เดือนที่ผ่านมาเจ็บคอ ตาอักเสบ ที่ต้องไปพึ่งหมอมาถึง 2 โรงพยาบาล
วันที่ 25 กันยายน 2555 ไปหาหมอที่ศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่งในจังหวัดหนึ่งมา ไปถึง 08:45 น. ทำบัตรใหม่ มีเจ้าหน้าที่ดูแล้วน่าจะเป็นอาสาสมัคร เพราะดูหน้าแล้วยังสาวอายุเท่า ๆ กับคนที่เข้ามาช่วย มาแนะนำการกรอกบัตร ประมาณ 25 นาที มีการถ่ายรูป เหมือนกับไปขอพาสปอร์ต หรือ เข้าถ่ายรูปกับกล้องเล็ก ๆ จริง ที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า นั่งหันหน้าไปหันหน้ามา ให้หน้าเข้ากล้อง แล้วเจ้าหน้าที่ทำบัตรเธอก็คลิ๊กเอาไป การถ่ายภาพอย่างนี้ ที่เคยเห็นเมื่อผ่านด่านตรวจคนออก-เข้าเมือง เมื่อออก-เข้าประเทศ
หลังจากนั้นก็ไปยังห้องแพทย์ เจ้าหน้าที่เขาตรวจวัดความดัน ชนิดที่ไม่ต้องเอาผ้ามามัดที่ต้นแขนปั๊มลมเข้าแล้วอ่านค่าความดัน เพียงเอามือใส่เข้าไปในถุงผ้าที่อยู่บนเครื่องวัด เจ้าหน้าที่พยาบาล ก็อ่านค่าได้ ช่างสมัยใหม่จริงๆ (อาจจะเก่าสำหรับบางท่าน แต่ใหม่สำหรับผมนะครับ เพราะนาน ๆ ไปโรงพยาบาลที)
เสร็จ แล้วก็ถือแฟ้มประวัติคนไข้ไปที่ห้องหมอ ที่มีเจ้าหน้าที่คอยจัดคิวให้เข้าพบหมอ รอสัก 10 นาที ก็ได้พบหมอซึ่งอายุน่าจะ 25-26 ปี ดูทีท่าแล้วออกจะเกร็งๆ กับคนไข้ หมอซักถามอาการว่าเป็นอะไร ก็บอกไปว่า เจ็บคอ มีเสมหะใส หมอให้อ้าปากและใช้อุปกรณ์ดูคอหอย เสร็จแล้วหมอก็บอกว่าเชิญไปรอข้างนอกห้อง รออยู่หน้าห้องหมอใกล้กับจุดบริการของเจ้าหน้าที่สัก 15 นาที ก็ได้รับบัตร พร้อมเอกสารที่บอกว่ายานอกบัญชีหลัก 20 บาท และได้รับการบอกกล่าวให้ไปที่ห้องหมายเลข 9 เราก็เอาบัตรที่ได้มาวางลงไว้ในตะกร้า แล้ว ก็นั่ง รอ อีกประมาณชั่วโมงเศษ ๆ เห็นจะได้
นั่งรอไปนานๆ ก็ต้องการเข้าห้องน้ำ ก็ต้องผละไป กลับมาพอดีกับที่เจ้าหน้าที่เขาเรียกชื่อให้ไปรับหลักฐาน เพื่อเอาเงินไปจ่ายที่ห้องการเงินใกล้ ๆ กัน จ่ายเงินเสร็จก็ได้รับหมายเลขประจำตัวกลับมา รออีกสัก15 นาที ก็มีเสียงเรียก ให้ไปรับยา พร้อมแนะนำว่ามียาแก้ไอน้ำดำ ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ/ยาละลายเสมหะ พาราเซตตามอล ยาอมชื่อ Thrody lozenge (mint) หนึ่งแผงเล็กนอกบัญชีหลัก 20 บาท รวมแล้ว 289.50 บาท ดูนาฬิกา เวลา 10.20 น.
