แนวทางการจัดการศึกษาแนวพุทธ
พระพรหมคุณากรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต )
“เราต้องเตรียมคนของเราให้พร้อม คือ เมื่อเป็นชาวพุทธต้องอยู่ได้อย่างดีที่สุด ในสังคมแม้แต่ที่แย่ที่สุด เราต้องฝึกกันให้พร้อมอย่างนั้นด้วย แล้วเราไม่ใช่ไปอยู่ด้วยได้นะ เราต้องไปนำการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีด้วย ต่อไปเมื่อเราไปอยู่แล้วเราไม่มีกำลังพอ เราก็ถูกบีบคั้นด้วยระบบนั้น จำใจจำยอมทำบางอย่างไป แต่ว่าต่อไปเจตนาระยะยาวเรามีจุดหมายอยู่แล้วเราก็ควรเดินไปในทิศทางที่จะแก้ปัญญาอันนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงกระแสสังคม ระบบสังคมไปด้วยระยะยาว ต้องคิดอย่างนั้น”
ท่านพระครูปลัดปิฎกวัฒน์ : การศึกษาแนวพุทธ คือ การสอนบุคคลบนฐานธรรมดาความจริงของธรรมชาติ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมะ ซึ่งเป็นหลักความจริงที่เกิดขึ้นเป็นไปของชีวิตมนุษย์นั่นเอง ต้องการให้ผู้คนได้ฝึกฝนปรับปรุงตน สิ่งที่พระองค์ได้ทรงเน้นย้ำในการศึกษาก็คือการนำเอาเสา 3ด้าน คือหลักไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา มาเป็นแกนกลางที่จะต้องฝึกอบรม ปรับปรุงตนด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญาให้ก้าวหน้าไปเป็นลำดับเพื่อทำให้เกิดพัฒนา 4ด้านซึ่งมี กายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา และ ปัญญาภาวนา เพื่อบรรลุเป้าหมายคือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หรือ ทำให้มนุษย์ได้บรรลุภาวะมนุษย์นิพพานตรงนี้ก็ถือว่าเราได้บรรลุเป้าหมายตามแนวทางพุทธศาสนาเพื่อให้การจัดการศึกษาแบบพุทธเป็นไปได้ด้วยดีถ้าพวกเราทุกคนมีความตระหนัก มีความชัดเจนเรื่องการจัดโรงเรียนวิถีพุทธให้ดีเป็นสถานศึกษาที่ดำเนินการแบบพุทธ คำว่าพุทธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญา ชาวพุทธมักมีการเน้นย้ำฝึกปฏิบัติ วัฒนธรรมการเมตตาจะมีมากในสังคมไทยแต่ว่ายังขาดวัฒนธรรมการแสวงปัญญาถ้าเราสามารถปลุกเร้าให้สังคมไทยโดยเฉพาะเยาวชนของชาตินั้นมีแนวทางที่จะเป็นผู้ที่คิด พิจารณาใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา จะทำให้สังคมนั้นรื่นรมย์น่าอยู่มากขึ้น ในเยาวชนควรได้รับการพัฒนาให้ กิน อยู่ ดู ฟัง เป็น พัฒนาการของเด็กจะก้าวหน้าไปด้วยดี
การจัดการศึกษาแบบแนวพุทธในระดับอนุบาล
การแบ่งการจัดการเรียนการสอนเป็น 3 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กสู่มนุษย์ที่สมบูรณ์ เพื่อนพัฒนาพฤติกรรม จิตใจและปัญญา ผ่านการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันของเด็ก ที่หนูน้อย โดยการช่วยเหลือตนเอง การทำงานของชีวิตด้วยตนเอง เพื่อฝึกทักษะ พฤติกรรม ความเคยชินที่ดี เหมาะสม กับวัยอนุบาลตามระดับ อายุ ตลอดช่วงของวันตั้งแต่เช้ามาถึงโรงเรียนจนบ่ายกลับบ้าน ปรากฏชัดเจนอยู่ในตารางกิจวัตรประจำวันของห้องเรียน
ส่วนที่ 2 การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบองค์รวมขององค์ประกอบของระบบชีวิต 4 ระบบ ในรูปแบบเนื้อหาการเรียนรู้รายคอร์ส 4 คอร์ส ตลอด ปีของหนูน้อย ระยะเวลาคอร์สละ 9 สัปดาห์ โดยครูและเด็กเลือกประเด็นการเรียนรู้ที่สนใจศึกษา สร้างงาน ในแนวกว้าง หรือแนวลึกร่วมกันอย่าง ต่อเนื่อง เลื่อนไหลตามธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์
ส่วนที่ 3 การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการ และการพัฒนาทักษะความสามารถไปสูงสุดตามศักยภาพของเด็กรายบุคคล ในรูปแบบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนแบบบูรณาการในและนอกห้องเรียน ตามแนวทฤษฎี โปรแกรมการเรียนรู้ นวัตกรรมที่เลือกให้ตอบสนองต่อความสามารถปัญญา ด้านต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ (ภาษา – คณิต – วิทย์) และด้านอื่นๆ (มิติสัมพันธ์ ร่างกายการเคลื่อนไหว ดนตรี มนุษย์สัมพันธ์) และในรูปแบบมุมการ เรียนรู้เสรีในและนอกห้องเรียน เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถด้านต่างๆ รายบุคคล หรือกลุ่มย่อย
ภาพประกอบ
แหล่งอ้างอิง
วีรยุทธ วิเชียรโชติ และนวลเพ็ญ วิเชียรโชติ. (ม.ป.ป.) “จิตวิทยาการเรียนรู้ตามแนวพุทธศาสตร์” ใน การศึกษาตามแนวพุทธ. เล่ม 2 . กรุงเทพฯ : สมาคมการศึกษาแห่งประเทศไทย.
http://www.watphraphutthachai.com
ดีครับ