่มมีหลายท่านหลายแห่งที่ลุกขึ้นมา ปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ แบบเป็นธรรมชาติมากขึ้น

                อาจจะเป็นธรรมชาติของวงจรการเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าเด็ก ๆที่ผ่านการเรียนรู้แบบไม่ห่างหายจากธรรมชาติ ไม่หลงลืมประวัติศาสตร์ ไม่หลงลืมถิ่นเกิด จะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นและมีความพร้อมในการพัฒนาตนเองและพัฒนาโลกให้เร้าร้อนน้อยลง