รวมเวลาที่ใช้ในการไปหาหมอนับตั้งแต่ทำบัตรใหม่ จนกระทั่งรับยาใช้เวลาไป
เกือบ 2 ชั่วโมง
วันที่ 27 กันยายน 2555 กลับมาเชียงใหม่ เมื่อพบหน้าภรรยาก็ถูกทักว่า ตาแดง มาก ๆ ก็บอกว่า นั่นนะซิ สองสามวันที่ผ่านมาอาจหน้าคอมมากไปนิด หรือเปล่าก็ไม่รู้ ก่อนกลับถึงบ้านจึงแวะซื้อยาหยอดตาไปหยอดกันเหนียวไว้ก่อน เพราระตอนนั้นสามทุ่มกว่า ๆ แล้ว รุ่งเช้าจึงไปหาหมอที่ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www.gj.mahidol.ac.th/ ที่เป็นโรงพยาบาลขาประจำ สามโมงเช้า ไปยื่นบัตรประชาชน พร้อมบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะมาหาหมอ ด้วยเจ็บคอ และตาแดง แต่จะเป็นโรคตาแดง หรือ แดงเพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ
เจ้าหน้าที่มอบหลักฐานจากการยื่นบัตรให้ สองฉบับ ฉบับหนึ่งสำหรับหมอตา อีกฉบับสำหรับหมอคอ และบอกให้ขึ้นไปที่ชั้น 13 ไปยื่นหลักฐานที่จุดบริการรวม แล้วเจ้าหน้าที่ก็ให้ไปที่จุดบริการย่อยประจำห้องหมอ เริ่มด้วยหมอคอก่อน เจ้าหน้าที่ก็ให้ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ชนิดเอาผ้าพันต้นแขน แล้วอัดลมใส่ จนอ่านค่าความดันได้ว่าปกติ และวัดอุณหภูมิ เสร็จแล้วก็ไปที่หมอตา ที่อยู่อีกมุมใกล้ ๆ กัน เจ้าหน้าที่ก็เอาเครื่องมือให้มองลอดไปอ่านตัวเลขข้างฝาผนัง ก็อ่านได้คล่องดี เรานี่สายตาดีไม่เบาเหมือนกัน คงสามารถมองหน้าจอคอมไปอีกหลายปีแน่ ๆ นะเรา คิดในใจ
เริ่มตั้งแต่ยื่นบัตร มาถึงตรงนี้ ก็ประมาณ 20 นาที เห็นจะได้ วัดสายตาเสร็จ ก็นั่งรอ คนไม่ก็ไม่มากเท่าไร เจ็ดแปดคนเห็นจะได้ ทำไม่นั่งรอเป็นชั่วโมง สงสัยจัง ผล็อยหลับคาเก้าอี้ไป ก็ถูกเรียกให้พบหมอ แพทย์หญิงท่านถามละเอียดดีจังเลย ถามยังไม่พอ ก็เอาเครื่องตรวจเหมือนกับที่เราตรวจวัดสายตากับร้านขายแว่นตา ให้กลิ้งลูกตาขึ้นลง มองซ้ายขวา จนหมอบอกว่าตาอักเสบ คงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางตัว มาถึงตรงนี้ รู้แล้วที่ช้า เพราะว่าหมอช่างพิถีพิถัน ทั้งด้วยการตรวจและการพูดคุยสอบถาม ด้วยมิตรไมตรีที่หมอหยิบยื่นให้ ทำให้เราอยากคุยไปด้วยในขณะที่หมอจดบันทึกสั่งยาไป และคุยไป พอเห็นหมอวางปากกา เราก็รู้ว่าคงเสร็จแล้ว และลุกขึ้นขอลา และกล่าวขอบคุณ เจ้าหน้าที่ก็บอกให้รอที่หน้าห้อง
หมอใช้เวลาคิดว่าประมาณ 20 นาที
ออกจากห้องหมอตา ก็กลับมาที่ห้องหมอคอ รออยู่ประมาณ 5 นาที ก็มีหน้าห้องเรียกให้ไปพบหมอ หมอท่านนี้ ก็เปิดจอคอมพิวเตอร์ ดูประวัติการป่วยไข้ของผม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นไข้เจ็บคอ ขอให้ผมอ้าปาก ใช้อุปกรณ์กดลิ้นดูในคอ และใช้เครื่องส่องดูในโพรงจมูก หมอก็บอกว่าจะให้ยาอะไรบ้าง และผมก็เอายาที่ได้มาจากโรงพยาบาลก่อนหน้าให้หมอดู และถามหมอว่ายาเก่าที่ได้รับมา จะยังใช้ได้ต่อไปหรือไม่ หมอท่านบอกว่ายังใช้ได้ และหมอก็บอกต่อไปอีกว่า ยาที่จะให้มีอะไรบ้าง
ออกไปยืนรอสัก 10 นาที ก็มีเสียงเรียกจากเครื่องขยายเสียงให้ไปที่ฝ่ายการเงินเขาบอกต้องจ่ายในจุดนี้ เป็นเงิน 765 บาท (เป็นค่าตรวจตา 250 บาท ค่าตรวจคอ 200 บาท ค่าอุปกรณ์ของใช้ และเครื่องมือทางการแพทย์นอกห้องผ่าตัด 150 บาท ค่าบริการโรงพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก 165 บาท) ก็ยื่นให้ และเขาบอกให้ไปจ่ายอีกที่ช่องถัดออกมาอีก ก็จ่ายอีกและรับใบเสร็จมา ก็รู้ว่าช่องหลังเป็นค่ายา ที่จะนำใบเสร็จไปเบิกจากหน่วยงานที่เคยสังกัดได้ เป็นเงิน 897 บาท จ่ายเงินแล้ว ก็ได้รับการบอกกล่าวให้ลงไปรับยาที่ชั้น 1 ห้องเลขที่ 16 ก็รีบลงไปกับลิฟท์ และวิ่งตรงไปที่ห้องที่รับยา ขณะนั่งรอ ได้เห็นกระบวนการจ่ายยาที่รวดเร็ว มองไปข้างในห้องมีคนจัดยา และมีคนจ่ายยาสองสามคนที่เคาเตอร์จ่ายยา รออยู่สักครูก็ถูกเรียกชื่อให้ไปรับยา ได้ยามาหลายขนาน ได้แก่ยาพ่นคอ น้ำยากลั้วคอ ยาละลายเสมหะชนิดที่ใส่ลงไปในน้ำแล้วฟูสลายไปกับน้ำ และยาฆ่าเชื้อชนิดที่ต้องกินให้หมดตามแพทย์สั่ง
ออกมาจากเคาเตอร์จ่ายยาเมื่อ เวลา 10:00 น.
ผมเริ่มเจ็บคอ ตาแดง มาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2555 วันนี้ ขณะที่กำลังพิมพ์นี้ ตาที่มีแดงก็หาย คอที่เจ็บก็หาย แต่ก็ยังมีเสมหะ เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นโรคแพ้อากาศประจำตัวไปแล้ว ตาหายคอหาย จึงได้มีแรงมาเขียนบันทึกนี้
ครับเขียนไว้เพื่อบอกว่า ณ วันนี้เรามีบริการการพยาบาลที่ดี แต่ก็มีคำถามอีกหลายคำถาม อันเนื่องจากการบริการที่ดีเหล่านี้ แต่ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ
สวัสดีค่ะปู่ ขอบคุณนะค่ะที่ชื่นชมสายงานชลัญ อ่านแล้วมีกำลังใจนะนี่ ปู่รักษาสุขภาพด้วย
ที่เขียนไว้นี้ อีกอย่างก็เอาไว้ให้ท่าน กทน. ทั้งหลายไว้ใช้เปรียบเทียบกับการให้บริการของโรงพยาบาลอื่น ๆ เพราะบางท่านอาจไม่รู้ว่า ที่ดีและที่แตกต่างกันเป็นอย่างไร ท่านที่ทำงานในโรงพยาบาลเท่านั้นที่น่าจะรู้จริง แต่บางทีก็รู้อยู่แต่ในโรงพยาบาลที่ทำงาน ของตัวเองก็อาจเป็นได้ แม้จะมีมาตรฐานทางการพยาบาล ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้เสมอกันหรือเปล่า
อีกอย่างหนึ่งตอนที่เราเขียนเรื่อง บัตรประชาชนในฝันกันนั้น พอมาเขียนเรื่องนี้ก็คิดขึ้นได้ว่า ถ้าโรงพยาบาลสามารถเรียกหาข้อมูลการป่วยไข้ของคนไข้ ที่เข้ามาว่าเคยไปที่โรงพยาบาลใดมาบ้างจากบัตรประชาชน ก็จะสามารถทำให้วินิจฉัย ความป่วยไข้ และให้ยาได้ถูกต้อง ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่ไม่ต้องทำให้คนไข้ต้องไปหาอีกโรงพยาบาลจึงจะหาย